สำหรับใครที่สนใจเรื่องการตลาดหรืออยู่ในวงการ Marketing น่าจะคุ้นเคยกับกลยุทธ์พื้นฐาน Marketing Mix 4ps คือ การผสมผสานพื้นฐานการตลาดที่ช่วยสร้างกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้าของการทำธุรกิจ เป็นแนวคิดการตลาดยุคใหม่ ที่นอกจากจะเน้นการพัฒนาในตัวแบรนด์เองแล้ว ยังเป็นกลยุทธ์ที่ปรับเปลี่ยนทางฝั่งผู้ซื้อมาช่วยสื่อสารและทำการตลาดให้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ที่ทำการตลาดอาจจะคุ้นเคยกับระบบ 4Ps Marketing Mix หรือ 4Ps 

Overjoyed bride woman in wedding dress clenching fists like winner holding multi colored packages bags with purchases after shopping isolated on pink background. Organization of wedding. Copy space

Mix 4ps Marketing ได้แก่ 

1.Product (ผลิตภัณฑ์หรือสินค้า) 

2.Price (ราคา)

3.Place (ช่องทางการจำหน่าย)

4.Promotion (การส่งเสริมการขาย)

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ส่งผลให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปจากเดิม มีการใช้สื่อโซเซียลมีเดียมากขึ้น ดังนั้นจึงมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่ใช้ 4P ไปใช้เป็น 4E Marketing Mix ที่เน้นการสร้างประสบการณ์จากผู้บริโภค และรู้สึกคุ้มค่าในคุณค่าของสินค้าที่ได้รับ จนมีการโฆษณาบอกต่อให้กับผู้ใกล้ชิด หรือมีการเผยแพร่วงกว้างด้วยระบบอินเตอร์เน็ต

 

Marketing Mix 4E ได้แก่ 

1.Experience (ประสบการณ์)

2.Exchange  (สร้างความคุ้มค่า)

3.Everywhere (สามารถเข้าถึงได้ง่ายทุกช่องทางออนไลน์) 

4.Evangeism (ลูกค้าที่สนับสนุนแบรนด์ หรือเรียกง่ายๆว่าลูกค้าขาประจำ) 

 

การนำกลยุทธ์ 4P 4E Marketing มาปรับใช้ธุรกิจยุคดิจิทัล

1.จาก Product เป็น Experience

เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้โฟกัสเพียงสินค้าเท่านั้น แต่ใส่ใจถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการบริการหรือสินค้าที่ได้ใช้ด้วย ในที่นี้ก็หมายถึงประสบการณ์จากการใช้สินค้า ที่อาจถูกใจในกลิ่น เนื้อสัมผัสของสินค้า คุณภาพที่ได้ และความพึงพอใจหลังจากการใช้สินค้าหรือใช้บริการ  แล้วมีการซื้อซ้ำในครั้งต่อไป หรือการเข้าไปใช้บริการคาเฟ่ในปัจจุบัน ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่รสชาติเครื่องดื่มเท่านั้น แต่การบริการที่เป็นมิตรจากพนักงาน การที่พนักงานจำรสชาติที่ลูกค้าชื่นชอบได้ การได้ถ่ายรูปสวยๆจากมุมเก๋ๆในร้านเพื่ออัพรูปลงโซเชียล สิ่งเหล่านี้ก็สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค จนต้องกลับมาซื้อหรือใช้บริการซ้ำ 

 

เนื่องจากปัจจุบันผู้คนจะแชร์ประสบการณ์ลงบนโลกอินเทอร์เน็ต อย่างเช่นไปทานอาหารร้านหนึ่งแล้วได้รับบริการดีจากพนักงาน หรือรสชาติอาหารอร่อยถูกใจ ก็แชร์ลงโซเชียลมีเดีย และข้อความเหล่านั้นก็สามารถแชร์ต่อๆกันไปได้ทั่วโลก สังเกตได้ว่าเมื่อมีการแชร์ในแง่ดี ผู้คนก็จะซัพพอร์ตและแห่แหนกันไปอุดหนุนสินค้าหรือบริการ แต่ถ้าเป็นการแชร์ข้อความในแง่ลบ เช่น ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบไม่สะอาดมาปรุงเสิร์ฟลูกค้า ข้อความเหล่านั้นเมื่อถูกแชร์ไป ร้านอาหารร้านนั้นก็โดนตำหนิ และขาดลูกค้าเข้าใช้บริการในที่สุด จะเห็นได้ว่าประสบการณ์จากผู้บริโภคเป็นสิ่งที่สำคัญมากในยุคสื่อดิจิทัล จึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะระหว่างหรือหลังซื้อสินค้าและการใช้บริการ เพราะสำหรับทุกวงการธุรกิจ ลูกค้าคือศูนย์กลางในการออกแบบประสบการณ์ระดับโลก 

 

สิ่งหนึ่งที่ทุกธุรกิจออนไลน์ รวมไปถึงธุรกิจที่ต้องใช้สื่อออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย จะต้องคำนึงถึงเพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับกลยุทธ์ นั่นคือช่วงวัยและยุคสมัย หรือที่เราเรียกสั้นๆว่า Gen (Generation) ถ้าเทียบ Gen X หรือช่วงอายุที่เราเรียกว่าคนยุค90s ที่เมื่อก่อนจะซื้ออะไรต้องได้เห็นได้สัมผัสจึงจะตัดสินใจซื้อ มีการเปรียบเทียบและใช้เวลาในการตัดสินใจ จึงมีความอดทนในการรอมากกว่า คน Gen Y และ Gen Z ที่เติบโตมาในยุคดิจิทัล ล้อมไปด้วยมือถือ แท็บเล็ต ทำให้ประสบการณ์คนเหล่านี้มีความอดทนน้อยกว่า ไม่ว่าอะไรก็ต้องเร็ว อยากรู้อยากทำอะไรต้องได้เดี๋ยวนั้น ส่งผลให้ Influencer ผู้นำทางความคิดเข้ามามีบทบาทการตลาดทางออนไลน์สูงขึ้นในทุกแพลตฟอร์ม 

 

เมื่อมีการตรวจสอบสถิติการเล่นโซเชียลในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการค้นหาคำ review เพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า เนื่องจากคนชอบดูการรีวิวสินค้าและให้ความเชื่อในตัวผู้ทำการรีวิวมากกว่าที่จะเชื่อในแบรนด์ ทำให้เกิดอาชีพใหม่คือ Influencer ซึ่ง 75% ของผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการตามอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้ Influencer สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับแบรนด์ได้มากถึง 65% ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเทรนด์การใช้ Influencer Marketing 

2.จาก Place เป็น Everywhere 

เพราะสมัยนี้จะมีแต่เพียงหน้าร้านอย่างเดียวคงไม่พอ จะต้องเข้าถึงและสามารถหาซื้อได้ทุกช่องทาง เช่น social media หรือ ecommerce เมื่อผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านไปหาซื้อ สร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้าได้ทุกช่องทาง ยอดขายก็เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะทุกช่องทางที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักสามารถเข้าถึงได้ และหรือสามารถตตอบโจทย์ตามสถานการณ์ในขณะนั้นๆได้ อย่างเช่นในช่วงสถานการณ์โรคระบาด ที่ทำให้ผู้คนเลี่ยงการเดินทาง หรือจำกัดการออกนอกเคหสถาน ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อได้อย่างมาก และถ้าสังเกต สินค้าใดที่สามารถหาซื้อได้ง่ายในทุกแพลตฟอร์ม จะมียอดการสั่งซื้อมากกว่าสินค้าที่ขายแต่เพียงหน้าร้านเท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้น แม้แต่สินค้าประเภทอาหารทุกประเภท หากมีการจำหน่ายผ่านทางโซเชียล มีบริการเดลิเวอรี่ ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับคนขายแม้ลูกค้าจะไม่ได้มาซื้อเองหรือนั่งทานที่ร้านก็ตาม ซึ่งระบบเดลิเวอรี่ที่เมื่อก่อนจะเห็นเพียงแต่แบรนด์อาหารใหญ่ๆ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีการปรับตัวสามารถสั่งอาหารร้านข้าวแกง หรืออาหารตามสั่งทั่วไปผ่านแอพแล้วให้พนักงานส่งบริการถึงบ้าน เป็นการปรับใช้กลยุทธ์ได้ทุกประเภทธุรกิจและทุกขนาดกิจการจริงๆ 

 

3.จาก Price เป็น Exchange 

ด้วยปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของสินค้ามากกว่าเรื่องราคา ทำให้ผู้ผลิตต้องผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์และตอบรับความต้องการของผู้บริโภค โดยคุณค่าของสินค้าจะต้องสัมพันธ์กับราคา อย่างในอดีตที่ผู้บริโภคจะให้ความสนใจและมีการเปรียบเทียบราคา ทำให้สินค้าหลายแบรนด์มีการลดราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่ง เป็นปัจจัยต่อการลดต้นทุนและคุณภาพสินค้าลง เช่น สินค้าชนิดหนึ่งที่ปกติเรทราคาทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 300400 บาท แต่ผู้ผลิตตัดราคาให้ต่ำลงจำหน่ายเพียง 100150 บาท แน่นอนว่าต้องมีคนตัดสินใจซื้อเพราะราคาที่ถูกกว่าแบรนด์อื่น แต่เมื่อได้ใช้สินค้าแล้วกลับพบว่าคุณภาพสินค้าไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ผ่านไปไม่กี่วันสินค้าก็มีการหมดอายุหรือมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ นั่นเพราะเจ้าของสินค้ามีการลดเกรดวัตถุดิบเพื่อเป็นการลดต้นทุนที่ต้องมาขายในราคาต่ำ 

 

แต่เมื่อการเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้าได้ทั่วถึง จากราคาที่เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ เปลี่ยนมาเป็นคุณภาพของสินค้า และคุณค่าความพึงพอใจที่ได้รับจากการใช้สินค้าและบริการ ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่าในการจ่ายเงิน อย่างการที่เรายอมจ่ายในราคาที่แพงกว่าเพื่อซื้อโทรศัพท์ไอโฟน เพราะต้องการใช้ฟังก์ชั่นที่ให้ความคุ้มค่าในการใช้งานของผู้ซื้อมากกว่า ไม่ใช่ว่ายี่ห้ออื่นจะไม่ดี แต่ผู้ซื้อยอมที่จะจ่ายในสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานและรู้สึกคุ้มค่ากว่าเท่านั้นเอง 

4.จาก Promotion เป็น Evangelism หรือ Evangelists 

Brand Loyalty ผู้ที่สนับสนุนแบรนด์ หรือผู้ภักดีต่อแบรนด์ แน่นอนว่าช่วงแรกๆเราอาจจะเรียกความสนใจด้วย Promotion การลดราคาและแจกกระหน่ำ แต่ไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืนและเจ้าของแบรนด์ก็ไม่สามารถทำได้ตลอด ดังนั้นควรสร้างด้วยคุณค่า-คุณภาพ เอกลักษณ์ของสินค้า และการบริการที่ดี รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ มีกิจกรรมให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ การติดตามผล  เช่น การติดต่อพูดคุยผ่านทางโซเชียล อย่าง เฟสบุค ไลน์ หรือหน้าเว็บเพจแบรนด์ และช่องทางอื่นๆ หรือที่ใครหลายๆคนเรียกว่า แอดมิน ที่คอยทักทายและคอยตอบปัญหากับลูกค้าของแบรนด์ การจัด Workshop ให้ความรู้และทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ซึ่งข้อนี้จะช่วยเปลี่ยนจากลูกค้าขาจรเป็นลูกค้าขาประจำ และยังสามารถเพิ่มเครือข่ายได้จาก Evangelists หรือ Evangelism ทำให้เกิด Word of Mouth (WoM) ที่ลูกค้าช่วยกระจาย บอกปากต่อปาก เป็นการเพิ่มลูกค้าโดยที่แบรนด์ไม่ต้องทำการโฆษณาใดๆ 

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่า 4P จะหมดความสำคัญแล้ว เพราะตราบใดที่ยังมีธุรกิจและการผลิตสินค้า ยิ่งธุรกิจที่เกิดใหม่ ร้านที่เพิ่งเปิดให้บริการ ก็สามารถนำ 4P Marketing มาประยุกต์ใช้กับ 4E Marketing เพื่อสร้างแนวทางให้กับธุรกิจ และให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับแบรนด์ เพียงแค่รู้จักนำหยิบยกข้อดีของแต่ละข้อนำมาปรับใช้ให้ถูกต้องกับรูปแบบของสินค้า-บริการ และ เวลาหรือยุคสมัย 

 

เพราะยุคดิจิทัล “การขาย” จึงไม่ใช่เพียงแค่การขายอีกต่อไป แต่เน้นการสร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อ สร้างคุณค่าให้กับแบรนด์เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย เข้าถึงสินค้าได้ง่าย ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน เปลี่ยนจากลูกค้าขาจรเป็นลูกค้าขาประจำ เป็น Brand Loyalty ที่ภักดีในแบรนด์ มีการกลับมาซื้อและใช้บริการซ้ำ 4E Marketing Mix จึงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่จะช่วยให้แบรนด์และธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

“ไข่ไก่” เป็นอาหารที่ทุกคนคุ้นเคย เพราะคนนิยมนำไข่มาเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารคาว-หวาน เพราะไข่มีประโยชน์นานัปการและนำไปทำเมนูใดก็อร่อย อีกทั้งทำง่ายใช้เวลารวดเร็ว หรือแม้แต่จะทานไข่ต้มกับนมสดและผลไม้ ก็สามารถทดแทนการทานข้าวได้หนึ่งมื้อแล้ว จึงทำให้ไข่มักจะอยู่ในทุกเมนูอาหารสำหรับทุกเพศทุกวัยก็ว่าได้ แต่บทความนี้ได้รวบรวมข้อสงสัยหรือคำถามที่มักพบเจอพร้อมกับคำตอบเพื่อคลายข้อสงสัยเหล่านั้น มีอะไรบ้างเราไปดูกัน …. 

ไข่ไก่ควรแช่ตู้เย็นไหม…ไข่แช่ตู้เย็นอยู่ได้กี่วัน    

เมื่อไข่ไก่สดออกมาจากแม่ไก่ใหม่ๆ จะมีเมือกบางๆที่เรียกว่านวลไข่เคลือบอยู่ตรงเปลือกไข่เพื่อป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ไม่ให้ปนเปื้อนในไข่ และยังช่วยป้องกัน น้ำ อากาศ รอบนอกที่จะเข้าไปสัมผัสกับภายในไข่ แต่เมื่อปล่อยไว้นานๆนวลไข่จะแห้งลง ทำให้เชื้อจุลินทรีย์ น้ำ อากาศ เข้าไปด้านในไข่จากทางรูพรุนเล็กๆที่เรามองไม่เห็นบนเปลือกไข่และส่งผลให้ไข่เสียได้ การนำไข่แช่ตู้เย็นนั้นเลียนแบบจากการเก็บรับษาของฟาร์ม โดยฟาร์มไข่จะเก็บรักษาไข่ที่อุณหภูมิที่ 18 องศาเซลเซียส จะสามารถเก็บความสดของไข่ไว้ได้นานถึง 30 วัน ถ้าเก็บนานกว่านั้นคุณภาพและสรรพคุณไข่ไก่ก็จะลดลงและเสียได้ในที่สุด นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไข่แช่ตู้เย็นเก็บได้นานกว่าไข่ไก่ไม่แช่ตู้เย็น

 

ควรล้างไข่ไก่ไหม…วิธีล้างไข่ไก่ควรจะล้างตอนไหนดี?

คุณเคยตอกไข่เพื่อจะทำอาหารแสนอร่อยทานแต่ต้องเจอกับไข่เสียส่งกลิ่นเน่าไหม

เมื่อซื้อไข่มาแล้วอย่าเพิ่งรีบล้างไข่ไก่ วิธีทำความสะอาดไข่ไก่ที่ดีคือล้างเมื่อจะนำไปทำอาหาร เพราะน้ำจะไปชะล้างนวลไข่บนเปลือกออก ทำให้ไข่มีอายุการเก็บที่สั้นลงและมีเชื้อเข้าไปปนเปื้อนได้ง่ายส่งผลให้ไข่เสียได้เร็วขึ้น 

Top View organic eggs on sack cloth, many eggs on wicker basket and yolk glasses bowl, oil and egg whisk placed on the floor, preparing for cooking food or dessert, copy space

เราควรกินไข่วันละกี่ฟอง?

ไข่ไก่ 1 ฟองจะมีคอเลสเตอรอลประมาณ 200 มิลลิกรัม ซึ่งเท่ากับ ของปริมาณคอเลสเตอรอลที่เราสามารถรับประทานได้ คือ 300มิลลิกรัม / วัน ดังนั้นบุคคลทั่วไปที่ต้องการทานไข่ให้ได้โภชนาการที่ดีก็คือทานไข่วันละฟองหรือทานไข่มากกว่านั้น 45 ฟอง ก็ต้องขึ้นอยู่กับสุขภาพของตัวบุคคล แต่ในกลุ่มคนที่ต้องระมัดระวังในเรื่องของคอเลสเตอรอล กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวและจำกัดไขมัน เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และกลุ่มผู้สูงอายุ สามารถทานไข่ได้แบบวันเว้นวัน หรือทาน 34 ฟอง / สัปดาห์ และควรรับประทานไข่สุกเท่านั้น เพราะการกินไข่ดิบที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ อาจมีสารบางอย่างในไข่ดิบไปรบกวนการดูดซึมไบโอตินในร่างกายได้

 

ไข่แดงหรือไข่ขาวมีประโยชน์กว่ากัน?

ถ้าเรากินแยกกันระหว่างไข่แดงและไข่ขาว ประโยชน์ของไข่แดงคือมีฟอสฟอรัสสูง ในขณะที่ประโยชน์ของไข่ขาวคือมีโพแทสเซียมและโซเดียมสูง และไข่แดงมีวิตามิน A D E K ที่ละลายได้ในไขมันแต่ไข่ขาวไม่มี หากเราทานแต่ไข่ขาวเราก็จะขาดวิตามิน  A D E แต่ถ้าทานแต่ไข่แดงอย่างเดียว เราก็จะไม่ได้รับโพแทสเซียมและโซเดียม การทานไข่ให้ได้สารอาหารจากไข่อย่างครบถ้วนจึงควรทานไข่ทั้งใบคือทานทั้งไข่แดงและไข่ขาว        

 

ทานไข่สุกหรือไข่ดิบดีกว่ากัน? 

การทานไข่สุกจะได้สารอาหารจากไข่ครบถ้วน แต่ถ้านำไข่ไปทอดกับน้ำมันที่มีไขมันสูงหรือเป็นน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัว ก็อาจได้ไขมันสูงจากน้ำมันไปด้วย ดังนั้นการเลือกกินไข่ต้ม ไข่ปิ้ง เพื่อเลี่ยงน้ำมันและดีต่อสุขภาพมากกว่า สำหรับบางคนอาจชื่นชอบการกินไข่ดิบเพราะรสชาติ บางคนเลือกกินแต่ไข่ดิบเพราะเข้าใจว่าประโยชน์ไข่ดิบช่วยเพิ่มพลัง แต่ที่จริงการกินไข่ไม่สุกจะได้สารอาหารเพียง 50 % ลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารไข่ดิบได้เต็มที่ และยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella) ที่เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มักจะมีอยู่ในตัวแม่ไก่ หากเราทานไข่ที่มีเชื้อซาลโมเนลลา จะทำให้เรามีอาการปวดท้อง ท้องเสีย เป็นไข้ หนาวสั่น อาเจียน เวียนศีรษะ ถ้าผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงอาจฟื้นตัวได้ภายใน 23 วัน แต่ถ้ามีอาการนานเกิน 7 วัน ควรไปพบแพทย์  หากผู้ติดเชื้อเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด หรือมีภาวะขาดน้ำ ควรรีบพาไปพบแพทย์ เพราะหากติดเชื้อในกระแสเลือดอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ไข่ต้มกินได้วันละกี่ฟอง? 

บางคนก็ต้มไข่กินเพื่อสุขภาพ บางคนกินไข่ต้มทุกเช้าเพื่อลดน้ำหนัก บางคนก็ชอบแบบไข่ต้มยางมะตูม หรือต้มไข่ออนเซ็น เป็นอาหารเร่งด่วนที่ให้คุณค่าอาหารได้อย่างดี เหมาะมากๆกับทานเป็นมื้อเช้าช่วงเวลาเร่งรีบ อย่างต้มไข่ใส่โจ๊กอิ่มอร่อยและได้ประโยชน์ ทานได้ทุกวัย สามารถทานได้วันละ 12 ฟอง แต่บางคนก็อาจทานไข่ต้มวันละ 34 ฟอง ซึ่งก็ทานได้ตามวัยและกิจกรรมที่ทำ เช่นเป็นนักกฬายกน้ำหนัก เป็นนักเพาะกาย ออกกำลังกายเพื่อเล่นกล้าม 

 

ไข่ต้มควรกินตอนไหน?

การทานไข่ต้มสามารถทานได้ทุกช่วงเวลา แต่ดีที่สุดคือควรทานไข่ต้มตอนเช้า เนื่องจากประโยชน์ของไข่ต้มคือมีโปรตีนสูงแต่ให้ไขมันอิ่มตัวต่ำ ทำให้อิ่มนาน ทำให้คุณมีความอยากอาหารมันๆทอดๆน้อยลงในช่วงระหว่างวัน ไข่มีโคลีนสูงถึง 30 % ของปริมาณร่างกายที่ต้องการ ซึ่งเป็นตัวช่วยอย่างดีในเรื่องของความจำ และไข่ยังมีลูทีน ซีแซนทีน ที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงโรคสายตา-ความเสื่อมสภาพของดวงตา ดังนั้นการทานไข่ตอนเช้าก่อนไปเรียน หรือก่อนไปทำงานที่ต้องใช้ความจำ ใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา อีกทั้งยังช่วยเรื่องความอยากอาหารของผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก จึงเป็นการตอบโจทย์ที่ดี 

ต้มไข่กี่นาทีจึงจะได้แบบที่ต้องการ?

การต้มไข่เหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ได้ง่ายนักหากต้องการระดับไข่สุกให้ได้ดั่งใจ เช่น ไข่ลวกกี่นาที ไข่ออนเซ็นต้มกี่นาที ฯลฯ แต่ถ้ารู้เทคนิคก็จะเป็นเรื่องง่ายทันที เพียงแค่จับเวลาในการต้มไข่ เริ่มจากการต้มไข่ลวกใช้เวลา 2 นาที การต้มไข่ยางมะตูมใช้เวลา 4 นาที ไข่เกือบสุกใช้เวลา 6 นาที ไข่สุกนิ่มใช้เวลา 8 นาที ไข่สุกมากเต็มที่ใช้เวลา10 นาที ส่วนวิธีการต้มไข่ออนเซ็นจะต่างออกไปคือ ตั้งน้ำให้เดือดแล้วปิดไฟเตาหรือยกหม้อลงพักไว้ 1 นาที นำไข่ที่แช่เย็นลงไปในหม้อประมาณ 12 นาที แล้วตักไข่ใส่ลงในน้ำเย็นหรือน้ำที่มีน้ำแข็ง 5 นาที เพียงเท่านี้ก็จะได้ไข่ออนเซ็นแบบญี่ปุ่นที่ไม่ใช่ไข่แข็งแบบไข่ต้ม 

 

ไข่ลดไขมัน ลดน้ำหนักได้จริงไหม? 

ผลจากการวิจัยจากศูนย์ Rochester Centre of Obecity in America และมหาวิทยาลัยลุยเซียนาในสหรัฐฯ การกินไข่เป็นอาหารเช้าช่วยจำกัดปริมาณแคลอรี่ตลอดทั้งวัน ได้ประมาณ 400 กิโลแคลอรี่ การกินไข่ช่วยทำให้อิ่มนาน ไม่หิวบ่อย แต่ให้พลังงาน 85 กิโลแคลอรี่ / ฟอง ส่งผลให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพ โดยการกินไข่วันละ 2 ฟอง ติดต่อกัน 1 สัปดาห์ จะช่วยลดความอยากอาหาร เมื่อทานได้น้อยลงน้ำหนักก็ลดลง แต่ถ้าผู้ที่เป็นเบาหวานทานไข่วันละ 2 ฟองติดต่อกัน 12 สัปดาห์หรือว่า 3 เดือน เมื่อทำการตรวจน้ำตาลจะพบว่า ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดลดลง แต่ไขมันดี (HDL) เพิ่มขึ้น ในขณะที่ไขมันเลวลดลง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดสำหรับผู้มีภาวะเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง 

 

ประโยชน์ของการกินไข่มีอะไรบ้าง?

ประโยชน์จากไข่มีมากมายดังต่อไปนี้   

  • ไข่มีโอเมก้า 3 ที่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างเองได้ การทานไข่จะได้รับโอเมก้า3 ช่วยในการลดไขมันและความดันโลหิต ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอัมพาต ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงสายตา ช่วยลดอาการอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะคนเป็นภูมิแพ้  
  • ไข่มีโปรตีนและกรดอะมิโน ไข่ 1 ฟองมีโปรตีนสูงถึง 6 กรัม ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ส่วนกรดอะมิโนช่วยให้ร่างกายสามารถนำโปรตีนมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใครได้รับบาดคุณสมบัติของไข่จะช่วยให้แผลซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น 
  • ไข่เพิ่มคอเลสเตอรอลดี (HDL) ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง และทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มากกว่าผู้ที่ไม่กินไข่ 
  • ไข่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ชรา ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคความจำเสื่อม โรคมะเร็ง 
  • ไข่มีลูทีน ปกติในดวงตาของคนเราจะมีลูทีนที่ช่วยปกป้องเรติน่า การรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาเช่นไข่จะช่วยเพิ่มลูทีนเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคจอตาเสื่อม โรคทางสายตา และภาวะตาบอด 
  • ไข่มีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูก ข้อต่อ ฟัน และเล็บ ลดการอักเสบของข้อต่อกระดูก
  • ไข่แดงมีธาตุเหล็ก ประโยชน์ไข่แดงช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ลดภาวะโลหิตจาง บำรุงผิว
  • ไข่มีวิตามินเอที่ช่วยในการมองเห็น ช่วยรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ และโรคผิวหนังบางชนิด ไข่มีวิตามินดี ที่ช่วยดูดซึมแคลเซียมและวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย เสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกายเมื่อเจ็บป่วย ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และยังช่วยบำรุงสมอง 

แต่ละวัยควรกินไข่กี่ฟอง?

ต้องยอมรับว่าไข่เป็นอาหารที่อยู่ในทุกช่วงวัยจริงๆ ตั้งแต่เด็กๆก็กินข้าวกับไข่ กินข้าวกับไข่ต้มบ้าง กินข้าวกับไข่เจียวบ้าง โดยวัยเด็กจะเริ่มตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 78 เดือน สามารถกินไข่ได้ครึ่งฟอง โดยอาจนำไข่บดกับข้าวให้กิน ส่วนเด็กที่อายุ1ขวบขึ้นไปจนถึงวัยทำงานทานไข่ได้ 12 ฟอง แต่สำหรับผู้มีสุขภาพแข็งแรงหรือออกกำลังกายก็อาจทานได้มากกว่านั้นตามกิจกรรมประจำวันแต่อย่ามากเกินไป เพราะไข่ก็มีโปรตีนอยู่แล้ว และถ้าทานร่วมกับเนื้อสัตว์อื่นร่วมอีก อาจทำให้มีปริมาณโปรตีนมากเกินกว่าที่ร่างกายกำหนด โดยโปรตีนนี้เมื่อทำการเผาผลาญจะเกิดเป็นของเสียที่เรียกว่าแอมโมเนีย และเปลี่ยนไปเป็นยูเรียก่อนที่จะถูกขับออกทางปัสสาวะโดยไต เมื่อร่างกายมีของเสียมากเกินไปก็จะทำให้ไตทำงานหนัก ส่วนผู้สูงวัยหากมีสุขภาพปกติก็สามารถทานได้วันละ1ฟองหรือแบบวันเว้นวัน 

เลือกไข่อย่างไรให้สดใหม่เหมือนเพิ่งออกจากฟาร์มไข่ไก่

การเลือกไข่ไก่ที่สดใหม่จะต้องมีหลักการเลือกซื้อไข่ไก่จาก เปลือกไข่สะอาด ไม่มีรอยปริหรือแตกร้าว มีน้ำหนัก ไม่เบาจนเกินไป เปลือกของไข่จะต้องมีสีนวลเหมือนมีแป้งบางๆติดอยู่ จับแล้วรู้สึกสากๆมือ ไข่ไก่ที่สดเมื่อนำไปส่องแสงจะโปร่งแสง และเมื่อเราหมุนไข่ ไข่แดงจะหมุนตามด้วย ไข่สดจะจมน้ำ และไข่ที่มีลักษณะกลมมนจะมีไข่แดงเยอะกว่าไข่ขาว ส่วนไข่รูปร่างเรียวจะมีไข่ขาวมากกว่าไข่แดง

เกรดไข่ไก่ต่างกันอย่างไร

เวลาที่เราไปเลือกซื้อไข่ไก่แน่นอนว่าจะต้องมีหลายขนาดให้เลือก จะมีตั้งแต่ขนาดไข่เบอร์ ไข่เบอร์ 1 ไข่เบอร์ 2 ไข่เบอร์ 3 แน่นอนว่าที่เขาขายตามขนาดแบบนี้ ไข่เบอร์ 0 จะมีขนาดใหญ่สุด และไล่ลำดับลงมา แต่ถ้าพูดเรื่องเกรดไข่ไก่จะเป็น ไข่เกรด AA ซึ่งมีได้หลายขนาดแต่จะเป็นเกรดที่ดีที่สุด มีเปลือกแข็งแรง มีไข่แดงที่กลมและเนื้อของไข่ขาวแน่น  ไข่ไก่เกรดA มีคุณภาพลดหลั่นลงมาและเป็นเกรดที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ไข่ไก่เกรดB จะมีไข่แดงมากกว่าไข่ขาว แต่อาจมีรอยเปื้อนด่าง หรือตำหนิเล็กน้อย และไข่ไก่เกรดC จะมีไข่ขาวเหลวเป็นน้ำ เป็นไข่เกรดต่ำสุด ซึ่งจะมีราคาถูกสุด 

 

มีข้อไหนที่ตรงกับความสงสัยของใครกันบ้าง และได้คำตอบแล้วหรือยังเอ่ย หวังว่าบทความนี้จะได้ให้ประโยชน์เรื่องของไข่ๆให้ผู้ที่รักการทานไข่ หรือต้องการทานไข่แต่มีข้อจำกัดที่ไม่มั่นใจจะทานไข่ดีหรือไม่ จะทานเท่าไรยังไงดี ก็หวังว่าจะได้คำตอบจากบทความนี้ไม่มากก็น้อย อยากอ่านเรื่องอะไรอีกนั้นก็ลองแสดงความคิดเห็นไว้ได้นะคะ เผื่อจะได้นำไปเขียนในบทความต่อไปมาให้ได้อ่านกันอีก แล้วอย่าลืมเคล็ดดีๆในการเลือกซื้อไข่ไก่ไปซื้อไข่ในครั้งต่อไปนะคะ เพื่อจะได้ทานไข่ไก่ที่มากประโยชน์อย่างอร่อยค่ะ …… 

ถ้าเราไปเดินห้างสรรพสินค้าหลายๆแห่ง เข้าพักโรงแรมระดับ5ดาว ไปหาหมอที่โรงพยาบาล หรือเคยเข้าโรงงานอุตสาหกรรม จะเห็นว่าพื้นเงาวาว เรียบลื่น ดูสวยงาม คิดว่าหลายๆคนคงจะรู้จักชนิดพื้นแบบนั้นแล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเป็นการเคลือบพื้น “พื้นEpoxy” และ “พื้นPU

หรือบางคนก็เรียกรวบยอด pu epoxy รวมกันไปเลย แล้วพื้นอีพอกซีคืออะไร แตกต่างจากพื้นทั่วไปยังไง และดีอย่างไร นั่นสิ! สงสัยเหมือนกันใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นเรามารู้ข้อมูลพร้อมกันเลยค่ะ 

 

อีพอกซี (Epoxy) หรือ โพลีอีพอกไซด์ เป็นพลาสติกพอลิเมอร์เธอร์โมเซตติง ที่ขึ้นรูปจากปฏิกริยาจากสารสังเคราะห์ระหว่างอีพอกไซด์เรซินกับโพลีเอมีน อีพอกซี่เรซิ่นจะมีการใช้งานที่กว้างขวาง ทั้งใช้เป็นตัวประสาน ใช้เป็นวัสดุพลาสติกเสริมแรงไฟเบอร์ แต่ในที่นี้เราจะเน้นในเรื่องการนำอีพอกซี่มาใช้ในงานพื้น การเคลือบพื้นและส่วนของสถานที่ ซึ่งการเคลือบพื้นอีพอกซีจะให้พื้นดูผิวมัน ไม่มีรอยต่อ สีสวย ป้องกันเชื้อรา ป้องกันไฟฟ้าสถิตได้ดี ติดตั้งได้รวดเร็ว ทนต่อแรงกระแทก ทนต่อการขัดสีและสารเคมี แต่ไม่ทนต่อตัวทำละลาย เช่น ทินเนอร์ ทาเคลือบผิวคอนกรีตเพื่อความเรียบเงาสวยงาม ทำความสะอาดง่าย สามารถทาเป็นพื้นหยาบเพื่อกันลื่นได้ สามารถเคลือบได้ทั้งพื้นเรียบและพื้นขรุขระเพื่อให้ผิวดูเรียบขึ้น เหมาะกับสถานที่ต้องการความสะอาดและไร้รอยต่อ ทำความสะอาดง่าย ปราศจากฝุ่น เช่น พื้นห้างสรรพสินค้าที่เราเดินช้อปปิ้ง พื้นโรงพยาบาล พื้นห้องยา โชว์รูม คลังสินค้า ห้องเก็บวัสดุ ที่มีการเคลื่อนไหวและกระแทกตลอดเวลา 

แต่..อีพอกซี่เรซิ่นไม่เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคารเพราะไม่ทนต่อแสงแดด ถ้าโดนแสงUV คุณสมบัติในสารเคมีของอีพ็อกซี่จะเสื่อมเร็ว จึงเหมาะกับการใช้งานภายในเท่านั้น มีความลื่นจึงต้องระวังในการเดินบนพื้นอีพอกซีที่เปียก มีอายุการใช้งานประมาณ 8 ปี แต่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย โดยการขูดออกและทาทับได้เลย และก่อนทาอีพอกซีควรจะวัดความชื้นของพื้นคอนกรีตก่อน เพราะถ้าพื้นคอนกรีตมีความชื้น แล้วทาทับลงไป เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งความชื้นของพื้นจะดันขึ้นมาที่อีพอกซี่จนทำให้เกิดเป็นฟิล์มและอีพอกซีหลุดลอกออกเป็นแผ่น 

 

พื้นอีพอกซี่จะมีแบบ Epoxy Coating และ แบบปูนขัดสด หรือ Floor Hardener เป็นแบบวิธีขัดสด แล้วค่อยสาดปูนที่เป็น Floor Hardener ซึ่งเป็นปูนชนิดหนึ่งแต่เพิ่มสารที่ให้ความแกร่งและทนทานเข้าไป พื้น ทำให้หน้าปูนมีความแข็ง แล้วค่อยโค้ตติ้งทับอีกชั้น เหมือนบางห้างที่ดูพื้นแล้วเป็นสีปูนแต่มีความเรียบเงา แต่ข้อเสียคือ ด้วยความที่ floor hardener มีความแข็ง ไม่มีความยืดหยุ่น เมื่อเกิดรอยร้าวก็จะแตกได้ต่อเนื่องเลย ซ่อมแซมพื้นไม่ได้ หรือแม้แต่แบบลอฟท์ขัดสดก็เช่นเดียวกัน 

 

การเคลือบอีพ็อกซี่จะทำการโค้ตติ้งบนพื้นปูนหรือคอนกรีตอีกที epoxy coating จึงสามารถทำทีหลังได้ โดยจะต้องเตรียมพื้นผิวให้เรียบร้อย อีพอกซี่โค้ตติ้งมีความแข็งแรง ทนทานต่อกรดและด่าง และด้วยที่มีความยืดหยุ่นสูงทำให้สามารถปิดทับพื้นที่มีรอยแตก หรือทำปิดซ่อมพื้นได้ และยังทำให้เกิดความเงาสวย 

 

แต่เนื่องจาก Epoxy Coating เป็นสาร Bitumen (สารที่ได้จากการกลั่นปิโตเลียม) ที่มีองค์ประกอบสารตะกั่วปะปนอยู่ จึงควรตรวจสอบให้ดีสำหรับผู้ที่แพ้สารตะกั่วอย่างรุนแรง 

 

การใช้งาน epoxy โดยปกติจะมีสารมา 2 ส่วน เป็น พาร์ท A และ พาร์ท B มาผสมกันตามสัดส่วน และเมื่อผสมเข้าด้วยกันแล้วจะต้องใช้งานให้หมด เพราะที่เหลือจะแข็งจนนำไปใช้งานต่อไม่ได้ การเก็บก็ต้องแยกเก็บส่วน  A และ B แยกไว้ต่างหาก จะผสมเมื่อจะใช้งานเท่านั้น และควรให้ช่างผู้ชำนาญดำเนินการ หากจะทำเองก็อาจทำได้หากทำในส่วนบริเวณเล็กๆ 

 

ที่จริงพื้นอีพอกซี่จะมีด้วยกันหลายชนิด แต่ที่จะพบโดยส่วนใหญ่ก็จะมี Epoxy Coating มักจะเห็นการทำพื้นอีพ็อกซี่ในห้างสรรพสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม ลานจอดรถ โรงพยาบาล ใช้ตีเส้นจราจร และ Epoxy leveling ที่มักนิยมใช้ในสถานที่ต้องการความเรียบไร้รอยต่อ เช่น โชว์รูมรถยนต์ ห้องแลป พื้นโรงงาน พื้นโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โรงแรมระดับ5ดาว รีสอร์ทหรู ฯลฯ 

 

Epoxy Coating Flooring สามารถทาพื้นปูนและพื้นคอนกรีตได้ทั้งเก่าและใหม่ มีความเงางาม สีสันสดใน ทำความสะอาดและดูแลง่าย เหมาะกับอุตสาหกรรมเบา และเลือกได้ทั้งผิวเรียบและผิวขลุขระ ใช้เคลือบหรือทาบนเบสที่มีความหนาน้อยกว่า 2 มิลลิเมตรลงมา ใช้ A+B แล้วทาได้เลย เหมือนเป็นการทาสี ส่วนใหญ่พื้นโรงงานepoxyราคาตามความหนาของพื้น ถ้าพื้นบางก็ถูกลงมาอีก ส่วน Epoxy self leveling คือ พื้นอีพอกซี่ที่มีความหนาในการใช้งานเกิน 2 มิลลิเมตรขึ้นไป เป็นสีที่ปรับผิวเรียบได้ด้วยตัวเอง เซ็ตตัวเองได้ทันทีเมื่อแห้งบนเบสที่ 2 มิลลิเมตรขึ้นไป เป็นที่นิยมนำมาใช้ในงานอุตสาหกรรมและอาคารบ้านเรือนอาศัย ยิ่งมีความหนาก็ยิ่งมีความแข็งแรงและราคาก็สูงตาม 

 

นอกจากนี้ยังมีชนิดพื้นโพลียูริเทนหรือพื้นPU (Polyurethane) พื้นโพลียูรีเทนคือพื้นยางสังเคราะห์ที่ใช้ทดแทนยาวธรรมชาติ เพราะพียูเป็นสารพอลิเมอร์เทอร์โมเซ็ตติ้งชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับอีพอกซี่ เป็นสารเคลือบผิวที่มีประสิทธิภาพสูง ส่วนใหญ่จะมีความหนา 39 มิลลิเมตร เป็นพื้นที่เหมาะในบริเวณที่ใช้งานหนัก ด้วยลักษณะหยาบ กันลื่นได้ดี มีคุณสมบัติแตกต่างจากพื้น Epoxy คือ พื้นพียูจะมีตัวล่างเป็นตัวเบสและมีหลายเลเยอร์ พื้นพียูจะป้องกันความชื้นไหลซึมผ่านฟิล์มสีจะเหมาะกับพื้นที่ต้องทนความเย็น เคลือบผิวคอนกรีตอุตสาหกรรมที่เปียกและแห้ง ห้องแช่ ห้องเย็นติดลบ ห้องโหลดสินค้า พื้นที่ต้องใช้งานหนัก เหมาะกับโรงงานอาหาร โรงงานอุตสาหกรรม งานแช่แข็ง งานห้องเย็น ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา จึงเหมาะกับสถานที่ต้องการควบคุมฝุ่นและเชื้อโรค เช่น โรงงานอุตสาหกรรมอาหารและยา ทนต่อแรงกระแทก ทนต่อสารเคมี ทำความสะอาดง่าย ด้วยความที่พื้นpuคุณสมบัติมีความแข็งแรงมากกว่าพื้นทั่วไป พื้นpuราคาต่อตารางเมตรจึงค่อนข้างสูงกว่า 

 

แล้วพื้นพียูแตกต่างยังไงกับพื้นอีพอกซี่…พื้นพียูจะมีความทนต่อแสงยูวีได้มากกว่า จึงสามารถใช้ได้ทั้งในอาคารและนอกอาคาร พื้นผิวพียูจะไม่แข็งเท่าพื้นอีพอกซี่ จัดการความชื้นได้ดีกว่า และทนทานต่อสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิได้แบบสุดขั้วกว่า อย่างห้องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -30 องศาเซลเซียส  ลานสนามกลางแจ้ง แต่พื้นพียูจะยึดติดพื้นคอนกรีตได้ไม่ดีเท่า มีความหนาที่ค่อนข้างต่ำ และส่วนใหญ่โพลียูรีเทนจะเป็นตัวทำละลาย นั่นแสดงว่ามีค่า voc สูง  แต่ในขณะเดียวกันพื้นอีพ็อกซี่จะมีความต้านแรงอัดได้สูงกว่า  ถ้าเทียบกันในเรื่องของพื้นอุตสาหกรรม พื้นอีพอกซีจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพื้นอุตสาหกรรมหนัก บริเวณที่มีจราจรหนาแน่นอย่างศูนย์ของธุรกิจประเภทโลจิสติกส์ คลังสินค้า แต่พื้นโพลียูรีเทนจะตอบโจทย์กับอุตสาหกรรมอาหาร อาทีเช่น อุตสาหกรรมอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์นมและชีส เพราะถ้าเลือกใช้พื้นอีพอกซีที่มักจะมีกรดแลกติกอยู่ในสภาพแวดล้อมของโรงงานประเภทดังกล่าว จะถูกกัดกร่อนและมีคราบเหลือง แต่พื้นพียูจะไม่มีปัญหานี้ หรือจะเลือกเป็นการผสมผสานระหว่างทั้งสอง แต่ต้องเลือกช่างที่ชำนาญการโดยเฉพาะเป็นผู้ทำ เพราะจะผิดพลาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไม่ได้เลย หากคุณไม่อยากเสียเงินซ้ำซ้อนในการซ่อมแซมในอนาคต 

ไม่ใช่แค่เพียงพื้นห้างสรรพสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แม้แต่ลานอเนกประสงค์ หรือพื้นpuสนามกีฬาในร่ม เช่น สนามแบดมินตัน สนามบาสเก็ตบอล สนามฟุตซอลล์ ก็เริ่มหันมานิยมใช้เป็นพื้นยางสังเคราะห์PU หรือพื้นโพลียูรีเทน ซึ่งเมื่อก่อนบางสนามจะใช้เป็นพื้นไม้ แต่เพราะพื้นไม้ทำความสะอาดยาก ไม่ค่อยทนต่อแรงขีดข่วน และบางครั้งก็เกิดอุบัติเหตุเพราะพื้นลื่น แต่ในกรณีพื้นพียูจะช่วยเรื่องกันลื่นได้ ช่วยถนอมข้อเท้าและเข่า เพราะดูดซับแรงกระแทกได้ดี มีความแข็งแรงทนทาน และมีความสวยงาม ซึ่งยางสังเคราะห์นี้สามารถใช้ได้ทั้งในร่มและสนามกลางแจ้ง เพราะทนต่อแสงUV ได้ดี เป็นพื้นยางสังเคราะห์ที่มีคุณภาพ และทนทานกว่าพื้นยางสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ พื้นยางสังเคราะห์ที่ทำจากยางมะตอยหรืออคริลิค จึงมีการเรียกใช้ช่างเปลี่ยนพื้นพียูกันกันมากขึ้น แน่นอนว่าการจะเปลี่ยนพื้นจะต้องให้ผู้ชำนาญและช่างที่เชี่ยวชาญทำ เพราะหากทำเองหรือไม่มีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการทำมากพอ อาจประสบปัญหาตามมาได้ เช่น ทาไม่นานก็สีหลุดร่อน หรือเคลือบพื้นอีพอกซีแล้วก็บวม ต้องมีการเรียกช่างมาแก้ไข ซึ่งอาจต้องเสียค่าซ่อมแซมมากกว่าเดิม 

 

สำหรับบางคนที่อาจชอบลักษณะและคุณสมบัติของพื้นอีพ็อกซี่และพื้นพียู อยากทำพื้นที่บ้านบ้าง ถ้าที่เคยเห็นก็จะมีการทำพื้นอีพ็อกซีหรือพื้นพียูในเชิงพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านเกม ร้านคอมพิวเตอร์ ร้านเสริมสวยหรูๆ สำนักงาน ออฟฟิศ ในส่วนราชการบางพื้นที่ และภาคเอกชนหลายแห่ง รวมไปถึงการทำพื้นโรงจอดรถที่บ้าน หรือนำไปใช้ในระบบกันซึม ใช้เพื่ออุดรอยรั่ว-พื้นกันซึมในห้องน้ำ ระบป้องกันการรั่วซึม ระบบกันซึมดาดฟ้า บริเวณในบ้าน หลังคา ชั้นใต้ดินของอาคาร บ้านเรือน โรงงาน โดยทาป้องกันไว้เผื่อรั่วซึมในอนาคต หรือทำกันซึมเพื่อซ่อมแซมปรับปรุง กันซึมมีแบบทา (coating) และแบบเป่าไฟ (membrane) โดยกันซึมแบบทาหรือโค้ดติ้งจะเป็นน้ำยาผสมอะคริลิค มีแบบทนรังสี uv ที่เหมาะกับการทาภายนอกอาคาร หลังคา ผนังด้านนอก และแบบไม่ทนรังสี uv เหมาะกับการทาภายในอาคาร หรือบริเวณที่มีฉาบปิด เช่น ห้องน้ำ แท็งค์น้ำ บ่อเก็บน้ำใต้ดิน สระว่ายน้ำ เป็นต้น 

 

แต่ในกรณีสนใจทำเป็นพื้นบ้านหรือต้องการสอบถามรายละเอียด ไม่ว่าจะราคาทำพื้นepoxyต่อตารางเมตรเท่าไร ข้อมูลเกี่ยวกับการทำพื้นยางสังเคราะห์โพลียูรีเทนราคาประหยัด ราคาอีพ็อกซี่ ทำพื้นpu ทำพื้นepoxy ก็สามารถติดต่อบริษัทรับทำพื้นอีพ็อกซี่ ซึ่งนอกจากรับทำพื้นepoxy  พื้นอีพ็อกซี่ราคามิตรภาพแล้ว ยังรับบริการทาสีอาคาร บริการงานตีเส้นจราจร รับติดตั้งงานระบบกันซึม รับทากันซึมดาดฟ้า ฝ้าเมทัลชีท รับติดตั้งหลังคาเมทัลชีท และหลังคาpolycarbonateราคาถูก เป็นบริษัทที่ได้มาตรฐานสูง  และมีการันตีรองรับ SGS มีทั้ง GMP ,  ISO และ HACCP  ซึ่งเขารับประกันงาน  มีบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพทุกฝ่าย ที่มีประสบการณ์มายาวนาน และบริการมาแล้วทั่วประเทศ 

3d rendering empty room with white wall and floor

เมื่อพูดถึงหลังคาและแผ่นโพลีคาร์บอเนต บางสถานที่ก็นิยมนำไปใช้เป็นแผ่นโพลีคาร์บอเนตกั้นห้อง หรือใช้ในการทำโรงเรือนเพาะต้นไม้ ยิ่งช่วงโควิดระบาด เกิดกระแสการเพาะต้นไม้ขาย สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำให้กับผู้เพาะต้นไม้ จนต้องสร้างโรงเรือนต้นไม้ โดยการขึ้นโครงเสาง่ายๆและใช้หลังคาโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนตหรือแผ่นโพลีคาร์บอเนตใสราคาที่ไม่แพงเพื่อทำแบบโรงเรือนเปิด ทำให้มีแสงแดดเข้าสู่ภายในเรือนแต่ไม่แรงจนเกินไป พอเหมาะต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้ได้ดี  

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบโรงงาน สำนักงาน ครัวเรือน ที่สนใจในเรื่องปรับปรุงซ่อมแซมหรือเปลี่ยนพื้น หรือมีรอยรั่วรอยซึมในตัวอาคาร ต้องการทำระบบกันซึม การจะทำเองไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าเป็นบริเวณที่มีเนื้อที่กว้างยิ่งควรใช้บริการบริษัทหรือช่างที่มีประสบการณ์ตรง แต่การจะต้องเลือกบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือ จะต้องมีการรองรับมาตรฐานโรงงานอย่าง ISO มีผลงานการันตี อย่าเลือกเพียงเพราะราคาถูก หรือเรียกใช้บริการช่างที่ไม่สามารถตรวจสอบระบบได้ เพราะอาจเสี่ยงในการทิ้งงาน งานไม่มีคุณภาพ หลอกคิดค่าบริการสูงแต่ใช้เกรดวัสดุต่ำ เชื่อว่าไม่มีใครอยากสูญเงินเปล่า หรือเสียเงินซ้ำซ้อนเพราะการซ่อมงานทีหลัง และมานั่งเจ็บใจเข้าทำนองที่ว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย 

 

เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะต้องเคยเจอหรืออาจกำลังเจอคนที่ชอบเอาชนะ ชอบเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ อวดฉลาดและชอบข่มคนอื่น ซึ่งอาจเป็นเพื่อน เป็นคนรู้จัก หรือเป็นคนที่ทำงาน และแม้แต่คนในครอบครัว ที่อาจต้องเจอกันทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

 

คนที่ชอบเอาชนะ ที่ชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ชอบคิดว่าตัวเองเก่งและเหนือกว่าคนอื่น ก็มักจะทำให้เรารู้สึกรำคาญหรืออารมณ์เสียบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ได้แต่ส่ายหน้าและปล่อยๆไปถือว่ากำลังบำเพ็ญตบะ ประมาณ มารไม่มีบารมีไม่เกิด อะไรประมาณนั้น เพราะคนประเภทนี้ชอบแข่งขัน พยายามเสนอตัว อวดอ้างสรรพคุณความเก่งความฉลาดของตัวเอง เพื่อข่มคนอื่นให้รู้สึกเหนือกว่า เพราะต้องการการยอมรับจากคนที่เขากำลังข่มและจากคนทั่วไป เพื่อให้ตัวเองรู้สึกชนะ ตัวเองเก่งและถูกต้องกว่าใครๆ ถึงแม้ว่าคนอื่นไม่ได้ต้องการจะแข่งขันตั้งแต่แรก แต่ต้องทำเฉยปล่อยให้เขารู้สึกเหนือกว่าเพื่อตัดความรำคาญ 

 

แน่นอนว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่คนประเภทนี้จะไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นที่ต่างจากคนอื่น เพราะเชื่อมั่นว่าความคิดของตัวเองถูกต้องและดีที่สุด เมื่อมีใครไม่เห็นด้วยหรือแสดงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับตน ก็จะพยายามโต้แย้งด้วยสารพัดเหตุผลที่อ้างไปเรื่อย หรือไม่ก็พยายามคาดคั้นจนอีกฝ่ายรำคาญและตัดปัญหาด้วยการยอมๆไปเสีย เรื่องจะได้จบๆ แต่ถ้าเราตอบโต้ไปตรงๆ อาจทำให้เกิดปัญหาบานปลายจนถึงขั้นทะเลาะวิวาทได้ แต่ถ้าอยู่เฉยๆก็รบกวนชีวิตประจำวันหรือประสิทธิภาพในการทำงาน และการที่ต้องใช้ความอดทนบ่อยๆก็อาจเสียสุขภาพจิตได้เช่นกัน แต่เมื่อหลีกหนีคนประเภทได้ยากเพราะอาจพักที่เดียวกัน ทำงานที่เดียวกัน ก็จำเป็นต้องรู้วิธีการรับมือกันสักหน่อย 

1. มองโลกในแง่ดี เขาอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนประเภทนั้น ซึ่งอาจเป็นการทำแบบไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าพฤติกรรมแบบนี้ของตนทำให้คนรอบข้างอึดอัด เพราะเขาคิดว่าเขาเก่งและเขาทำถูกต้องแล้วทุกอย่าง ในขณะที่คนอื่นไม่ได้คิดแบบนั้น แค่ปล่อยผ่านด้วยความรำคาญ อืมม.. ข้อนี้จะทำให้เราวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์กันไป ซึ่งก็ดีนะ คิดแง่บวกก็ดีกว่าคิดแง่ลบ 

2. ทำความรู้จักตัวตนเขาให้มากกว่านี้ก่อน อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนที่ต้องทำความรู้จักคนประเภทนี้ให้มากขึ้น เพราะความอึดอัดที่เขาสร้างมันไม่น่าเข้าใกล้จนอยากรู้จักมากไปกว่านี้ แต่ถ้าพยายามมองว่าบางทีเขาอาจจะเป็นคนน่าสงสารคนหนึ่ง ที่อาจมีปมด้อยอะไรอยู่จึงพยายามสร้างตัวตนให้เด่นให้เหนือกว่าคนอื่น เพื่อลบปมด้อยนั้นและทำให้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น แต่ก็ใช่แหล่ะนะว่าจริงๆเขาควรลบปมด้อยด้วยวิธีอื่นดีกว่า ต้องเป็นคนมีเมตตาสูงนะถึงจะทำข้อนี้ได้ แต่ก็ถือซะว่ากำลังฝึกตนให้เป็นคนมีเมตตาจิต

3. อย่ารีบคัดค้านสิ่งที่เขาพูดหรือการกระทำของเขา เพราะคนประเภทนี้คิดอยู่เสมอว่าตนเองถูกต้องที่สุด เมื่อมีคนทักท้วง ตั้งข้อสงสัย หรือคัดค้าน เขาจะเกิดความรูสึกไม่พอใจทันที เพราะเขาจะคิดว่านั่นคือการแสดงออกว่าเขาผิด เขาก็จะพยายามตอบโต้ด้วยความอยากชนะที่รุนแรงกว่าเดิมทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะคำพูดที่ขัดแย้ง คำถามย้อนกลับ และตามด้วยความคิดความรู้ของตนที่อาจถูกหรือไม่ถูกก็ตาม และต่อให้เขาไม่แน่ใจว่าความรู้ของตนถูก100% หรือไม่ แต่เขาก็จะทำย้อนและแย้งจนอีกฝ่ายรำคาญและยอมจำนนไปเอง นอกเสียจากว่าจะเจอคนที่ชอบเอาชนะเหมือนกัน ถึงจะเป็นมวยถูกคู่ แต่แน่นอนว่าปัญหาก็คงไม่จบง่ายๆเช่นกัน จนกว่าทุกฝ่ายจะยอมเขานั่นเอง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลายและลุกลามใหญ่โต(เพราะคนประเภทนี้ไม่ยอมลงง่ายๆ) เราจึงต้องวางเฉย คิดเสียว่าเหมือนกำลังคุยกับเด็กเล็กในร่างผู้ใหญ่ไปล่ะกัน และให้เด็กชนะเหมือนที่เรามักทำกับเด็กๆนั่นเอง 

4. ทำเป็นเห็นด้วยกับเขา เพื่อหลีกหนีการปะทะ การที่คนประเภทพยายามเสนอตัวทำโน่นทำนี่ และชอบข่มคนอื่นเสมอนั้น เพราะอยากเป็นที่ยอมรับในสังคม จึงพยายามทำให้เหมือนตนนั้นเก่งกว่าใครๆ จนฝังความเชื่อไปแล้วว่าสิ่งที่ตนคิดตนทำนั้นถูกต้องที่สุด ดังนั้นการที่จะไปคัดค้านหรือแย้งในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้องกับคนประเภทนี้จึงเป็นสิ่งที่เหนื่อยเปล่า จึงทำเป็นว่าเห็นด้วยและจบเรื่องไป เพื่อให้เขารู้สึกว่าเขาชนะแล้ว แม้ว่าเราจะอึดอัดแต่ก็ดีกว่าต้องทะเลาะกับคนประเภทนี้ เชื่อเถอะ! ไม่คุ้ม!!

 

5. เมื่อต้องคุยงานควรทำเป็นกลุ่มดีกว่า เพราะคนประเภทนี้จะมีนิสัยชอบเอาหน้าเข้าตัวอยู่แล้ว และไม่ว่าเราเสนออะไรไป เขาก็จะมีสิ่งที่ตัดสินใจไว้อยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่ายังไงเขาก็จะหาทางจบที่ความคิดและไอเดียตัวเองอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือใครก็ตาม ทางที่ดีเมื่อต้องการจะเสนอไอเดียของตัวเอง พยายามเสนอในกลุ่มหรือในที่ประชุมจะดีกว่า การเสนอไอดีแบบตัวต่อตัว เพื่อให้คนอื่นได้รู้ถึงไอเดียและผลความคิดของเรา และยังช่วยป้องกันไม่ให้เขาแอบอ้างเอาความคิดไอเดียของเราไปเป็นผลงานของเขา หรือโยนความผิดให้เราหากไอเดียเขาไม่เป็นที่ยอมรับ 

 

6. เข้าร่วมสนทนาเฉพาะที่จำเป็น เพราะการเลี่ยงเข้าร่วมวงสนทนาที่ไม่จำเป็น จะเป็นการตัดปัญหาตั้งแต่แรก และช่วยลดทอนจำนวนที่ต้องจำใจไปกับความคิดเห็นของพวกเขา เรียกได้ว่าเกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นจะดีกว่า 

 

7. เตือนตัวเองเสมอว่า เหตุผลไม่สามารถใช้กับคนประเภทนี้ได้ แล้วรีบจบการสนทนาให้เร็วที่สุด เพราะอย่างที่รู้และพูดกันมาหลายข้อแล้วว่า คนประเภทนี้คิดแต่ว่าสิ่งที่ตัวเองรู้สิ่งที่ตัวเองคิดนั้นถูกต้องที่สุด ต่อให้เรามีความรู้ความชำนาญที่แท้จริง หรือมีข้อมูลที่ศึกษามาแล้วก็ตาม แต่จะให้หาเหตุผลมาคุยด้วยก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น เขาจะไม่ยอมรับ และจะยิ่งทำทุกทางเพื่อเอาชนะ หรือจนกว่าอีกฝ่ายจะยอม เรื่องทุกอย่างถึงจะจบ ทางที่ดีเราจึงควรรีบจบการสนทนานั้นเลยดีกว่า จะไม่ได้ไม่ต้องเสียเวลาและสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ให้กับคนประเภทนี้ ถึงแม้ว่าเราจะมั่นใจว่าข้อมูลเราถูกต้อง แต่สู้ไปคุยกับคนที่มีเหตุผลและยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่นแบบคนโตๆกันแล้วดีกว่า สบายใจและมีอรรถรสกว่าเยอะเลย 

 

8. ให้มองว่าจริงๆเขาเป็นคนที่น่าสงสาร เพราะคนประเภทนี้อาจต้องการความช่วยเหลือ อยากเป็นที่ยอมรับ อยากเป็นคนเก่ง เป็นคนฉลาด อยากเป็นที่สนใจ แต่อาจแสดงออกไม่เป็น ซึ่งจริงๆแล้วเขาอาจอยากทำตัวให้ดีกว่านี้ แต่อาจทำไม่ได้เพราะเขาไม่เคยทำนั่นเอง เราพบเจอคนแบบนี้ในสังคมได้ทุกที่ เพราะบางคนอาจเกิดและเติบโตมาท่างกลางครอบครัวที่ไม่ให้ความสำคัญ หรือมักถูกเปรียบเทียบ หรือแม้แต่สภาพแวดล้อมที่บีบบังคับให้เขารู้สึกมีปมด้อย จนต้องการเป็นที่ยอมรับและแสดงออกมาในรูปแบบของพวกเขา โดยที่เข้าใจว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง 

 

9. สู้ด้วยพลังงานบวก ไม่ใช่พร้อมบวกที่เป็นการพร้อมต่อสู้ต่อกร แต่เป็นพลังงานด้านบวกหรือที่เราพูดสั้นๆว่า คิดบวก  เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่กำลังถูกคนประเภทนี้ข่ม หรือต้องการเอาชนะจากพวกเขา การที่เราโต้ตอบกลับด้วยวิธีเดียวกัน ก็ยิ่งทำให้ปัญหามันบานปลาย และไม่มีทางจบลงได้ง่าย จนลุกลามไปถึงบุคลอื่น กระทบต่องาน หรือสถานที่ แค่ฟังก็รู้สึกถึงพลังงานด้านลบเต็มๆ จะดีกว่าถ้าเราพยายามตั้งสติ มีสติให้มากที่สุด โดยไม่ไปตอบโต้ ไม่ต้องไปใส่ใจ ใช้พลังงานด้านบวกให้ตัวเองเยอะๆ เพราะชีวิตเรามีอะไรมากกว่าแค่ตรงจุดนี้ และมีใครอีกหลายคนที่เราควรให้ค่าให้ความสำคัญ 

 

10. อย่าไปให้ค่าและแพ้อย่างฉลาด ในบางครั้งเราก็ต้องยอมแพ้เพื่อรักษามิตรภาพ แต่บางครั้งเราก็ยอมแพ้เพื่อตัดปัญหา และบางครั้งเราก็ยอมแพ้เพื่อตัดความรำคาญแก่คนหมู่มาก เพราะการชนะไม่ได้สำคัญไปกว่าความสัมพันธ์ที่ดีๆ และการชนะกับบางคนอย่าไปคาดหวัง เพราะนอกจากจะไม่มีทางได้ชนะง่ายๆแล้ว ระหว่างนั้นจะมีแต่การสร้างความรำคาญให้คนรอบข้าง แล้วจะดีตรงไหนหากจะสร้างพลังงานด้านลบให้กระทบกับคนรอบข้าง สำหรับคนที่มีสติและคิดได้ จะเลือกที่จะเป็นฝ่ายแพ้ แต่เป็นการแพ้ที่ฉลาด เพราะการแพ้ก็ไม่ได้ทำให้เราเจ็บป่วย หรือเสียหายอะไรมากมาย แถมยังช่วยรักษาความสงบให้กับตัวเองและผู้คนรอบข้างอีกด้วย ปล่อยให้คนประเภทนี้ชนะไปเถอะ ถ้าทำใจให้เขาชนะไม่ได้ ก็คิดเสียว่า “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร” ดีเสียอีก ไม่ต้องบวชก็เป็นพระได้ … 

 

11. พูดเท่าที่จำเป็น เมื่อคนประเภทนี้พยายามมาสร้างกฏเกณฑ์ หรือบอกให้เราทำแบบนั้นแบบนี้ดีกว่า เราก็แค่กล่าวขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แต่..ไม่จำเป็นต้องทำตามถ้ามันไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับชีวิตเราจริงๆ ทำเฉยๆลืมๆไปเสีย แต่ถ้าเป็นคำแนะนำที่ตนคิดจะทำอยู่แล้วก็แค่ขอบคุณเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกับเขาคือการอวดฉลาดบอกให้เขารู้ว่าตนรู้อยู่แล้ว การขอบคุณเป็นการแสดงออกถึงการให้เกียรติคน แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัดใจ แต่การให้เกียรติคนก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราควรพึงมี 

คนที่มีนิสัยชอบเอาชนะ อวดฉลาด และชอบข่มคนอื่นอยู่เสมอ จะชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง และมีความหลงตัวเองอยู่เป็นทุนมหาศาล ไม่ยอมที่จะเสียหน้า หรือต่อให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายคัดค้านความรู้ความคิดของตน ก็จะต้องหาคำ หาข้ออ้างอิงต่างๆนาๆเพื่อยกมาประกอบให้ตนเหนือกว่าเสมอ หากใครที่ต้องเจอคนประเภทนี้อยู่หากทำได้ตาม 11 ข้อที่กล่าวมาอย่างสม่ำเสมอ ยินดีด้วย คุณคือคนที่มีความเมตตาและความอดทนสูงมากคนหนึ่ง แต่ก็นั่นล่ะทุกคนมักจะมีข้อจำกัด หากมีความพยายามสูงแต่มันสวนทางกับการที่ต้องเสียสุขภาพจิต ก็คิดเสียว่าไม่ใช่ที่ของเรา แต่นั่นก็ต้องหลังจากที่คุณลองพยายามดูก่อนนะ เพื่อที่เมื่อเวลาคุณเดินออกไป คุณจะได้ไม่ต้องเสียดาย เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ถ้าเป็นกรณีคนในครอบครัวที่หลีกหนีไปไหนไม่ได้ ต้องหาโอกาสพูดคุยด้วยคำพูดดีๆ ด้วยเหตุผลและความเข้าใจ สถานการณ์ก็อาจจะดีขึ้น และลองสังเกตดูว่าเขามีอาการที่คล้ายกับการเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ เพราะการชอบเอาชนะ การชอบข่มคนอื่น การอยากเหนือกว่าคนอื่น การอยากเป็นที่ยอมรับ ก็อาจเป็นอีกสาเหตุของอาการโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน แต่..บางคนก็แค่ชอบความรู้สึกที่ได้เป็นคนชนะและเหนือกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง 

สาวๆคนไหนที่มีลิปสีเดียวแท่งเดียวบ้างคะ? …. คิดว่าคงไม่มี หรือถ้ามีก็คงน้อยมาก อย่างน้อยก็ต้องมีสีที่ใช้ประจำและลิปมันหรือลิปบาล์มไว้กันปากแห้งหรือทารองพื้นก่อนลงสีโปรด เพราะฉะนั้นในกระเป๋าสาวๆส่วนใหญ่ก็มักจะมีลิปมากกว่า 1 ใช่ไหมคะ 

 

เพราะลิปสติกนอกจากจะเป็นไอเท็มที่เสริมแต่งความงามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้แล้ว สีลิปสติกยังช่วยปลุกพลังหรือเป็นตัวแทนแห่งอารมณ์ในช่วงต่างๆได้อีกด้วย อย่างถ้าวันไหนที่รู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ การทาลิปสีแดง ไม่ว่าจะเป็นลิปสีแดงสด ลิปสีแดงไวน์ หรือแดงเฉดไหนก็ตาม เหมือนมีมนต์ขลังที่จะช่วยปลุกพลังให้ฮึกเหิมและพร้อมจะลุยต่อได้ แถมยังให้ลุคที่เซ็กซี่และเข้มแข็งในขณะเดียวกัน ไม่เชื่อคุณก็ลองสังเกต working woman แถวหน้า ส่วนใหญ่พวกเธอเหล่านั้นจะเฉิดฉายด้วยลิปสติกสีแดง!

ถ้าคุณต้องการให้ความรู้สึกลุคคุณหนูแต่เรียบหรูดูแพง สีลิปสติกก็ช่วยเปลี่ยนลุคให้คุณได้ดั่งใจ โดยส่วนใหญ่สีที่ครองใจสาวๆเมื่อยามต้องการลุคแบบนี้จะเป็นสีลิปโทนส้ม ไม่ว่าจะเป็นลิปสีส้มนู้ด ลิปสีส้มอิฐ ลิปสีพีช และสีลิปโทนชมพู ลิปสีชมพูทุกเฉด ไม่ว่าจะเป็น ลิปชมพูตุ่น ลิปสีชมพูกุหลาบ ลิปสีชมพูกะปิ หรือแม้แต่ลิปสีน้ำตาลตุ่นๆที่ให้ลุคผู้หญิงอบอุ่นได้แม้ไม่ต้องอยู่ใกล้ 

 

ถ้าพูดถึงในด้านเศรษฐกิจแล้วธุรกิจเครื่องสำอางแทบทุกประเภทมีผลปันกำไรที่สูงและยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องซึ่งสวนกระแสกับบางธุรกิจ เพราะเครื่องสำอางสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิงและเป็นวัฒนธรรมที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะเข้าใจว่า “ผู้หญิงอย่าหยุดสวย” ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ต่างๆมีการพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค ลิปสติกเองก็มีการพัฒนาสูตรและรูปแบบหลากหลาย จนเป็นลิปสติกนวัตกรรมใหม่ เช่น ลิป3D ลิปกันน้ำ ลิปจูบไม่หลุด ลิปปากฉ่ำ ลิปลอก ลิปขยี้เปลี่ยนสี ลิปสติกแก้ปากดำ และอีกสารพัดรูปแบบที่แต่ละแบรนด์มีการคิดค้นและผลิตออกมาจำหน่ายเพื่อเรียกยอดซื้อจากผู้บริโภค

 

ถ้าเป็นหลายปีก่อนส่วนใหญ่เราจะเห็นลิปสติกแบรนด์เคาน์เตอร์ต่างๆ และกว่าจะซื้อได้สักแท่งต้องไปที่เคาน์เตอร์หรือในห้างสรรพสินค้าและจะมีพนักงานคอยแนะนำรายละเอียดผลิตภัณฑ์ แบรนด์เคาน์เตอร์ยี่ห้อลิปที่มีมานานและรู้จักมักคุ้นหูกันอย่าง ลิปrevlon ลิปmaybelline ลิปสติกchanel  ลิปสติก dior ลิปสติกmac ลิปลอรีอัล ซึ่งทุกคนที่เคยได้ซื้อย่อมรู้เรทราคา ถึงแม้ว่าราคาจะเป็นตัวปัจจัยที่ทำให้คุณไม่สามารถซื้อลิปได้บ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่ซื้อลิปสติกแท่งใหม่หรือสีใหม่ ลิปแท่งเดิมก็ใช่ว่าจะหมดแล้วเสียเมื่อไหร่  

ปัจจุบันมีลิปสติกแบรนด์น้องใหม่จากนักธุรกิจหน้าใหม่มากมาย เพราะใครก็สามารถที่จะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางได้ไม่ยากแล้วตอนนี้ โดยไม่จำเป็นต้องมีโรงงานเป็นของตนเอง แค่เพียงมีทุนจำนวนหนึ่ง ก็สามารถจ้างโรงงานรับผลิตแบรนด์เครื่องสำอาง โรงงานผลิตลิปสติกสร้างแบรนด์ แต่ต้องหาโรงงานที่มีมาตรฐานการผลิตรองรับไม่ว่าจะเป็น ISO / GMP / HALAL หรือ อย. เพราะถ้าจ้างโรงงานที่ไม่มีมาตรฐาน แม้ว่าค่าจ้างผลิตลิปสติกราคาถูก แต่สินค้าไร้คุณภาพก็ทำให้แบรนด์คุณไปไม่ถึงฝั่ง 

 

เดี๋ยวนี้มีโรงงานรับจ้างผลิตลิปสติกโดยบริการคิดสูตรใหม่ๆให้กับลูกค้าแบบ 1 สูตร / 1 แบรนด์ ทำให้เป็นสูตรเฉพาะที่ไม่ซ้ำใคร โรงงานหลายแห่งในประเทศไทยที่จะช่วยให้คุณได้เป็นเจ้าของแบรนด์สมปรารถนา ไม่ว่าคุณจะต้องการสร้างแบรนด์ลิปสติกเกาหลี ลิปสติกออแกนิก ลิปสติกพาเลท ลิปสติกแบบซอง ลิปสติกจิ๋ว ลิปสีนู้ดผิวแทนแบบสายฝอ  ฯลฯ โรงงานผลิตลิปที่มีคุณภาพก็สามารถสร้างแบรนด์ลิปสติกได้ทุกประเภท เพียงแค่แจ้งรายละเอียดที่ต้องการ แต่นั่นก็ต้องหลังจากที่คุณมั่นใจจะทำแบรนด์ลิปและมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของลิปสติกอยู่แล้ว 

แน่นอนสำหรับสาวๆ ลิปสติกเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย แหม..ก็ทากันอยู่ทุกวัน อย่างน้อยก็ลิปมันทาตอนปากแห้งล่ะเนอะ แต่รู้ไหมว่าจริงๆแล้วมีลิปสติกประเภทอะไรบ้าง ยิ่งถ้าใครที่คิดอยากจะทำแบรนด์ลิปขายก็ต้องรู้เรื่องนี้กันสักนิดก่อน เพื่อที่จะได้จับตัวใดตัวหนึ่งเป็นเมนโปรดักส์ และเป็นความรู้เผื่อได้อธิบายกับลูกค้าตอนทำการขาย  

 

โดยส่วนใหญ่เนื้อลิปสติกทั่วไปจะมีหลายแบบแต่สามารถจัดเข้าประเภทแบบง่ายๆได้ดังนี้ 

 

  • ลิปแมตต์ (Matte Lipstick) หรือลิปแมทคือลิปสติกที่ครองใจสาวๆอันดับต้นๆ เพราะให้สีแน่น เป็นลิปที่ติดทน เม็ดสีชัด ทาได้เต็มฝีปาก และลิปแมตต์สีสดยังช่วยให้เรียวปากดูเล็ก มีหลากเฉดสีให้เลือก ลิปสีนู้ดจะได้รับความนิยมมาก มักถูกเรียกว่าเป็นลิปสติกสายฝ. เนื้อแมตต์แห้งด้าน ไร้ความแวววาว ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของแป้งมากกว่าน้ำมันทำให้ปากแห้งได้ง่าย จึงไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง เพราะจะทำให้เห็นร่องริมฝีปากชัด ต้องรองพื้นด้วยลิปบาล์มก่อนลงลิปแมตต์ หรือเลือกใช้ลิปแมตต์ที่มีส่วนผสมของอโลเวราและวิตามินอี เพื่อให้ทาลิปติดทนได้สวยเรียบเนียน

 

  • ลิปลิควิดหรือลิปจิ้มจุ่ม (Liquid Lipstick) เป็นเทรนด์มาแรงมากหลายปีที่ผ่านมาและยังคงไม่แผ่วความแรงลงเลย ด้วยที่เนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย ทาสะดวกด้วยแปรงที่มีมาพร้อมในแท่ง ซึ่งลิปลิควิดนี้มีทั้งเนื้อแมตต์ที่เป็นลิปสติกที่ติดทนนาน แต่ไม่แห้งจนตกร่องปากแบบเนื้อแมตต์ดั้งเดิม และลิปลิควิดเนื้อครีมที่เนื้อนุ่มละมุนเบาบางปาก แต่เม็ดสีแน่นไม่แพ้ลิป bullet และลิปลิควิดแบบนี้สามารถทาได้ทั้งแบบเต็มและแบบ ombre ที่ไล่เฉดสีละมุนสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการสีจัดเต็ม ซึ่งก็มีเฉดสีให้เลือกเยอะมากจนอาจแยกสีไม่ออกเมื่ออยู่ในแพกเกจ แต่เมื่อสวอชสีลิป จะเห็นได้เลยว่าโทนสีเดียวกันแต่สีต่างกัน ยิ่งเป็นลิปสีนู้ดก็ยิ่งทาสวย  ทำให้ลิควิดลิปเป็นที่นิยมและครองใจสาวๆทุกวัย 

  • ลิปสติกเนื้อครีม (Cream Lipstick) ด้วยเนื้อที่เป็นครีมจึงให้ความรู้สึกเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นปาก มีความเงาวาว เม็ดสีชัด เป็นชนิดลิปที่มีมานานตั้งแต่ยุคแรกๆ และก็ยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นลิปสติกตัวหลักๆเลยก็ได้ แต่ด้วยความเงาวาว และช่วยเพิ่มมิติริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม จึงอาจไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มมากเกินไป 

 

  • ลิปกลอสและลิปทินท์ (Gloss & Tint Lipstick)ส่วนใหญ่สาวๆจะใช้ 2 ชนิดนี้ด้วยกัน โดยทาทินท์ไว้ด้านในริมฝีปากแล้วทับด้วยกลอสอีกที เนื่องจากลิปกลอสให้ความมันวาว เนื้อสีบางๆ ในขณะที่เนื้อทินท์สีชัดกว่า แต่จะไม่มันวาวเท่าลิปกลอส เมื่อใช้ด้วยกันทำให้ลิปสีสวย ให้ลุคที่ดูสวยใสธรรมชาติ ดูเป็นสาวสายเกามากๆ โดยลิปกลอสที่ดีจะต้องให้ความชุ่มชื่น บำรุงและฟื้นฟูริมฝีปากให้นุ่ม น่าสัมผัส ในขณะที่ลิปทินท์ควรมีคุณสมบัติที่บางเบาสบายปากแต่ให้เม็ดสีแน่น

 

  • ลิปเนื้อเชียร์และซาติน (Sheer and Satin Lipstick) เป็นเนื้อลิปที่อยู่ระหว่างเนื้อครีมกับเนื้อลิปมัน ให้ความมันวาว แต่สีจะไม่จัดจ้าน เม็ดสีจะไม่ค่อยแน่นเท่าลิปแมตต์ อาจใช้แทนลิปบาล์ม เพื่อให้ความชุ่มชื้นพร้อมกับสีสันเป็นธรรมชาติ และสามารถทาทับได้ตลอดวันโดยไม่เป็นคราบ 

 

  • ลิปมันและลิปบาล์ม (Balm Lipstick) เป็นลิปที่ไว้ทาเพื่อให้ความชุ่มชื้น บำรุงแก่ริมฝีปาก ไร้สี เป็นลิปสีธรรมชาติ มีทั้งลิปสติกผู้ชายและผู้หญิง แต่บางยี่ห้ออาจมีสีอ่อนๆ ทาแล้วมีสีระเรื่อริมฝีปากอวบอิ่ม ดูสุขภาพดี 

 

  • ลิปฟรอสตี้ (Frosty Lipstick) เป็นลิปที่ผสมกลิสเตอร์ ทำให้ทาแล้วมีความเป็นประกายมุก เป็นลุคสาว80’s แต่ก็ไม่มันวาวจนเกินไป เหมาะกับสาวๆที่ต้องการความชุ่มชื้น แต่ลิปแบบนี้จะต้องเลือกใช้ให้เข้ากับสีผิวไม่อย่างนั้นอาจจะดูป่วยได้ 

 

  • ลิปที่ให้ความแวววาว (Shine Lipstick) เป็นลิปสติกที่มีกลิสเตอร์ ให้ความเป็นประกาย และมีความมันวาวเหมือนฟรอสตี้ ทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม แต่ลิปแบบนี้ไม่เหมาะกับริมฝีปากที่แห้งลอก เพราะจะเน้นให้เห็นข้อบกพร่องของริมฝีปากชัดเจน 

 

  • ลิปไลเนอร์ (Liner Lipstick) ลิปไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบปาก เป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับสาวๆที่จะทำให้การแต่งแต้มริมฝีปากเป็นมืออาชีพเข้าไปอีก โดยลิปตัวนี้จะมาในรูปแบบดินสอหรือแบบแท่งหมุน เพื่อใช้เขียนขอบปากให้ริมฝีปากมีความคมชัด ดูมีมิติมากกว่าเพียงทาแค่ลิปสติกอย่างเดียว แต่ควรจะเลือกใช้สีเดียวกันหรือใกล้เคียงกับสีลิปสติกหลัก เพื่อให้ดูสวยเนียนกลมกลืน 

ข้อสำคัญก่อนทำการสร้างแบรนด์ 

 

  1. การวางแผน เพราะการทำธุรกิจทุกชนิดต้องมีการวางแผนก่อนดำเนินการ ธุรกิจแบรนด์ลิปสติกหรือแบรนด์เครื่องสำอางก็เช่นกันที่ต้องมีการวางแผนภาพรวมในธุรกิจ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญข้อแรกๆ เพราะหลักการวางแผนมีความจำเป็นต่อทุกธุรกิจ เพื่อให้เห็นภึงภาพรวมและองค์ประกอบได้ชัดเจน โดยเริ่มจากการหาไอเดีย หาประเภทสินค้าที่สนใจ ลิปสติกหรือประเภทเครื่องสำอาง จากความชอบส่วนตัวหรือคุณอาจรู้จักเป็นอย่างดี เพราะคุณจะเข้าใจในตัวสินค้า มีประสบการณ์ตรง มั่นใจในการนำเสนอขาย และกลุ่มลูกค้าที่จะขายเป็นใคร เพศและวัยลูกค้า
  2. เงินทุน ทำบัญชีว่ามีงบในการลงทุนเท่าไร เพื่อที่จะกำหนดค่าใช้จ่ายในการจ้างผลิตครีม ค่าทำการตลาด ค่าจดทะเบียนสินค้าและอื่นๆ เพราะการสร้างแบรนด์ต้องลงทุนจึงต้องควบคุมทุกขั้นตอนให้อยู่ภายใต้งบประมาณที่มี เพื่อไม่ให้ทุนหายกำไรหดนั่นเอง
  3. หาโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางสร้างแบรนด์ แบบ One Stop Service เพราะเป็นโรงงานแบบครบวงจร รับผลิตลิปสติกและเครื่องสำอางในโรงงานเดียวกัน และหากต้องการเพิ่มผลิตสินค้าตัวอื่นเพื่อต่อยอดธุรกิจ อย่างเช่นต้องการทำแบรนด์ลิปแมทแต่ก็ต้องการเพิ่มแบรนด์สกินแคร์ด้วย ก็สามารถทำได้ในที่เดียว ทำให้สะดวกและประหยัดเวลา แต่ต้องเลือกโรงงานOEMที่น่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ เพื่อให้แบรนด์ของคุณมีคุณภาพ

มีผลิตภัณฑ์หลายแบรนด์ที่เกิดขึ้นจากการเป็นผู้ซื้อและเป็นผู้ใช้ก่อน ใช้จนคุ้นเคยและกลายเป็นความรัก ศึกษาจนเข้าใจและผันตัวเป็นเจ้าของแบรนด์ จากธุรกิจเล็กๆจนขยับขยายสู่นักธุรกิจร้อยล้าน เคยดูรายการอายุน้อยร้อยล้านที่นำเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางเอย เจ้าของแบรนด์ลิปสติกเอย มาสัมภาษณ์นี่แบบ…อายุยังน้อยๆกันอยู่เลยเป็นเจ้าของแบรนด์แล้วและก็สร้างรายได้แบบไม่น่าเชื่อ ซึ่งก็เริ่มจากความชอบและลงทุนไม่มากในการทำลิปขาย ซึ่งเคล็ดลับจากเจ้าของแบรนด์ที่ให้สัมภาษณ์จะตรงกันทุกคนคือ ต้องเลือกโรงงานรับสร้างแบรนด์ที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือเท่านั้น ถ้าอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจบิวตี้ ไม่แน่ว่า“ลิปสติก”ไอเท็มเล็กๆ อาจทำให้คนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่เป็นว่าที่เจ้าของแบรนด์ที่มียอดขายร้อยล้านในอนาคต!  

สาวๆคนไหนที่มีลิปสีเดียวแท่งเดียวบ้างคะ? …. คิดว่าคงไม่มี หรือถ้ามีก็คงน้อยมาก อย่างน้อยก็ต้องมีสีที่ใช้ประจำและลิปมันหรือลิปบาล์มไว้กันปากแห้งหรือทารองพื้นก่อนลงสีโปรด เพราะฉะนั้นในกระเป๋าสาวๆส่วนใหญ่ก็มักจะมีลิปมากกว่า 1 ใช่ไหมคะ 

 

เพราะลิปสติกนอกจากจะเป็นไอเท็มที่เสริมแต่งความงามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้แล้ว สีลิปสติกยังช่วยปลุกพลังหรือเป็นตัวแทนแห่งอารมณ์ในช่วงต่างๆได้อีกด้วย อย่างถ้าวันไหนที่รู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ การทาลิปสีแดง ไม่ว่าจะเป็นลิปสีแดงสด ลิปสีแดงไวน์ หรือแดงเฉดไหนก็ตาม เหมือนมีมนต์ขลังที่จะช่วยปลุกพลังให้ฮึกเหิมและพร้อมจะลุยต่อได้ แถมยังให้ลุคที่เซ็กซี่และเข้มแข็งในขณะเดียวกัน ไม่เชื่อคุณก็ลองสังเกต working woman แถวหน้า ส่วนใหญ่พวกเธอเหล่านั้นจะเฉิดฉายด้วยลิปสติกสีแดง!

ถ้าคุณต้องการให้ความรู้สึกลุคคุณหนูแต่เรียบหรูดูแพง สีลิปสติกก็ช่วยเปลี่ยนลุคให้คุณได้ดั่งใจ โดยส่วนใหญ่สีที่ครองใจสาวๆเมื่อยามต้องการลุคแบบนี้จะเป็นสีลิปโทนส้ม ไม่ว่าจะเป็นลิปสีส้มนู้ด ลิปสีส้มอิฐ ลิปสีพีช และสีลิปโทนชมพู ลิปสีชมพูทุกเฉด ไม่ว่าจะเป็น ลิปชมพูตุ่น ลิปสีชมพูกุหลาบ ลิปสีชมพูกะปิ หรือแม้แต่ลิปสีน้ำตาลตุ่นๆที่ให้ลุคผู้หญิงอบอุ่นได้แม้ไม่ต้องอยู่ใกล้ 

 

ถ้าพูดถึงในด้านเศรษฐกิจแล้วธุรกิจเครื่องสำอางแทบทุกประเภทมีผลปันกำไรที่สูงและยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องซึ่งสวนกระแสกับบางธุรกิจ เพราะเครื่องสำอางสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิงและเป็นวัฒนธรรมที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะเข้าใจว่า “ผู้หญิงอย่าหยุดสวย” ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ต่างๆมีการพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค ลิปสติกเองก็มีการพัฒนาสูตรและรูปแบบหลากหลาย จนเป็นลิปสติกนวัตกรรมใหม่ เช่น ลิป3D ลิปกันน้ำ ลิปจูบไม่หลุด ลิปปากฉ่ำ ลิปลอก ลิปขยี้เปลี่ยนสี ลิปสติกแก้ปากดำ และอีกสารพัดรูปแบบที่แต่ละแบรนด์มีการคิดค้นและผลิตออกมาจำหน่ายเพื่อเรียกยอดซื้อจากผู้บริโภค

 

ถ้าเป็นหลายปีก่อนส่วนใหญ่เราจะเห็นลิปสติกแบรนด์เคาน์เตอร์ต่างๆ และกว่าจะซื้อได้สักแท่งต้องไปที่เคาน์เตอร์หรือในห้างสรรพสินค้าและจะมีพนักงานคอยแนะนำรายละเอียดผลิตภัณฑ์ แบรนด์เคาน์เตอร์ยี่ห้อลิปที่มีมานานและรู้จักมักคุ้นหูกันอย่าง ลิปrevlon ลิปmaybelline ลิปสติกchanel  ลิปสติก dior ลิปสติกmac ลิปลอรีอัล ซึ่งทุกคนที่เคยได้ซื้อย่อมรู้เรทราคา ถึงแม้ว่าราคาจะเป็นตัวปัจจัยที่ทำให้คุณไม่สามารถซื้อลิปได้บ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่ซื้อลิปสติกแท่งใหม่หรือสีใหม่ ลิปแท่งเดิมก็ใช่ว่าจะหมดแล้วเสียเมื่อไหร่  

 

ปัจจุบันมีลิปสติกแบรนด์น้องใหม่จากนักธุรกิจหน้าใหม่มากมาย เพราะใครก็สามารถที่จะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางได้ไม่ยากแล้วตอนนี้ โดยไม่จำเป็นต้องมีโรงงานเป็นของตนเอง แค่เพียงมีทุนจำนวนหนึ่ง ก็สามารถจ้างโรงงานรับผลิตแบรนด์เครื่องสำอาง โรงงานผลิตลิปสติกสร้างแบรนด์ แต่ต้องหาโรงงานที่มีมาตรฐานการผลิตรองรับไม่ว่าจะเป็น ISO / GMP / HALAL หรือ อย. เพราะถ้าจ้างโรงงานที่ไม่มีมาตรฐาน แม้ว่าค่าจ้างผลิตลิปสติกราคาถูก แต่สินค้าไร้คุณภาพก็ทำให้แบรนด์คุณไปไม่ถึงฝั่ง 

เดี๋ยวนี้มีโรงงานรับจ้างผลิตลิปสติกโดยบริการคิดสูตรใหม่ๆให้กับลูกค้าแบบ 1 สูตร / 1 แบรนด์ ทำให้เป็นสูตรเฉพาะที่ไม่ซ้ำใคร โรงงานหลายแห่งในประเทศไทยที่จะช่วยให้คุณได้เป็นเจ้าของแบรนด์สมปรารถนา ไม่ว่าคุณจะต้องการสร้างแบรนด์ลิปสติกเกาหลี ลิปสติกออแกนิก ลิปสติกพาเลท ลิปสติกแบบซอง ลิปสติกจิ๋ว ลิปสีนู้ดผิวแทนแบบสายฝอ  ฯลฯ โรงงานผลิตลิปที่มีคุณภาพก็สามารถสร้างแบรนด์ลิปสติกได้ทุกประเภท เพียงแค่แจ้งรายละเอียดที่ต้องการ แต่นั่นก็ต้องหลังจากที่คุณมั่นใจจะทำแบรนด์ลิปและมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของลิปสติกอยู่แล้ว 

 

แน่นอนสำหรับสาวๆ ลิปสติกเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย แหม..ก็ทากันอยู่ทุกวัน อย่างน้อยก็ลิปมันทาตอนปากแห้งล่ะเนอะ แต่รู้ไหมว่าจริงๆแล้วมีลิปสติกประเภทอะไรบ้าง ยิ่งถ้าใครที่คิดอยากจะทำแบรนด์ลิปขายก็ต้องรู้เรื่องนี้กันสักนิดก่อน เพื่อที่จะได้จับตัวใดตัวหนึ่งเป็นเมนโปรดักส์ และเป็นความรู้เผื่อได้อธิบายกับลูกค้าตอนทำการขาย  

 

โดยส่วนใหญ่เนื้อลิปสติกทั่วไปจะมีหลายแบบแต่สามารถจัดเข้าประเภทแบบง่ายๆได้ดังนี้ 

 

  • ลิปแมตต์ (Matte Lipstick) หรือลิปแมทคือลิปสติกที่ครองใจสาวๆอันดับต้นๆ เพราะให้สีแน่น เป็นลิปที่ติดทน เม็ดสีชัด ทาได้เต็มฝีปาก และลิปแมตต์สีสดยังช่วยให้เรียวปากดูเล็ก มีหลากเฉดสีให้เลือก ลิปสีนู้ดจะได้รับความนิยมมาก มักถูกเรียกว่าเป็นลิปสติกสายฝ. เนื้อแมตต์แห้งด้าน ไร้ความแวววาว ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของแป้งมากกว่าน้ำมันทำให้ปากแห้งได้ง่าย จึงไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง เพราะจะทำให้เห็นร่องริมฝีปากชัด ต้องรองพื้นด้วยลิปบาล์มก่อนลงลิปแมตต์ หรือเลือกใช้ลิปแมตต์ที่มีส่วนผสมของอโลเวราและวิตามินอี เพื่อให้ทาลิปติดทนได้สวยเรียบเนียน

 

  • ลิปลิควิดหรือลิปจิ้มจุ่ม (Liquid Lipstick) เป็นเทรนด์มาแรงมากหลายปีที่ผ่านมาและยังคงไม่แผ่วความแรงลงเลย ด้วยที่เนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย ทาสะดวกด้วยแปรงที่มีมาพร้อมในแท่ง ซึ่งลิปลิควิดนี้มีทั้งเนื้อแมตต์ที่เป็นลิปสติกที่ติดทนนาน แต่ไม่แห้งจนตกร่องปากแบบเนื้อแมตต์ดั้งเดิม และลิปลิควิดเนื้อครีมที่เนื้อนุ่มละมุนเบาบางปาก แต่เม็ดสีแน่นไม่แพ้ลิป bullet และลิปลิควิดแบบนี้สามารถทาได้ทั้งแบบเต็มและแบบ ombre ที่ไล่เฉดสีละมุนสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการสีจัดเต็ม ซึ่งก็มีเฉดสีให้เลือกเยอะมากจนอาจแยกสีไม่ออกเมื่ออยู่ในแพกเกจ แต่เมื่อสวอชสีลิป จะเห็นได้เลยว่าโทนสีเดียวกันแต่สีต่างกัน ยิ่งเป็นลิปสีนู้ดก็ยิ่งทาสวย  ทำให้ลิควิดลิปเป็นที่นิยมและครองใจสาวๆทุกวัย 

 

  • ลิปสติกเนื้อครีม (Cream Lipstick) ด้วยเนื้อที่เป็นครีมจึงให้ความรู้สึกเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นปาก มีความเงาวาว เม็ดสีชัด เป็นชนิดลิปที่มีมานานตั้งแต่ยุคแรกๆ และก็ยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นลิปสติกตัวหลักๆเลยก็ได้ แต่ด้วยความเงาวาว และช่วยเพิ่มมิติริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม จึงอาจไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มมากเกินไป 

 

  • ลิปกลอสและลิปทินท์ (Gloss & Tint Lipstick)ส่วนใหญ่สาวๆจะใช้ 2 ชนิดนี้ด้วยกัน โดยทาทินท์ไว้ด้านในริมฝีปากแล้วทับด้วยกลอสอีกที เนื่องจากลิปกลอสให้ความมันวาว เนื้อสีบางๆ ในขณะที่เนื้อทินท์สีชัดกว่า แต่จะไม่มันวาวเท่าลิปกลอส เมื่อใช้ด้วยกันทำให้ลิปสีสวย ให้ลุคที่ดูสวยใสธรรมชาติ ดูเป็นสาวสายเกามากๆ โดยลิปกลอสที่ดีจะต้องให้ความชุ่มชื่น บำรุงและฟื้นฟูริมฝีปากให้นุ่ม น่าสัมผัส ในขณะที่ลิปทินท์ควรมีคุณสมบัติที่บางเบาสบายปากแต่ให้เม็ดสีแน่น

 

  • ลิปเนื้อเชียร์และซาติน (Sheer and Satin Lipstick) เป็นเนื้อลิปที่อยู่ระหว่างเนื้อครีมกับเนื้อลิปมัน ให้ความมันวาว แต่สีจะไม่จัดจ้าน เม็ดสีจะไม่ค่อยแน่นเท่าลิปแมตต์ อาจใช้แทนลิปบาล์ม เพื่อให้ความชุ่มชื้นพร้อมกับสีสันเป็นธรรมชาติ และสามารถทาทับได้ตลอดวันโดยไม่เป็นคราบ 

 

  • ลิปมันและลิปบาล์ม (Balm Lipstick) เป็นลิปที่ไว้ทาเพื่อให้ความชุ่มชื้น บำรุงแก่ริมฝีปาก ไร้สี เป็นลิปสีธรรมชาติ มีทั้งลิปสติกผู้ชายและผู้หญิง แต่บางยี่ห้ออาจมีสีอ่อนๆ ทาแล้วมีสีระเรื่อริมฝีปากอวบอิ่ม ดูสุขภาพดี 

 

  • ลิปฟรอสตี้ (Frosty Lipstick) เป็นลิปที่ผสมกลิสเตอร์ ทำให้ทาแล้วมีความเป็นประกายมุก เป็นลุคสาว80’s แต่ก็ไม่มันวาวจนเกินไป เหมาะกับสาวๆที่ต้องการความชุ่มชื้น แต่ลิปแบบนี้จะต้องเลือกใช้ให้เข้ากับสีผิวไม่อย่างนั้นอาจจะดูป่วยได้ 

 

  • ลิปที่ให้ความแวววาว (Shine Lipstick) เป็นลิปสติกที่มีกลิสเตอร์ ให้ความเป็นประกาย และมีความมันวาวเหมือนฟรอสตี้ ทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม แต่ลิปแบบนี้ไม่เหมาะกับริมฝีปากที่แห้งลอก เพราะจะเน้นให้เห็นข้อบกพร่องของริมฝีปากชัดเจน 

 

  • ลิปไลเนอร์ (Liner Lipstick) ลิปไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบปาก เป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับสาวๆที่จะทำให้การแต่งแต้มริมฝีปากเป็นมืออาชีพเข้าไปอีก โดยลิปตัวนี้จะมาในรูปแบบดินสอหรือแบบแท่งหมุน เพื่อใช้เขียนขอบปากให้ริมฝีปากมีความคมชัด ดูมีมิติมากกว่าเพียงทาแค่ลิปสติกอย่างเดียว แต่ควรจะเลือกใช้สีเดียวกันหรือใกล้เคียงกับสีลิปสติกหลัก เพื่อให้ดูสวยเนียนกลมกลืน 

ข้อสำคัญก่อนทำการสร้างแบรนด์ 

  1. การวางแผน เพราะการทำธุรกิจทุกชนิดต้องมีการวางแผนก่อนดำเนินการ ธุรกิจแบรนด์ลิปสติกหรือแบรนด์เครื่องสำอางก็เช่นกันที่ต้องมีการวางแผนภาพรวมในธุรกิจ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญข้อแรกๆ เพราะหลักการวางแผนมีความจำเป็นต่อทุกธุรกิจ เพื่อให้เห็นภึงภาพรวมและองค์ประกอบได้ชัดเจน โดยเริ่มจากการหาไอเดีย หาประเภทสินค้าที่สนใจ ลิปสติกหรือประเภทเครื่องสำอาง จากความชอบส่วนตัวหรือคุณอาจรู้จักเป็นอย่างดี เพราะคุณจะเข้าใจในตัวสินค้า มีประสบการณ์ตรง มั่นใจในการนำเสนอขาย และกลุ่มลูกค้าที่จะขายเป็นใคร เพศและวัยลูกค้า
  2. เงินทุน ทำบัญชีว่ามีงบในการลงทุนเท่าไร เพื่อที่จะกำหนดค่าใช้จ่ายในการจ้างผลิตครีม ค่าทำการตลาด ค่าจดทะเบียนสินค้าและอื่นๆ เพราะการสร้างแบรนด์ต้องลงทุนจึงต้องควบคุมทุกขั้นตอนให้อยู่ภายใต้งบประมาณที่มี เพื่อไม่ให้ทุนหายกำไรหดนั่นเอง
  3. หาโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางสร้างแบรนด์ แบบ One Stop Service เพราะเป็นโรงงานแบบครบวงจร รับผลิตลิปสติกและเครื่องสำอางในโรงงานเดียวกัน และหากต้องการเพิ่มผลิตสินค้าตัวอื่นเพื่อต่อยอดธุรกิจ อย่างเช่นต้องการทำแบรนด์ลิปแมทแต่ก็ต้องการเพิ่มแบรนด์สกินแคร์ด้วย ก็สามารถทำได้ในที่เดียว ทำให้สะดวกและประหยัดเวลา แต่ต้องเลือกโรงงานOEMที่น่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ เพื่อให้แบรนด์ของคุณมีคุณภาพ

มีผลิตภัณฑ์หลายแบรนด์ที่เกิดขึ้นจากการเป็นผู้ซื้อและเป็นผู้ใช้ก่อน ใช้จนคุ้นเคยและกลายเป็นความรัก ศึกษาจนเข้าใจและผันตัวเป็นเจ้าของแบรนด์ จากธุรกิจเล็กๆจนขยับขยายสู่นักธุรกิจร้อยล้าน เคยดูรายการอายุน้อยร้อยล้านที่นำเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางเอย เจ้าของแบรนด์ลิปสติกเอย มาสัมภาษณ์นี่แบบ…อายุยังน้อยๆกันอยู่เลยเป็นเจ้าของแบรนด์แล้วและก็สร้างรายได้แบบไม่น่าเชื่อ ซึ่งก็เริ่มจากความชอบและลงทุนไม่มากในการทำลิปขาย ซึ่งเคล็ดลับจากเจ้าของแบรนด์ที่ให้สัมภาษณ์จะตรงกันทุกคนคือ ต้องเลือกโรงงานรับสร้างแบรนด์ที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือเท่านั้น ถ้าอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจบิวตี้ ไม่แน่ว่า“ลิปสติก”ไอเท็มเล็กๆ อาจทำให้คนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่เป็นว่าที่เจ้าของแบรนด์ที่มียอดขายร้อยล้านในอนาคต!  

ช่วงกักตัวอยู่บ้านก็ได้สไลด์หน้าจอหาอ่านสารพัดเรื่องตามหน้าเว็บเพจต่างๆ ไปสะดุดเรื่องบ้านโครงสร้างเหล็ก แล้วรูปประกอบก็สวยมาก เป็นรูปแบบบ้านที่เขาเรียกๆกันว่าสไตล์ลอฟท์บ้าง อินดัสเทรียลบ้าง สวยจนอยากได้บ้านแบบนี้สักหลัง แต่พอดูๆไปงานโครงเหล็กมีหลากหลายแบบเหมือนกันนะ แต่ก็สวยแบบเท่และให้อารมณ์แบบงานโชว์ผิวล้วนๆ บางดีไซน์ทำให้ภาพในหัวนึกไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมหนักแบบสมัยก่อน ด้วยความมีเวลาก็เลยอ่านไปเรื่อยๆ จนทำให้เข้าใจว่าจริงๆแล้วโครงสร้างเหล็กเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตเราหลายอย่างเลย เพียงแต่เราอาจไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว 

Industrial loft style office with arch shape window 3d render,There are white brick wall,polished concrete floor and black wood ceiling.Furnished with dark brown leather and black steel furniture.

ด้วยความที่หาข้อมูลเรื่องโครงเหล็กกับสถาปัตยกรรมอ่านทำให้เว็บและยูทูปที่เกี่ยวกับโครงเหล็กเด้งเข้ามาเยอะมาก เลยลองเลื่อนๆหาดูสักหน่อย จะได้ความรู้และมาแชร์แบ่งปันผู้ที่สนใจด้วย

 

โครงสร้างเหล็กที่เกี่ยวกับเราอันดับแรกเลย คือโครงสร้างบ้าน อาคาร สำนักงาน ออฟฟิศ ที่เราๆอาศัยอยู่และไปทำงานกันทุกวัน เดินห้าง ช้อปปิ้ง หรืออย่างที่เห็นได้ชัดงานสถาปัตยกรรมโครงสร้างเหล็กในไทย King Power รางน้ำ สนามช้างอารีน่า โครงสร้างรับน้ำหนักอัฒจรรย์ โครงหลังคาห้องโถงนิทรรศการ โครงสะพานรถไฟ อย่างสะพานแขวนพระราม8 ก็จัดอยู่ในงานโครงเหล็ก ฯลฯ เรียกได้ว่าเยอะมากจริงๆ 

ในไทยเราเองงานโครงสร้างเหล็กโค้งก็เป็นที่นิยมมากขึ้น อย่างโครงสร้างหลังคาโดมจะมีองศาดัดโค้งเหล็กไม่คงที่ การออกแบบโครงสร้างจึงต้องมีวิศวกรร่วมอยู่ในทีมด้วย งานโครงสร้างเหล็กมีส่วนเข้ามาในงานสถาปัตยกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามารถตอบโจทย์กับการใช้งานได้หลายมิติ ไม่ว่าจะให้ความแข็งแรง มีความยืดหยุ่น ติดตั้งโครงเหล็กได้รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสถานที่ใกล้เคียงขณะทำการก่อสร้าง เพราะงานโครงสร้างเหล็กสร้างฝุ่นน้อยมากถ้าเปรียบเทียบกับการก่อสร้างคอนกรีต โดยเหล็กที่นิยมนำมาใช้งานจะมีหลายประเภท ได้แก่ เหล็กที่ใช้ในส่วนโครงสร้างหลักของอาคาร คือ เหล็ก Hbeam และเหล็กใช้ในงานโครงสร้างรอง คือ เหล็ก Ibeam , เหล็กท่อกลม , เหล็กกล่อง , เหล็กตัวซี ซึ่งเหล็กรองจะใช้ได้หลายขนาด 

 

อย่างเทรนด์บ้านโครงสร้างเหล็กและการสร้างอาคารด้วยเหล็กก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน เพราะนอกจากให้ความแข็งแรงแล้ว ยังใช้เป็นดีไซน์เท่ๆได้สไตล์ที่โดดเด่นในงานออกแบบและทันสมัยให้กับอาคาร เป็นเทรนด์ใหม่ที่ตอบรับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้านโครงเหล็ก Modern Loft Style , Industrial Style , Modern Loft ที่ให้ความเท่ดิบโชว์สัจธรรมของวัสดุ เป็นการเปลือยผิวโครงสร้าง โชว์สายไฟตามผนังแบบไม่ต้องซ่อนใต้ฝ้า

ด้วยเอกลักษณ์ของโครงสร้างเหล็กรูปพรรณจะมีหน้าตัดสวยงาม สามารถออกแบบให้อาคารมีช่วง Long Span และยื่นส่วนพื้นได้ยาวเป็นพิเศษ ดังนั้นนอกจากให้ประโยชน์ด้านโครงสร้างแล้ว ยังให้เอกลักษณ์และความสวยงามในงานดีไซน์ได้อีกด้วย ไม่เว้นแม้ในวงการงานรีโนเวทบ้านที่สไตล์ลอฟท์ก็ต้องเป็นหนึ่งในดีไซน์ที่คนให้ความสนใจ อย่างเช่น รีโนเวทบ้านชั้นเดียวสไตล์ลอฟท์ รีโนเวทบ้านไม้เก่าเป็นร้านอาหารสไตล์อินดรัสเทรียลลอฟท์ และการสร้างโฮมออฟฟิศด้วยโครงเหล็กเท่ๆที่เห็นในย่านธุรกิจ และ โซน New CBD  

 

ตามที่เราเข้าใจเหล็กมันน่าจะหนัก แต่พอได้หาอ่านข้อมูลทำให้รู้ว่าจริงๆแล้ว เหล็กมีน้ำหนักที่เบาและสามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว ทำให้เป็นตัวเลือกข้อแรกๆในการใช้งานรีโนเวทหรือการต่อเติมอาคารในโครงสร้างเดิม เพื่อใช้โครงเสาเหล็กช่วยเสริมการรับน้ำหนัก และยังสามารถผสมผสานการก่อสร้างร่วมกับวัสดุได้หลายประเภทอย่างไร้ข้อจำกัด เหมาะอย่างยิ่งกับบ้านหรืออาคารที่ต้องการความโล่งโปร่งและเพิ่มพื้นที่ในการใช้สอย เพราะโครงสร้างเหล็กสามารถพาดได้กว้างแบบไร้เสากลางบ้านทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น มีการถ่ายเทอากาศที่ดีขึ้น เหมาะมากๆสำหรับบ้านที่เป็นครอบครัวใหญ่และมีเด็กๆหรือผู้สูงอายุในบ้าน บางหลังรีโนเวทบ้านโครงเหล็ก2ชั้นทั้งหมดทำให้ได้พื้นที่เยอะมากๆ ในขณะที่วัสดุใช้ไม่มากเท่างานคอนกรีต และจบงานไว สามารถหอบกระเป๋าเข้าอยู่อาศัยได้เร็วกว่าบ้านปูน 

ลองมาดูแบบบ้านโครงเหล็กยกพื้นใต้ถุนสูงเพื่อตอบโจทย์การใช้วิถีชีวิตแบบไทย เพราะใต้ถุนจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ไว้ใช้ได้ทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะใช้เป็นที่พักผ่อน รับประทานอาหาร ไว้ทำงาน หรือนั่งรับลมเล่นเพลินๆ เพราะได้ร่มเงาบ้านสร้างด้วยเหล็กคอยบังแดด และยังเป็นฉนวนกันความร้อนได้เป็นอย่างดี โดยบ้านแบบนี้จะนิยมใช้โครงสร้างเหล็ก Hbeamเป็นเหล็กสร้างบ้าน หรือทำเป็นเหล็กเสาบ้านและคาน เพราะมีความแข็งแรงรับน้ำหนักได้มาก แต่ให้ความรู้สึกที่เบาลอยและยืดหยุ่นกว่างานคอนกรีต เหล็กเอชบีมสามารถปรับให้เข้ากับทุกสภาพอากาศและพื้นผิวดินได้ เช่นบ้านที่ตั้งอยู่บนเนินที่ดินไม่ราบเรียบ 

 

เราเลื่อนไปดูงานโครงสร้างเหล็กอื่นๆ ก็เจอกับการรีโนเวทอาคารเก่า4ชั้นเป็นออฟฟิศที่ทันสมัยมากๆ ด้วยความที่เหล็กรูปพรรณรีดร้อนจะให้ความแข็งแรง แต่มีความโปร่งและดูเบา พนักงานคิดงานได้อย่างอิสระ น่านั่งทำงานสุดๆ ต่างจากอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่จะทำให้ดูทึบตัน และบันไดที่โชว์โครงเหล็กให้ความเรียบเท่ สวยโดดเด่น และแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเทียบกับบันไดปูน ถัดไปอีกบริษัทหนึ่งที่สร้างออฟฟิศแบบ Material ตกแต่งสไตล์ Industrial Loft เป็นอาคารโครงสร้างเหล็ก100% โชว์ความเป็นธรรมชาติของเหล็ก แล้วเดินท่อร้อยสายระบบเดินท่อลอย เจาะช่องแสงเพิ่มทำให้ประหยัดไฟ และความโล่งโปร่งก็ช่วยประหยัดการใช้แอร์ โดยออฟฟิศนี้ใช้เวลาเพียง 8 เดือนในการก่อสร้าง ทั้งๆที่เป็นอาคารออฟฟิศขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าเป็นงานก่อสร้างคอนกรีตอาจต้องใช้เวลาประมาณ11.5ปี 

Tropical Style บ้านเหล็กที่เป็นสถาปัตยกรรมเมืองร้อนก็ได้รับความนิยมมากในการสร้างบ้านเพราะเน้นความโปร่งโล่งสบายและใกล้ชิดธรรมชาติ เหมาะกับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย โดยใช้โครงสร้างเหล็กเข้ามาผสานกับการตกแต่งด้วยโทนสีธรรมชาติ และประตู-หน้าต่างส่วนใหญ่จะใช้เป็นบานกระจกเพื่อให้บ้านดูมีความกว้าง มองเห็นวิวธรรมชาติข้างนอกได้รอบทิศ และด้วยการที่เป็นโครงบ้านเหล็ก ทำให้มีพื้นที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั่วถึง ลดระยะห่างระหว่างสมาชิกในบ้าน

 

อย่างการรีโนเวทโรงรถโครงสร้างเหล็กก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนมีรถให้ความสนใจ เพราะไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้รถคู่ใจต้องจอดตากแดดตากฝน บางบ้านก็ต้องการเพียงต่อเติมกันสาดเพื่อไว้ใช้บังแดดบังฝนและเป็นลานกิจกรรมของบ้านเท่านั้น ดูรายการเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำควรเลือกใช้เหล็กเป็นวัสดุในการสร้างโรงรถ-กันสาด เพราะเหล็กมีคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน เจาะ ดัด ตัดได้ง่าย เข้ากับทุกสไตล์ของบ้าน โดยเหล็กที่นิยมนำมาใช้เป็นโครงสร้างคือเหล็กตัวซี ถามว่าเราเข้าใจถึงเหล็กตัวซีคืออะไรไหม คำตอบในหัวคือ..ไม่ค่ะ ต้องไปหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมและอาจได้มาแชร์ความรู้ในบทความต่อไป แต่ตอนนี้ยังติดใจกับรูปโรงรถและกันสาดหน้าบ้านโครงเหล็กสวยๆ จนอยากจะเรียกช่างมาทำให้บ้างเดี๋ยวนี้เลยแต่ติดที่ไม่มีรถ! 

พอเอ่ยถึงเรื่องกันสาดก็เลยนึกถึงบ้านทาวน์โฮมหรืออาคารตึกแถวที่มักจะมีดาดฟ้าโล่งๆ หลายบ้านก็ปล่อยให้เป็นที่ว่างๆอย่างน่าเสียดาย แต่เคยเห็นบางหลังก็มีการต่อเติมดาดฟ้าโครงสร้างเหล็ก ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยได้อีกหลายกิจกรรม เพราะไม่ต้องตากแดดและฝน ตึกแถวบางหลังใช้ดาดฟ้าโครงเหล็กดัดแปลงเป็นร้านอาหารและคาเฟ่นั่งชมทิวทัศน์บนที่สูง โดยเฉพาะบรรยากาศแสงสียามค่ำคืน มีลูกค้าสนใจใช้บริการเต็มร้านแทบทุกวัน เรียกได้ว่าเป็นการสร้างจุดเด่นให้กับธุรกิจและใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

 

อีกธุรกิจหนึ่งที่กำลังบูมมากในวงการอสังหาริมทรัพย์ คือการรับรีโนเวททาวน์เฮ้าส์ให้เช่าและการรับซื้อบ้านเพื่อรีโนเวทขาย หรือรีโนเวทบ้านอาคารพาณิชย์ปล่อยเช่าทำเป็นร้านค้า มีคนที่ผันตัวเข้าสู่วงการนี้กันเยอะขึ้น เพราะสามารถรีโนเวทตึกแถวราคาราคาหลักแสนแต่สามารถขายต่อได้ในราคาหลักล้าน หรือการรีโนเวทคอนโดเก่า20ปีไม่กี่แสนแต่ปล่อยเช่าหรือขายได้กำไรมากกว่าสร้างใหม่ทั้งหลัง ดังนั้นธุรกิจรีโนเวทบ้านขายจึงเป็นอีกธุรกิจที่ได้รับความนิยมในคนยุคนี้

หาอ่านและดูยูทูปไปเรื่อยๆอย่างเพลินๆ จนเจอกับช่องที่นำเสนอการก่อสร้างด้วยโครงหลังคาไร้โค้งที่อู่รถที่หนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ก็อยากรู้อีกแล้วว่าโครงหลังคาไร้โค้งเป็นยังไง จึงกดเข้าไปดู เป็นอู่รถขนาดใหญ่มากๆ มีพื้นที่กว้างมาก เขาใช้สารพัดเหล็กในการสร้าง ทั้งเหล็กรูปพรรณรีดร้อน มีเหล็กคัลบาร์ เหล็กกัลวาไนซ์ เหล็กแฟลตบาร์ ฯลฯ ซึ่งเราก็ไม่สันทัด แต่ที่เห็นคือใช้เหล็กล้วนๆ โดยมีโครงหลังคาโค้งเป็นโครงสร้าง ในส่วนหลังคาเป็นเหล็กรีดร้อน สร้างโดยไม่มีเสากลางกั้น ทำให้ยิ่งเพิ่มพื้นที่ใช้งานได้มากเข้าไปอีก โครงหลังคาไร้โครงแบบนี้เป็นนวัตกรรมงานก่อสร้างที่ทำให้นึกถึงโรงเครื่องบินรบในหนังที่ดูบ่อยๆ แต่อันนี้จะทำเฉพาะส่วนหลังคา ไม่ได้ทำส่วนผนังปิดกั้นแบบโรงเรือน ทำให้พื้นที่ดูโล่งและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้หลายรูปแบบอย่างเต็มที่

 

รูปแบบโครงสร้างเหล็กที่นิยมใช้กันมากในไทยก็จะเป็นในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กหรือใหญ่ โครงสร้างโกดังสำหรับทำโรงรถ โรงเก็บเครื่องบิน โกดังโรงงาน โกดังให้เช่า โกดังคัดผลไม้ ฯลฯ เยอะมากถ้าในส่วนภาคอุตสาหกรรม เพราะอย่างที่กล่าวไว้แต่แรกว่าคุณสมบัติของโครงสร้างเหล็กคือ ความแข็งแรง ยืดหยุ่น แต่มีความเบา ใช้วัสดุน้อยชิ้น แต่ได้งานที่โปร่งโล่งเพราะไร้เสากลาง สามารถยกส่วนพื้นที่หลังคาให้สูง ทำให้ไม่อึดอัด และเพิ่มพื้นที่การหมุนเวียนของอากาศ และด้วยรูปแบบของงานรวมไปถึงกิจกรรมของโรงงานทุกประเภทจะเหมาะกับอาคารเหล็กโครงสร้างมากกว่าอาคารประเภทอื่น เราจึงเห็นโรงงานต่างๆสร้างด้วยงานโครงสร้างเหล็ก 

ไม่ใช่แค่เพียงภาคโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น ในส่วนภาคธุรกิจอื่นๆก็เริ่มใช้บริการงานโครงสร้างเหล็กในการต่อเติมหรือก่อสร้างอาคารมากขึ้น เพราะช่วยเรื่องของความรวดเร็วในการสร้าง โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจแล้วความล่าช้าที่มากเท่าไรจะหมายถึงรายได้ที่ต้องสูญเสีย และรายได้ที่เสียไปอาจเป็นหลักล้าน ดังนั้นความรวดเร็วในการก่อสร้างจากงานโครงสร้างเหล็กจึงตอบโจทย์ได้แทบทุกธุรกิจ

 

ดูทีท่าว่างานโครงสร้างเหล็กกำลังเติบโตและขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เรามาดูข้อดีกันให้ชัดๆอีกที 

 

ข้อดีของโครงสร้างเหล็ก

 

  • มีความแข็งแรง ทนทาน ติดตั้งโครงเหล็กง่าย
  • เหล็กโครงสร้างบ้านเบากว่าคอนกรีต ลดการใช้เสาเข็ม 
  • เหล็กมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้รองรับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวได้ 
  • ระยะเวลาก่อสร้างรวดเร็ว ลดค่าแรง ยิ่งจบงานเร็วก็ยิ่งประหยัดเงินทุน
  • ดีไซน์ได้หลายรูปแบบ ตอบโจทย์ตามความต้องการ
  • ลดขั้นตอนในการก่อสร้าง จบงานได้ไว ใช้งานได้เร็ว 
  • ต่อเติมอาคารได้สะดวก 
  • เพิ่มพื้นที่ได้มากกว่า เพราะลดขนาดเสาและคาน 

 

ข้อเสียก็มีไม่ใช่ว่าไม่มีเลย  

 

  • เหล็กโครงสร้างราคาสูง
  • ต้องมีวิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง
  • ช่างรับเหมาโครงสร้างเหล็กต้องมีเป็นมืออาชีพเท่านั้นจึงจะได้งานสวยและปลอดภัย
  • หาบริษัทรับเหมางานโครงสร้างเหล็กที่มีมาตรฐานและประสบการณ์สูงยากกว่าช่างงานปูน

 

แม้ว่าจะมีข้อเสียแต่ถ้าเทียบกันแล้วก็ยังน้อยกว่าข้อดีที่ได้จากการใช้งานโครงเหล็กในการก่อสร้าง และแม้ว่าการใช้โครงสร้างเหล็กจะเป็นอะไรที่น่าสนใจ แต่งานประเภทนี้ก็เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่…

 

  • ผู้ที่ชื่นชอบงานสไตล์โครงเหล็ก ชื่นชอบงานดีไซน์ใหม่ๆ เพราะจะให้ความโดดเด่นที่แตกต่างอย่างชัดเจน ชอบงานที่แสดงความเป็นตัวตนของวัสดุ เปลือยโครงสร้าง เช่น งานสไตล์ลอฟท์ , อินดรัสเทรียล ,ทรอปิคอล หรือสไตล์ที่ผสมผสานงานโครงเหล็กเข้ากับวัสดุผิวอื่นๆ  
  • ผู้ที่มีงบประมาณ แม้ว่าปัจจุบันเหล็กโครงสร้างราคาลดลงมาจากเดิม แต่ก็ยังสูงกว่างานคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • ผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง โดยเฉพาะในงานธุรกิจแทบทุกประเภท เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เพราะโครงสร้างเหล็กสามารถติดตั้งและประกอบได้อย่างรวดเร็วกว่างานปูน ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ไวขึ้น
  • สำหรับพื้นที่เข้าถึงยากและลำบาก เช่น ที่เนินเขาสูง ที่มีน้ำท่วมขัง เพราะงานโครงเหล็กใช้วัสดุไม่มาก สามารถขนย้ายไปยังหน้างานได้สะดวก 
  • เหมาะกับผู้ที่อยู่ในตัวเมืองหรือพื้นที่ชุมชน เพราะงานโครงเหล็กมีเสียงและฝุ่นน้อยมาก ระหว่างทำการติดตั้งงาน ช่วยลดมลพิษทางอากาศและเสียงที่จะรบกวนเพื่อนบ้าน 

และด้วยข้อดีงานเหล็กโครงสร้างที่ช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้หลากหลายมิติจนขยายเป็นวงกว้างชนิดที่เดินไปทางไหนก็เริ่มจะเจอมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่การจะสร้างบ้านด้วยโครงเหล็กทดแทนงานปูนเสริมเหล็กจะเติบโตได้มากแค่ไหนในอนาคตก็ต้องดูกันต่อไป แต่ตอนนี้หากสนใจหรือมองหาบริษัทรับเหมาโครงสร้างเหล็ก เพื่อสร้างโกดังโครงเหล็ก โครงหลังคา โครงสร้างโรงงาน ต่อเติมอาคาร รีโนเวทบ้านทั้งหลัง หรือรีโนเวทข้างบ้าน รีโนเวทต่อเติมบางส่วนของบ้าน ฯลฯ ลองติดต่อสอบถามได้ที่เพจตามตัวอักษรสีน้ำเงินได้เลยค่ะ เขาเคลมว่ายินดีให้คำปรึกษาฟรีค่ะ เผื่อจะได้ข้อมูลและคำแนะนำดีๆตอบโจทย์คุณ

“ฟ้าทะลายโจร” เป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยาจึงถูกจัดเป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันมานับตั้งแต่สมัยโบราณ และหมอยาไทยหรือแพทย์ทางเลือกยังคงรู้จักเป็นอย่างดี และยิ่งช่วงนี้จะถูกกล่าวถึงในและเป็นที่ต้องการกันอย่างมาก เมื่อถูกนักวิจัยและแพทย์หลายท่านออกมายืนยันถึงการใช้บรรเทาอาการผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ไม่รุนแรง เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ ทำให้ใครๆก็ต้องหาซื้อฟ้าทะลายโจรสกัดมาติดไว้เพื่อความอุ่นใจแม้จะยังมีการติดเชื้อก็ตาม ส่งผลให้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรสกัดขาดตลาด และมีราคาขายที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้มีฟ้าทะลายโจรปลอมถูกผลิตออกมาจำหน่าย ทั้งของปลอมไร้สรรพคุณตามที่ควรจะได้แล้วยังราคาแพง ดีกว่าไหมหากเราจะหันมาลองปลูกฟ้าทะลายโจรเองซะเลย 

ทำไมฟ้าทะลายโจรจึงถูกนำมาใช้ในการบรรเทาอาการโรคโควิดให้กับผู้ป่วย นั่นก็เพราะว่าฟ้าทะลายโจรจะมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า“แอนโดรกราโฟไลด์” (Andrographolide) ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อการเพิ่มจำนวนไวรัสโควิด-19 ในเซลล์เนื้อเยื่อ แต่จะต้องในกรณีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไม่แสดงอาการหรือมีอาการน้อยที่ยังไม่เกิดปอดอักเสบ เพราะจะช่วยระงับไม่ให้เกิดอาการรุนแรง และจะต้องได้รับสารแอนโดรกราโฟไลด์ในปริมาณที่ 180 มล./วัน แต่มีข้อห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ฟ้าทะลายโจรและหญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงที่ให้นมบุตร 

เชื่อว่ายังมีใครหลายคนที่เพิ่งจะได้ยินและมารู้จัก ฟ้าทะลายโจรช่วงที่โควิด-19 ระบาด เราลองมารู้จักพืชชนิดกันคร่าวๆกันสักหน่อยดีกว่าค่ะ ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชล้มลุกที่เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้น ในตำรายาโบราณของไทยจัดให้เป็นสมุนไพรพื้นบานที่หารับประทานแก้โรคได้เองและง่ายมาก ลำต้นสูงประมาณ 30-70 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมจะมีการแตกกิ่งง่ายและมาก ใบรียาว ปลายใบแหลม มีดอกขนาดเล็กสีขาว ลักษณะเป็นหลอดและฝักคล้ายต้อยติ่ง เมล็ดมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนใบจะมีสารแลคโตนที่มีฤทธิ์แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ไอ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคท้องเสีย 

 

การปลูกฟ้าทะลายโจรสามารถทำได้ 3 วิธีคือ…

  1. โรยเมล็ดเป็นแถว โดยการขุดร่องตื้นๆให้เป็นแถวยาวที่มีระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 30-40 ซม. โรยเมล็ดลงไปตามร่องที่ขุดไว้แล้วกลบด้วยดินบางๆ 
  2. การหว่าน นำเมล็ดมาผสมทรายหยาบในอัตรา 1:1 หรือ 1:2 แล้วหว่านตามปกติ
  3. เพาะกล้า ด้วยการขุดหลุมกว้างประมาณ 15 ซม. ลึกประมาณ 8-15 ซม. เป็นแถวโดยมีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 ซม. และห่างระหว่างแถวประมาณ 40 ซม. 

 

วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร

1. เตรียมดิน 

  • ขุดหรือพรวนให้ดินร่วนซุย
  • ทำการไถพรวนดิน 1-2 ครั้ง หากมีวัชพืชมากให้ทำการพรวนดินสัก 2 ครั้งโดยการเปิดหน้าดินและตากดินไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วจึงไถแปรปรับปรุงดินด้วยปุ๋ย จะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักก็ได้ 

 

2.เตรียมพันธุ์และเมล็ด จะต้องเลือกเมล็ดจากฝักแก่จัด เมล็ดต้องมีสีน้ำตาลแดง รูปร่างสมบูรณ์ ไม่มีโรคและรอยแมลงกัดแทะ และเนื่องจากเมล็ดมีเปลือกแข็งจึงต้องนำไปแช่น้ำธรรมดาหรือน้ำอุณภูมิห้องประมาณ 6-12 ชม. เพื่อเพิ่มอัตราการงอกให้เมล็ด

 

3.การดูแลรักษา หากพื้นที่ปลูกเป็นที่โล่งแจ้ง มีลมพัดแรง แดดจัด หรือฝนตกชุก ให้ทำการคลุมแปลงหรือกระถางที่ปลูกด้วยหญ้าคาหรือฟางบางๆ เพื่อลดแสงที่อาจจ้าเกินไปและการชะล้างของน้ำ รวมไปถึงลดการคายน้ำ และเมื่อผ่านการปลูกไปสัก 7-14 วัน พบว่าต้นกล้าไม่งอกหรือตาย ต้องรีบทำการปลูกซ่อมทันที และควรย้ายต้นกล้าที่มีการงอกขึ้นมาหนาแน่นเกินไป หลังจากที่ปลูกได้ประมาณ 1 เดือน หรือ 30-45 วัน 

 

4.การใส่ปุ๋ย 

4.1) วิธีการใส่ปุ๋ย

  • แบบหว่าน ต้องทำการหว่านให้กระจายสม่ำเสมอ และรดน้ำทันทีหลังหว่าน เพื่อเป็นการล้างปุ๋ยไม่ให้ค้างอยู่ที่ใบด้วย 
  • แบบโรยหรือหว่านเป็นแถวตามแนวขนานที่ปลูกระหว่างแถวโดยห่างจากแถวประมาณ 10-15 ซม. โดยการขุดเป็นร่อง ใส่ปุ๋ยแล้วพรวนดินกลบ ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับการปลูกแบบโรยแถว 
  • แบบหยอดโคน ใส่ปุ๋ยห่างจากโคนต้นประมาณ 10 ซม. โดยขุดหลุมฝังกลบดินหรือโรยรอบๆโคนต้นแล้วพรวนดินกลบ เหมาะกับการปลูกแบบมีระยะห่าง 

 

4.2)  แบ่งระยะการใส่ปุ๋ย

  • อายุ 60 วัน ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 300-400 กรัม/ตารางเมตร 
  • อายุ 90-100วัน ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 300-500 กรัม/ตารางเมตร 

 

4.3) การรดน้ำ 

  • ระยะ 30-60 วันหลังจากการปลูก ให้รดน้ำวันละครั้ง แต่ถ้ามีแดดจัดก็รดน้ำ 2 ครั้ง เช้า-เย็น 
  • อายุ 60 วันขึ้นไป อาจรดน้ำวันเว้นวันหรือตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และอากาศ 

 

5.โรคและศัตรูพืชฟ้าทะลายโจร แม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะเป็นพืชรสขม ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแมลง แต่ก็ยังมีศัตรูและโรคพืช ศัตรูพืชที่ว่านี้ก็คือวัชพืชทั่วไปนั่นเอง ต้องทำการถอนอยู่เสมอ โดยเฉพาะใน 2 เดือนแรกที่ปลูก และกำจัดวัชพืชทุกๆครึ่งเดือนหลังฟ้าทะลายโจรเริ่มเติบโตเป็นต้นกล้า ส่วนโรคที่พบส่วนใหญ่จะเป็น โรคโคนเน่ารากเน่าจากเชื้อรา หากพบต้นใดเป็นโรคให้รีบทำการถอนทำลายทันที และโรคแอนเทรคโนสจะพบตรงกลางหรือปลายใบหากพบก็ให้รีบตัดส่วนใบที่เป็นนั้นทิ้งทันทีเช่นกัน 

 

6.การเก็บเกี่ยว เมื่อฟ้าทะลายโจรเริ่มออกดอกจนกระทั่งดอกบาน 50% ช่วงนี้เองที่จะมีสารสำคัญทางยาสูง โดยจะพบมากในส่วนยอดและใบ การเก็บเกี่ยวจะทำด้วยการตัดทั้งต้นให้เหลือตอไว้ประมาณ 5-10 ซม. เพื่อให้แตกกิ่งงอกใหม่ต่อไป 

 

ด้วยสรรพคุณการรักษาไข้ อาการไอ เจ็บคอ ส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของใบฟ้าทะลายโจร ดังนั้นแม้ว่าเราจะยังไม่ติดเชื้อหรืออาจยังไม่แน่ใจ ก็สามารถนำใบฟ้าทะลายโจรทำเป็นน้ำหรือชาสมุนไพรดื่มในระหว่างวันก็ได้ โดยการนำใบล้างให้สะอาดแล้วอาจใส่ในกาต้มน้ำร้อน กระติกน้ำร้อนแล้วเสียบปลั๊กต้มและดื่มแทนน้ำเปล่าระหว่างวัน หรืออาจนำใบสักใบเดียวใส่ลงในแก้วแล้วเทน้ำร้อนลงไป หลังจากนั้นก็ใช้ช้อนคนเหมือนชงชาชงกาแฟ แล้วดื่มตอนเริ่มอุ่นๆก็ได้ แต่การต้มใบฟ้าทะลายโจรจะให้รสขมมากกว่าการใส่ใบฟ้าทะลายโจรใส่แก้วแล้วค่อยใส่น้ำร้อน แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งสามารถทำดื่มได้แต่ต้องไม่เกิน 7 วัน เพราะถึงแม้จะเป็นพืชสมุนไพร แต่ทุกอย่างควรให้อยู่ระหว่างความพอดี ถ้ามากเกินไปอาจมีผลข้างเคียงได้ 

ประโยชน์ของฟ้าทะลายโจร 

เรารู้อยู่แล้วว่าฟ้าทะลายโจรช่วยในเรื่องต้านไวรัส ช่วยแก้ไข้ อาการเจ็บคอ ไอ และระบบทางเดินหายใจ ตามที่หมอและผู้เชี่ยวชาญหรือแม้แต่ยูทูปเบอร์ต่างๆออกมาสาธยายถึงคุณประโยชน์ แต่ที่จริงแล้วฟ้าทะลายโจรในตำรับยาไทยยังมีประโยชน์มากมายในการช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยอื่นๆได้อีกด้วย 

  1. ช่วยกระตุ้นระบบคุ้มกันในร่างกาย ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย 
  2. ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง 
  3. แก้อาการไข้ หวัด คัดจมูก ปวดหัวตัวร้อน อาการไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ 
  4. แก้อาการคันคอ ไอ ขับเสมหะ ลดน้ำมูก และฆ่าเชื้อในโพรงจมูก 
  5. ช่วยระงับการอักเสบ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ
  6. มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุโรคระบบทางเดินหายใจ
  7. ช่วยแก้อาการติดเชื้อที่ทำให้มีอาการปวดท้อง อาการท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน
  8. ช่วยแก้อาการร้อนใน 
  9. ช่วยเจริญอาหาร
  10. ช่วยในระบบย่อยอาหารและเร่งให้ตับสร้างน้ำดี 
  11.  ช่วยบรรเทาอาการโรคริดสีดวง 
  12. ช่วยในระบบการไหลเวียนของเลือด 
  13. ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้เกิดหนอง 

ข้อควรระวังในการกินฟ้าทะลายโจร

ถึงแม้ว่าฟ้าทะลายโจรสมุนไพรรสขมนี้จะสามารถกินได้โดยไม่เป็นอันตรายกับตับ จึงค่อนข้างปลอดภัยและมักถูกนำมาใช้แก้ไข้แก้ไอแทนยาปฏิชีวนะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับสุขภาพของทุกคน จึงมีข้อที่ควรระวังและทราบก่อนทานฟ้าทะลายโจร

 

  1. ยาฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรฤิทธิ์เย็น จึงเหมาะในการที่จะใช้ในคนที่เป็นไข้ ตัวร้อน ปวดหัว เจ็บคอ ร้อนใน แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการมือเย็นเท้าเย็น ปัสสาวะปริมาณมาก และมีอาการหนาวสั่นกว่าปกติ 
  2. ฟ้าทะลายโจรไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคความดันต่ำ เพราะฟ้าทะลายโจรช่วยในเรื่องของการลดความดันโลหิต จึงเหมาะกับผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง หากผู้ที่มีอาการความดันต่ำดื่มเข้าไปบ่อยๆหรือปริมาณมาก อาจมีผลข้างเคียง ทำให้หน้ามืด เวียนหัว เป็นลมได้ 
  3. ไม่ควรทานฟ้าทะลายโจรติดต่อนานเกินไปหรือไม่เกิน 7 วัน เพราะหากทานติดต่อนานกว่านั้นอาจมีผลข้างเคียงได้ เช่น แขนขาชาไม่มีแรง เวียนหัว หน้ามืด อาหารไม่ย่อย ท้องอืด เป็นต้น 
  4. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการแพ้ฟ้าทะลายโจร เพราะบางรายอาจมีการแพ้จนเกิดผลข้างเคียงอื่นๆได้ เช่น ขึ้นผื่น คัน ปากบวม หน้าบวม ตาบวม บางรายอาจแพ้รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ 
  5. สตรีมีครรภ์และสตรีที่ให้นมบุตรไม่ควรทานฟ้าทะลายโจร เพราะอาจส่งผลต่อเด็กได้ 

 

ต้องยอมรับฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มาก แต่ก็มีข้อบ่งใช้และควรระวัง เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทานเข้าไปมากเกินไปถึงแม้จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ก็อาจเกิดโทษได้ ดังนั้นควรทำการศึกษาให้แน่ใจหรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่แท้จริงให้ละเอียดเสียก่อน เนื่องจากเดี๋ยวนี้ข้อมูลมีให้หาทุกช่องทาง ทั้งที่เป็นข้อมูลเชื่อถือได้ และข้อมูลที่บิดเบือน อาจทำให้ได้รับรับข่าวสารและข้อมูลผิด และอาจเป็นโทษแก่ร่างกาย รวมไปถึงทรัพย์สินได้ อีกทั้งควรทานในปริมาณที่พอดี เพราะอะไรที่เป็นทางสายกลางย่อมดีกว่าเสมอ 

 

อาการ “ปวดฟัน” เป็นกันได้ทุกเพศทุกวัยและเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากโรคปริทันต์ การมีเหงือกอักเสบ หรือโรคฟันผุก็ตาม ไม่ว่าจะปวดด้วยเพราะสาเหตุอะไรและมากน้อยแค่ไหน ปวดฟันกราม ฟันคุด ฟันฉีก หรือฟันซี่ไหนก็ตาม นอกจากจะปวดทรมานแล้วยังรำคาญและหงุดหงิดได้ง่าย ยิ่งถ้าปวดแบบฉับพลันขณะที่ต้องทำงานก็ยิ่งหงุดหงิดทำงานไม่ได้ไปกันใหญ่ ถ้าอย่างนั้นเราลองมาหาวิธีแก้ปวดฟันด้วยสิ่งรอบตัวแบบชั่วคราวกันก่อนดีกว่าว่าจะมีวิธีไหนช่วยได้บ้าง 

1.ทำความสะอาด เป็นวิธีแรกๆที่ต้องตรวจสอบว่าในช่องปากและฟันเรานั้นมีเศษอาหารติดตามซอกหรือร่องฟันอยู่หรือไม่ แล้วทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันกับแปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม ไม่แข็งหยาบ 

2.ไหมขัดฟัน การปวดฟันบางกรณีก็เกิดจากความสะอาดไม่เพียงพอ เช่น ตามร่องฟันอาจมีเศษอาหารที่ทำความสะอาดออกไม่หมดติดอยู่และสะสม การรักษาความสะอาดนอกเหนือจากการแปรงฟันอาจต้องใช้ไหมขัดฟันช่วยในส่วนที่แปรงสีฟันเข้าซอกซอนไม่ถึง 

3.บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ ใช้เกลือที่เราไว้ปรุงอาหารที่มีติดครัวนี่ล่ะค่ะ ผสมกับน้ำอุ่นแล้วอมกลั้วปากให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณที่ปวด เพราะนอกจากการอักเสบแล้ว อาการปวดฟันก็อาจเกิดได้จากการติดเชื้อ กลั้วทั่วปากแล้วก็บ้วนทิ้ง ทำได้บ่อยๆจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น 

4.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น บรั่นดี วิสกี้ วอดก้า เพราะในเหล้าที่ยิ่งแรงก็ยิ่งมีแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง มีฤทธิ์ให้รู้สึกชาเมื่อถูกสัมผัส ช่วยบรรเทาอาการปวดฟันจากการติดเชื้อได้ในระดับนึงเลยทีเดียว โดยการเทเหล้าลงบนผ้าฝ้ายหรือสำลีแล้วเช็ดเบาๆบริเวณที่ปวด ทาได้บ่อยครั้งแต่ถ้าเหงือกแดงขึ้นก็หยุด หรือจิบเหล้าเล็กน้อยแล้วกลั้วข้างที่ปวดก่อนบ้วนทิ้ง

5.น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่สาวๆใช้บำรุงผม-ผิวนี่แหล่ะค่ะ นำน้ำมันมะพร้าวกลั้วปากประมาณ 20-30 วินาทีเป็นประจำ จะช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก ช่วยบรรเทาอาการปวดฟันลงได้ 

 

6.น้ำแข็งประคบ  นำผ้าห่อน้ำแข็งแล้วประคบแนบแก้มข้างที่ปวดไว้สักพัก อย่านำน้ำแข็งประคบกับฟันที่ปวดโดยตรงเพราะจะทำให้เพิ่มความปวดมากขึ้น

 

7.งดรับประทานอาหารร้อนจัดหรือเย็นจัด เช่น น้ำเย็นจัด น้ำแข็ง ไอศกรีม การรับประทานอาหารร้อนๆ หรือดื่มน้ำร้อน ชาร้อน กาแฟร้อน

 

8.งดรับประทานอาหารที่มีความเหนียวแข็งต้องใช้แรงฟันขบ อาหารที่มีความแข็งหรือเหนียว แต่ให้ทานอาหารอ่อนๆที่ไม่ต้องใช้แรงในการเคี้ยวมาก เช่น ข้าวต้ม  โจ๊ก เป็นต้น

 

9.ยาแก้ปวด เป็นวิธีที่ง่ายสุดและเร็วสุดหากว่าใครมียาแก้ปวดอยู่แล้ว เช่น พาราเซตามอล แอสไพริน หรือ ไอบูโพรเฟน ก็สามารถทานยาแก้ปวดได้เลยเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันขั้นต้น โดยทานครั้งละ 1-2 เม็ดหรือตามคำแนะนำบนฉลาก ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่ไม่ควรทายาติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจจะเป็นการสะสมและส่งผลต่อระบบอื่นภายในได้ 

 

10.ยาบรรเทาอาการปวดเฉพาะที่ เป็นยาที่ใช้เฉพาะที่บนฟันหรือเหงือกที่มีอาการปวด มีตัวยาสำคัญ เบนโซเคน ซึ่งเป็นยาชาที่ใช้ลดความเจ็บปวด เช่น แผลในปาก บรรเทาการปวดฟัน ปวดเหงือก โดยใช้ในปริมาณตามคำแนะนำบนฉลาก แต่ไม่ควรใช้ยานี้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี 

 

11.ประคบด้วยน้ำแข็ง เชื่อว่าหลายๆบ้านหรือแม้แต่บางบริษัทมีตู้เย็นที่มีช่องฟรีซสำหรับทำน้ำแข็งได้ แต่ถ้าไม่มี ก็สามารถซื้อตามร้านค้าได้ สามารถใช้น้ำแข็งได้ทุกชนิดไม่ว่าจะก้อนเล็กหรือใหญ่ เพียงใช้ผ้าห่อน้ำแข็งแล้วนำประคบแก้มฝั่งที่ปวดฟันไว้สักพัก อย่านำน้ำแข็งประคบกับฟันที่ปวดโดยตรงเพราะจะทำให้เพิ่มความปวดมากขึ้น

 

12.ประคบร้อน กรณีฟันผุทะลุถึงโพรงประสาทฟันและเป็นหนองปลายรากฟัน มีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด การใช้ความร้อนประคบบริเวณที่บวมจากภายในช่องปากจะช่วยระบายหนองได้ดีขึ้น ทำให้ช่วยบรรเทาความปวดได้

 

13.ใช้ถุงชาประคบ เช่น ชาดำ ชาคาโมมายด์  นำถุงชาที่เราชงดื่มาแล้ว วางบนบริเวณที่มีอาการปวดแล้วขบไว้เบาๆค้างไว้จนกว่าความปวดทุเลาลง

 

14.กานพลู สมุนไพรที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการชาและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ให้นำกานพลูทั้งดอกมาเคี้ยวแล้วอมไว้ตรงบริเวณที่ปวด หรือนำดอกไปตำให้พอแหลกผสมกับเหล้าขาวพอชุ่ม จากนั้นใช้สำลีจุ่มแล้วนำไปอุดหรือวางบนฟันที่ปวด 

 

15.เมล็ดผักชี ต้มเมล็ดผักชีกับน้ำแล้วใช้อมบ้วนปากบ่อยๆ 

 

16.ว่านหางจระเข้ นอกจากจะช่วยในเรื่องการสมานแผลแล้ว ว่านหางจระเข้ยังสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ในเรื่องของการปวดฟันก็เช่นกัน โดยการหั่นว่านหางจรเข้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเหน็บไว้บริเวณซอกฟันที่ปวด หรือนำสำลีพันปลายไม้จุ่มน้ำวุ้นว่านหางจระเข้มาป้ายบริเวณที่ปวด เพื่อช่วยบรรเทา่อาการปวดชั่วคราว

 

17.น้ำมันกระเทียม ไม่เพียงแต่กระเทียมสดจะมีประโยชน์สารพัด แม้แต่น้ำมันกระเทียมก็ยังเป็นประโยชน์ต่อการช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ชั่วคราวด้วย เพียงนำสำลีชุบน้ำมันกระเทียมทาบริเวณที่ปวดฟันทิ้งไว้สักพัก อาการปวดก็จะทุเลาลง แต่วิธีนี้จะช่วยได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น 

17 ข้อที่กล่าวมานี้ เป็นการรักษาอาการปวดฟันเบื้องต้นและช่วยได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ทางที่ดีเมื่อทำทุกวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้น รวมถึงมีอาการไข้ร่วมด้วย ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการหาสาเหตุและรักษาได้ถูกต้อง เพราะอาจเป็นไปได้ว่า…

 

  1. ฟันผุหรือวัสดุอุดฟันหลุด ทันตแพทย์จะทำการรักษาโดยอุดฟันให้
  2. รากฟันเสียหาย ฟันเสียหายแต่ยังไม่หลุด เนื้อเยื่ออักเสบ ฟันร้าว หรือฟันติดเชื้อรุนแรง ท้นตแพทย์อาจจำเป็นต้องใช้วิธีครอบฟันเพื่อทำการรักษารากฟัน หรือวิธีอื่นๆที่ถูกต้องได้ทันท่วงที เพื่อให้ยังคงเก็บฟันซี่นั้นได้ต่อไปโดยไม่ต้องทำการถอน
  3. กรณีฟันคุด ทันตแพทย์อาจต้องทำการถอนฟันซี่นั้นออก เพราะฟันคุดไม่ได้มีผลดีในการใช้งานเรื่องเคี้ยวอาหารแต่อย่างใด และจะทำให้เสี่ยงกับอาการปวดรุนแรงหรือติดเชื้อได้ถ้าไม่ถอนฟันคุดที่เป็นสาเหตุออ
  4. เหงือกร่อน เป็นสาเหตุทำให้มีอาการปวด ทันตแพทย์จะแนะนำวิธีรักษาเหงือกให้อย่างถูกวิธี แต่ถ้าเป็นในกรณีที่รุนแรง ทันตแพทย์จะทำการส่งต่อให้กับศัลยแพทย์ช่องปาก เพื่อทำการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจากเพดานปากไปปลูกถ่ายตรงเหงือกที่เสียหาย
  5. ฟันสึก ทันตแพทย์จะแนะนำวิธีการดูแล อาจให้ยาทาลดอาการเสียวฟัน หรือทำการอุดฟัน
  6. เนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันหรือปลายรากฟันอักเสบเป็นหนอง ทันตแพทย์จะประเมินว่ารักษาคลองรากฟันหรือทำการถอนฟัน ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของเนื้อฟันที่เหลืออยู่
  7. ติดเชื้อแบคทีเรียในเนื้อฟันหรือรากฟัน ซึ่งมักจะเกิดจากฟันผุหรือการบาดเจ็บ ทำให้เหงือกมีอาการบวมหรืออาจมีหนองร่วมด้วย ทันตแพทย์จำเป็นต้องใช้ยาปฎิชีวนะรักษาทันที เพื่อไม่ให้เชื้อลุกลามไปยังจุดอื่น โดยยาที่นิยมใช้จะเป็นในกลุ่มยา อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) ร็อกซิโทรมัยซิน (Roxithromycin) หรือ อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) ซึ่งยากลุ่มเหล่านี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร
  8. โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า หากสาเหตุปวดฟันที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากโรคประสาทบนใบหน้า ทันตแพทย์จะให้ยาคาร์บามาซีปีน(Carbamazepine) หรือส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทาง
  9. อาการปวดร่วมจากโรคอื่นๆ หากเกิดอาการปวดฟันเพราะสาเหตุมาจากอวัยวะหรือโรคอื่นๆ ทันตแพทย์จะส่งตัวไปยังแพทย์สาขาอื่นๆเพื่อทำการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับสาเหตุที่แท้จริง 

สำหรับคนที่เคยต้องประสบกับอาการปวดฟันย่อมรู้ดีว่ามันทรมานและน่ารำคาญแค่ไหน แม้ว่าจะดูแลรักษาดีเพียงไร แต่ความเจ็บปวดที่ว่านี้ก็ยังอุตส่าห์มาเยือนในบางช่วงเวลา ทั้งเจ็บทรมานและค่ารักษาแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่เราก็ต้องพยายามดูแล ณ เบื้องต้นให้ดีที่สุด ส่วนปลายทางก็ต้องทำตามคำแนะนำทันตแพทย์ค่ะ 

 

สถานการณ์โควิดระบาดหนักรอบ3 แบบนี้ ข่าวที่ได้รับรู้ในแต่ละวัน ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ยิ่งตรวจก็ยิ่งเจอ คนที่ติด Covid-19 แต่ไม่มีอาการก็มีมากขึ้น ไม่รู้ว่าตัวเราเองติดเชื้อหรือยัง แต่จะให้ไปที่จุดตรวจโควิดแต่ละที่ก็คนเยอะเหลือเกิน กลัวจะไปตรวจแล้วเสี่ยงติดโควิดกลับมาแทน แต่ถ้าไม่ตรวจก็ไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อแล้วหรือยัง จะตรวจเองก็ตรวจไม่ได้อีก

ตั้งแต่โควิดระบาดมารอบแรกๆ สิ่งที่เราเรียกร้องกันมาตลอดอีกหนึ่งสิ่ง นอกจากวัคซีนดีๆแล้ว ก็คือ การได้ชุดตรวจหาเชื้อโควิดกันเองที่บ้าน อย่างที่หลายๆประเทศเขาแจกจ่ายประชาชนในประเทศ แม้จะรอกันมาจนครบวาระได้ 1 ปีกว่าๆ จนในที่สุด ทางการไทยก็ปลดล็อคให้เราได้ใช้ชุดตรวจเชื้อCovid-19 ได้แล้ว นั่นคือชุดตรวจ Rapid Antigen Test แล้วเจ้าชุดตรวจที่ว่านี้คืออะไร ต้องใช้แบบไหน จะได้ผลอย่างไร หากผลออกมาว่าติดเชื้อ ต้องทำยังไงต่อไป

 

Rapid Antigen Test คือ ชุดตรวจหาเชื้อโควิดที่ให้ผลตรวจได้อย่างรวดเร็ว โดย Rapid Test จะมีอยู่ 2 แบบ ได้แก่ … 

  1. ตรวจหาเชื้อ (Antigen) โดยเก็บตัวอย่างจากทางจมูกหรือคอ ซึ่งต้องรับเชื้อมาแล้ว 5-14 วัน จึงจะได้ผลแม่นยำ ตอนนี้มียี่ห้อชุดตรวจ  Rapid Antigen Test ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้ว 24 ยี่ห้อ โดยราคาRapid Antigen Test คาดว่าน่าจะประมาณ 300-400 บาท
  2. ตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) โดยการเก็บตัวอย่างจากการเจาะเลือด ซึ่งจะตรวจพบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อในวันที่10 เป็นต้นไป จนกระทั่งหายป่วยแล้ว

 

ขณะนี้ชุดตรวจที่กระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้ใช้ตรวจเองตามบ้านได้คือ Rapid Antigen Test ชุดตรวจหา Antigen ส่วนที่เป็นชุดตรวจหา Antibody หรือภูมิคุ้มกัน จะเปิดให้ทดสอบและใช้ได้ตามโรงพยาบาล

ก่อนใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test ต้องทำอย่างไรบ้าง 

บริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ได้มีคำแนะนำข้อควรรู้ก่อนใช้ตรวจหาเชื้อด้วย Rapid Antigen Test ดังต่อไปนี้ 

 

  • งดอาหารและน้ำก่อนทำการตรวจอย่างน้อย 30 นาที 
  • หากมีเลือดกำเดาไหลไปก่อนนี้ใน 24 ชม. ให้รอก่อน หรืออาจตรวจจากรูจมูกข้างที่ไม่มีเลือดกำเดา 
  • หากมีการเจาะจมูก ให้ทำการตรวจข้างที่ไม่ได้เจาะ แต่ถ้าเจาะทั้ง 2 ข้าง ให้ถอดห่วงจมูกข้างที่ต้องการจะตรวจออกก่อน 
  • ชุดตรวจใช้ได้แค่ครั้งเดียวต่อหนึ่งคน 
  • กรณีที่ทำการตรวจทางคอไม่ได้ เช่น อาจมีการเจาะคอ ให้ตรวจทางจมูกแทน 

ชุดตรวจ Rapid Antigen Test มีอะไรบ้าง 

อ้างอิงจากการแถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2564 ได้ระบุไว้ว่า ในชุดตรวจ Rapid Antigen Test จะต้องมีสิ่งต่อไปนี้ 

  • ตลับทดสอบ
  • ก้านสำลีสำหรับ swab
  • หลอดใส่น้ำยาสกัด 
  • ฝาหลอดหยด
  • เอกสารกำกับชุดตรวจ

 

วิธีใช้ Rapid Antigen Test 

  • ทำความสะอาดพื้นผิวที่จะวางชุดตรวจให้สะอาด ควรใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อด้วย 
  • ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดหรือใช้เจลล้างมือ เพื่อรักษาความสะอาดของมือที่จะหยิบจับอะไร 
  • วิธีเก็บตัวอย่าง ให้ทำตามคำแนะนำที่มากับชุดตรวจอย่างเคร่งครัด โดยแต่ละชุดจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป  เช่น การเก็บตัวอย่างจากการแหย่จมูก แหย่จมูกถึงคอหอย หรือเก็บตัวอย่างจากการเข้าทางปากถึงคอหอย เป็นต้น 
  • เมื่อเสร็จสิ้นการเก็บตัวอย่าง ให้เตรียมอุปกรณ์ต่อไปตามคู่มือการใช้งาน
  • นำก้านสำลีมาหมุนใส่หลอดที่มีสารละลายตรวจหาเชื้อ โดยหมุนวนอย่างน้อย 5 ครั้ง หรือประมาณ15 วินาที แล้วบีบสำลีให้แห้งผ่านหลอด โดยห้ามไม่ให้มือสัมผัสกับก้านสำลีหรือสารที่เก็บเชื้อ
  • นำก้านสำลีทิ้งใส่ซีล และหยดสารละลายลงในแท่นตรวจตามจำนวนหยดที่ชุดตรวจกำหนดไว้แล้วรอผลประมาณ 15-30 นาที 

วิธีอ่านค่าผลตรวจ

หลังจากรอประมาณ 30 นาที ให้อ่านค่าผลตรวจ โดยอักษร C หมายถึง แถบควบคุม และตัวอักษร T หมายถึง ทดสอบ มีวิธีการอ่านผลตรวจดังนี้

 

  • หากมีเพียงขีดเดียวตรงตัวอักษร C หมายถึงผลตรวจเป็นลบ คือไม่ติดเชื้อ
  • หากมี 2 ขีดตรงตัวอักษร C และ T หมายถึงผลตรวจเป็นบวก คือติดเชื้อ
  • หากไม่มีขีดที่ตัว C แต่มีตรงที่แค่ตัว T หรือไม่มีขีดเลย นั่นเป็นผลตรวจที่ใช้ไม่ได้ ต้องทำการตรวจหาเชื้อใหม่อีกครั้ง ซึ่งต้องทำตามคำแนะนำในคู่มืออย่างเคร่งครัด 

 

หากผลตรวจพบว่าติดเชื้อ ควรทำอย่างไร

  • ติดต่อแจ้งหน่วยใกล้บ้านทันที 
  • ให้คนที่อยู่ใกล้ชิดทำการตรวจหาเชื้อ
  • แยกตัวจากผู้อื่นเพื่อทำการกักตัว
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
  • แยกการใช้ห้องน้ำในกรณีอยู่บ้านร่วมกับคนอื่น 
  • สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ยกเว้นกรณีที่อยู่ลำพัง
  • เลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยง 
  • หากมีอาการหายใจไม่สะดวก หายใจติดขัด ให้รีบทำการติดต่อขอรับการรักษา 
  • กรณีไม่ติดเชื้อแต่เป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ควรทดสอบอีกครั้งใน 3-5 วัน และทำการแยกกักตัวจากผู้อื่น และถ้ามีอาการคล้ายจะติดโควิด ให้ทำการทดสอบอีกครั้ง 

วิธีทิ้งชุดตรวจ Rapid Antigen Test 

เมื่อเสร็จสิ้นการใช้ชุดตรวจแล้ว ควรแยกทิ้งจากขยะทั่วไปและติดสัญลักษณ์หรือเขียนกำกับเพื่อให้รู้ว่าเป็ฯขยะอันตราย ขยะติดเชื้อ หรือใส่ถุงขยะสีแดงหรือถุงสำหรับขยะติดเชื้อ เพื่อเพิ่มความระวังให้กับพนักงานเก็บขยะ และป้องกันเชื้อฟุ้งกระจายและแพร่สู่ผู้อื่น 

 

ทีนี้ก็พอได้รู้กันไปแล้วว่า Rapid Antigen Test คืออะไร และต้องใช้อย่างไร จะได้ลดความแออัดและความเสี่ยงในการไปที่จุดตรวจ สำหรับใครที่ได้ใช้ชุดตรวจนี้กันไปบ้างแล้ว ก็หวังว่าให้ผลออกมาเป็นลบกันทุกคนนะคะ แต่ถ้าพลาดติดเชื้อไปแล้ว ขอให้รักษาจิดใจไว้ก่อนพร้อมๆกับการรักษากาย เพราะความเครียดมีผลในการไปกดภูมิในร่างกายได้ อาจทำให้ทรุดได้ง่าย ดูแลทั้งใจและกายตัวเองให้อย่างเต็มที่ที่สุด เราจะต้องผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้