หลังจากที่โรคโควิด-19 ได้ถูกลดสถานะลงเป็นเพียงโรคประจำถิ่น แต่กลับมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก กำลังกลับมาระบาดระลอกใหม่อีกแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามคาดการณ์ว่าจะมีการระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อีกทั้งการผ่อนคลายมาตรการ และมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมกันมากขึ้น จึงเป็นการเอื้ออำนวยให้โรคโควิดกลับมาระรื่นได้อีกครั้ง จากข้อมูลผู้เสียชีวิตที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเดิมอยู่แล้ว โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อ คือ การไม่ได้รับวัคซีน หรือ ได้รับวัคซีนไม่ครบ และ ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานเกิน 3 เดือน 

สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว ก็ยังคงต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพราะวัคซีนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ วันนี้เราจึงได้รวบรวมจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 เดือนธันวาคม 2565 ฟรีทุกเข็ม ทั้งแบบลงทะเบียน และ บริการแบบ Walk in 

 

ใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลยสักเข็ม หรือฉีดกระตุ้นเข็มสุดท้ายนานเกิน 3 เดือนแล้ว สามารถไปรับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน ลดอาการป่วยรุนแรง อาการลองโควิด (Long Covid) และลดความเสี่ยงการเสียชีวิต โดยสามารถฉีดวัคซีนโควิดฟรีที่ไหนในกทม. เราได้มัดรวมมาไว้ที่นี่แล้ว ใกล้หรือสะดวกที่ไหน รีบไปให้ทันก่อนไปฉลองกิจกรรมเทศกาลปีใหม่ (แต่ถึงจะรับวัคซีนแล้วก็ยังต้องรักษามาตรการดูแลตัวเองอยู่นะคะ จะได้เที่ยวอย่างสบายใจ ห่างไกลโควิดค่ะ) 

ศูนย์ฉีดวัคซีนกระทรวงสาธารณสุข 

เปิดให้บริการทุกวันอังคาร (9.00-14.00 น.) / เดือนธันวาคม 2565 

 

ชนิดวัคซีน : ไฟเซอร์    / ไม่มีโมเดอร์นา 

อายุผู้รับวัคซีน :  อายุ 12 ปีขึ้นไป 

 

กรุงเทพมหานคร 

ในส่วนของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้บริการวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น ฟรี! ที่โรงพยาบาลสังกัดกทม. ให้กับทุกสัญชาติ สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :  Hotline 1646 สายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ (ให้บริการตลอด 24 ชม.)

รายชื่อโรงพยาบาลและสถานที่ให้บริการวัคซีนโควิด-19 เดือนธันวาคม 2565 ฟรี 

  1. โรงพยาบาลกลาง บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-15.00 น.) ชั้น 3 ห้องตรวจส่งเสริมสุขภาพ 
  2. โรงพยาบาลตากสิน บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-14.00 น.) ศูนย์การค้าแพลตฟอร์ม วงเวียนใหญ่ 
  3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ บริการ วันจันทร์ – พฤหัสบดี (08.00-14.00 น.) คลินิกวัคซีนโควิด ห้องหัตถการ ชั้น 2 อาคาร 72 พรรษา มหาราชินี  และ วันศุกร์ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-14.00 น.) คลินิกวัคซีนโควิด เรือนวัคซีน (อาคารจอดรถ) อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู ชั้น 1 
  4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ บริการ วันจันทร์ (13.00-16.00น.) ชั้น 2 อาคารอเนกประสงค์ และ วันอังคาร (08.00-12.00 น.) ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ 
  5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมี บริการวันจันทร์ ( ๅ3.00-16.00 น.) ชั้น 2 ห้องประกันสังคม 
  6. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-15.00 น.) คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ อาคายุบวร 
  7. โรงพยาบาลลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-14.00 น.) ห้องฉีดยา 
  8. โรงพยาบาลสิรินธร บริการ วันศุกร์ 13.00-15.00 น. ชั้น 2 ห้องประชุมคุณหญิงหรั่ง กันการัติ 
  9. โรงพยาบาลคลองสามวา บริการ วันพุธ- ศุกร์ (13.00-14.00 น.) อาคารผู้ป่วยนอก 
  10. โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-11.00 น.)อาคารผู้ป่วยนอกชั้น1
  11. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-15.00 น.) คลินิกวัคซีนโควิด ห้องตรวจ 1 แผนกผู้ป่วยอายุรกรรม อาคาร OPD ชั้น 2 
  12. สถาบันโรคผิวหนัง บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (09.00-15.00 น.) และ วันเสาร์ 17 ธันวาคม 2565 (09.00-15.00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง รับบริการวัคซีน ณ ชั้น 20 อาคารสถาบันโรคผิวหนัง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ.ราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 

 

Young Asia lady nurse giving Covid-19 or flu antivirus vaccine shot to senior male patient wear face mask protection from virus disease at health clinic or hospital office. Vaccination concept.

ทำการจองคิวล่วงหน้าได้ที่ https://covid19.iod.go.th/vaccine  (ก่อนวันฉีด 1 วัน) 

ดาวน์โหลด ระบบ Android >> https://bit.ly/3wJYsiB 

ดาวน์โหลด ระบบ IOS >>  https://apple.co/31o9FmO 

 

และสามารถทำการตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “Vaccine บางซื่อ” 

สำหรับใครที่ไม่สะดวกจองคิวล่วงหน้า สามารถเข้ารับบริการแบบ Walk in ได้ตามวันเวลาทำการที่แจ้งไว้ 

หายป่วยโควิด-19 แล้ว แต่ก็เหมือนยังไม่หายดี หรือบางคนอาจกลับไปใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้เหมือนเดิม ซึ่งมีที่อาจคล้ายๆกัน หรือแตกต่างกันไป เช่น อาจรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น รู้สึกหายใจไม่อิ่ม ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่าเองที่เป็นผลกระทบมาจากการได้รับเชื้อโควิด ที่เราเรียกกันว่า ภาวะลองโควิด ภาษาอังกฤษ Long Covid ที่พบถึง 30% ในไทยแล้วตอนนี้ 

 

ลองโควิดคืออะไร?

Post Covid Syndrome หรือ Long COVID คืออาการที่หลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 ในระยะยาว เนื่องจากในขณะที่ป่วยโควิด-19 ร่างกายมีการสร้างแอนติบอดี้บางอย่างขึ้นมา ไปจับกับโปรตีนเซลล์ของอวัยวะบางส่วนในร่างกาย และอาจไปทำลายอวัยวะส่วนต่างๆ 

 

อาการ Long Covid

ผู้ที่เป็นลองโควิดอาการเจ็บป่วยจะไม่มีลักษณะตายตัว แต่ละบุคคลอาจมีอาการที่เหมือนหรือต่างกัน ซึ่งอาการของ Long Covid สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย ตั้งแต่ระบบหายใจ ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร,หัวใจ และหลอดเลือด ส่งผลกระทบต่อผู้ที่หายป่วยบางรายยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 10-50% จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาหายแล้ว ตั้งแต่ 4 -12 สัปดาห์ แต่ในบางประเทศก็อยู่ในช่วง 6-10 เดือนก็ยังสามารถที่จะเจออาการ Long Covid ซึ่งอาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิดที่ว่านี้ สามารถแบ่งตามอาการที่เกิดขึ้นได้เป็น 3 กลุ่ม 

1.อาการเบื้องต้นที่พบได้บ่อยของภาวะลองโควิด 

ไอ ปวดศีรษะ เหนื่อยง่าย รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ตลอดเวลา อ่อนเพลียเรื้อรัง ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอก ท้องร่วง มีปัญหากับการนอนหลับ ปวดตามข้อ วิตกกังวล มีภาวะซึมเศร้า 

  • อาการทางกาย ของลองโควิด นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ มึนงง มีไข้ เจ็บคอ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รู้รส หรือประสาทสัมผัสรสและกลิ่นลดลง แสบตา คันตา น้ำตาไหล สมองล้า เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ เหนื่อยง่ายขึ้น ท้องเสีย เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง 
  • อาการทางจิตใจ เช่น วิตกกังวล สมาธิสั้นลง หรืออาจมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ลองโควิดรักษาด้วยการพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง 

 

2.ภาวะแทรกซ้อนของโควิด-19 ที่อาจเกิดขึ้นได้มีดังนี้  

  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน 
  • ไตวายเฉียบพลัน 
  • ตับอักเสบเฉียบพลัน
  • ติดเชื้อในกระแสเลือด
  • มีปัญหาระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท 

3.ผลข้างเคียงจากการรักษาโควิด-19 

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง 
  • มีภาวะเครียดรุนแรง หรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) 

กลุ่มเสี่ยงที่อาจพบอาการลองโควิดได้ง่าย 

  • ผู้สูงอายุ 
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว 
  • ผู้มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วน 
  • ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรง เมื่อรักษาหาย จะมีความเสี่ยงในการเป็นลองโควิดมากกว่ากลุ่มติดเชื้อไม่มีอาการ 

สาเหตุของอาการ Long Covid

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าใจได้มากนัก ถึงสาเหตุอาการลองโควิด แต่เข้าใจว่าเกิดจากภาวะ Inflammation หรือ การอักเสบ ซึ่งเป็นระบบของร่างกายสร้างขึ้น เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอม และตอบสนองต่อสิ่งที่จะทำให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อของร่างกายได้รับบาดเจ็บ กระบวนการอักเสบนี้จะกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคออกไป และยังกำจัดเซลล์ที่บาดเจ็บหรือเซลล์ตาย ดังนั้นกระบวนการอักเสบจึงสำคัญต่อการป้องกันสิ่งแปลกปลอม และให้ร่างกายได้มีการซ่อมแซม แต่ถ้ามีการอักเสบมากเกินไป หรือมีอาการอักเสบเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลต่อการทำงานของเนื้อเยื่อผิดปกติได้เช่นกัน  

 

ภาวะลองโควิดกับแพทย์แผนไทย 

ทฤษฎีของแพทย์แผนไทยได้ระบุว่า เมื่อร่างกายคนเราได้รับเชื้อโควิด-19 เข้าไปแล้ว จะไปเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย และเมื่อความร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะส่งผลต่อระบบความชื้นในร่างกาย ทำให้มีอาการไข้ ตัวร้อน เจ็บคอ เพราะร่างกายสูญเสียน้ำ และเต็มไปด้วยความร้อนที่เกิดจากเชื้อโควิดนั่นเอง 

สำหรับผู้ป่วยโควิดที่ทำการรักษาหายแล้ว และอาจมีอาการลองโควิด หรือวิตกว่าตนจะเสี่ยงต่อการมีอาการลองโควิด ต้องการดูแลสุขภาพตนเอง พร้อมกับการรักษาด้วยแพทย์ทางเลือก หรือทานสมุนไพรควบคู่ไปด้วย เราก็ได้นำรายชื่อของสมุนไพรไทย ที่ได้รับการยืนยันว่าไม่เป็นอันตราย และสามารถช่วยอาการที่อาจมีได้หลังจากทำการรักษาโควิด-19 แล้ว มีอะไรบ้างไปดูกันเลย 

 

ตำรับยาสมุนไพรที่บรรจุลงบัญชียาหลักแห่งชาติที่ใช้บำบัดอาการลองโควิด ซึ่งมีดังนี้

  • ฟ้าทะลายโจร : ช่วยลดไข้ ต้านการอักเสบ 
  • ยาห้าราก (เบญจโลกวิเชียร) : ลดไข้ กระทุ้งพิษไข้ (ทำให้พิษไข้ออกจากร่างกาย)
  • ประสะจันทน์แดง : แก้ไข้ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ 
  • จันทลีลา : บรรเทาอาการไข้ ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู
  • ตรีผลา : บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ปรับสมดุลธาตุ 
  • ยาหอมนวโกฐ : แก้คลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืดท้องเฟ้อ 
  • ยาแก้ไอมะขามป้อม : ขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ 
  • ยาปะสะมะแว้ง : บรรเทาอาการไอ ลดอาการเจ็บคอ ขับเสมหะ
  • ยาแก้ลมแก้เส้น : แก้อาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ แน่นหน้าอก จุมเสียดท้อง 
  • ยาศุขไสยาสน์ : แก้อาการนอนไม่หลับ อ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน 
  • น้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) : แก้ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ช่วยเจริญอาหาร 

 

รักษาลองโควิดหายไหมหรือจะกลับมาเป็นปกติได้ไหม 

อาการลองโควิดอาจจะส่งผลระยะยาว หรืออาจจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้เกือบ 100% หากทำการรักษาหรือดูแลสุขภาพตนเองดีๆ ก็สามารถหายได้เอง แต่ถ้ามีอาการยาวนานกว่า 2 เดือนขึ้นไป ควรรีบทำการพบแพทย์ เพื่อตรวจเช็คอาการและรักษาได้ถูกต้องตามอาการ เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ ที่อาการของโรคยังไม่เสถียรแน่ชัด โดยแพทย์จะมีการพิจารณาอาการต่างๆ ซึ่งแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้ 

1.อาการที่เกิดจากการนอนโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน เช่น อาการแผลกดทับ ติดเตียง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามอวัยวะต่างๆ จิตตก ซึมเศร้า 

2.อาการที่เกิดจากผลข้างเคียงของยารักษาโควิด-19  ยารักษาโรคโควิดส่วนใหญ่จะไม่พบผลข้างเคียงในระยะยาว แต่ก็มีความเป็นไปได้กับยาที่รักษาอาการข้างเคียงอื่นๆ ระหว่างที่รักษาโรคโควิด เช่น กลุ่มยาเสตียรอยด์ ซึ่งอาการที่อาจพบได้ เช่น กรดไหลย้อน แสบกระเพาะ มีอาการทางเบาหวาน หรือค่าน้ำตาลไม่คงที่ เป็นต้น 

3.อาการที่เกิดจากผลแทรกซ้อนของโควิด-19 ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงระยะ 1 – 1½ เดือน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ 

  • กลุ่มที่มีอาการต่อเนื่อง ตรวจแล้วแต่ไม่พบความผิดปกติ  เช่น หอบ เหนื่อย เพลีย รู้สึกเหมือนร่างกายไม่ปกติเท่าที่ควร โดยจะรักษาตามอาการ และให้ร่างกายปรับและฟื้นตัวเอง 
  • กลุ่มที่มีอาการต่อเนื่อง ตรวจแล้วพบความผิดปกติ เช่น พบความผิดปกติที่ปอด มีผังผืดในปอด ภาวะติดเชื้อ หัวใจและหลอดเลือดผิดปกติ ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรืออวัยวะสำคัญมีการอักเสบ ฯลฯ จะต้องทำการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์
  • กลุ่มที่ไม่มีอาการ แต่ตรวจพบอาการผิดปกติที่ปอด จะรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ 

การรักษาลองโควิดที่ดีที่สุด คือการดูแลสุขภาพตนเองอย่างต่อเนื่องและให้มากที่สุด คอยสังเกตอาการ หากพบความผิดปกติของร่างกายจะได้พบแพทย์และรักษาได้ทันท่วงที อย่าวิตกกังวลจนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ร่างกายก็จะค่อยๆฟื้นฟูกลับมาดีขึ้นจนหายเป็นปกติในที่สุด 

 

 

ผวากันทั่วโลกเมื่อพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่อาจน่ากลัวกว่าสายพันธุ์เดลต้า 

 

ด้วยขณะนี้ทั่วโลกได้มีการผวา เมื่อพบว่ามีการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่แล้วทั่วโลก ใน 13 ประเทศ และมีการยืนยันแล้วถึง 115 คนด้วยกัน 

 

อิสราเอล เตรียมปิดประเทศชาติแรกของโลก หลังจากพบผู้ติดเชื้อโอไมครอน แล้ว 2 ราย หลังเดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ และได้มีการระบาดโผล่หลายประเทศแล้ว โดยจะเริ่มทำการปิดประเทศเที่ยงคืนของวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งเชื่อมต่อวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ในขณะที่อีกหลายประเทศก็เริ่มมีการห้ามผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงในแอฟริกาใต้เข้าประเทศแล้ว ซึ่งประเทศไทยเองแม้จะไม่ได้ปิดประเทศ แต่ก็ได้มีมาตรการห้ามกลุ่มประเทศเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวังเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ ชนิด B.1.1.529 หรือที่เรียกว่า โอไมครอน ซึ่งทางกรมฯเองได้มีการติดตามเฝ้าระวัง และมีกำหนดการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยประเทศที่พบและเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ B.1.1.529 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศ เซาท์แอฟริกา บอตสวานา เอสวาตินี มาลาวี นามิเบีย เลโซโท ซิมบับเว และ โมซัมบิก 

 

ซึ่งผู้ที่เดินทางมาจากทั้ง 8 ประเทศนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทย รวมไปถึงไม่อนุญาตการลงทะเบียนเพื่อเข้สู่ประเทศไทยในระบบต่างๆแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน เป็นต้นไป  ส่วนผู้ที่เดินทางมาก่อนหน้านี้นั้น ถือว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง จะต้องมีการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน นี้ โดยจะต้องมีการตรวจคัดกรอง 3 ครั้ง ในช่วงวันที่ 1 วันที่ 5 และวันที่ 13 ที่เดินทางมาถึงประเทศไทย

ไวรัสโอไมครอนถูกพบครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ตามด้วยประเทศบอตสวานา และอีกหลายประเทศในแอฟริกาใต้ แต่ขณะนี้ก็ได้มีการแพร่ระบาดไปนอกทวีปแอฟริกาใต้แล้ว ได้แก่ ประเทศ อังกฤษ เบลเยี่ยม อิตาลี เยอรมนี อิสราเอล และ ฮ่องกง รวมถึงอาจมีผู้ติดเชื้อในสาธารณรัฐเช็ก และ เนเธอร์แลนด์ โดยส่วนใหญ่จะมาจากผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ และประเทศกลุ่มเสี่ยง แล้วมีการติดเชื้อระหว่างการกักตัว ก่อนจะลุกลามขยายเป็นวงกว้างขึ้น

 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มีการตั้งชื่อสายพันธุ์โควิดกลายพันธุ์ B.1.1.529 ว่า “โอไมครอน”เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 โดยมาจากการเรียกชื่อตามลำดับอักษรกรีก พร้อมให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล ด้วยจากการแพร่กระจายตัวได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆที่ผ่านมา 

ได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายเชื้อไวร้สโควิดกลายพันธุ์ โอไมครอน ที่เป็นภาพแรกของโลก จากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากโรงพยาบาลเด็กแบมบิโนจีซู ในกรุงโรม จากอิตาลี (27พ.ย.64) ภาพถ่ายแสดงให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งหนามโปรตีน มากถึง 32 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่าสายพันธุ์เดลต้า ถึง 3.5 เท่า ในขณะที่สายพันธุ์เดลต้ากลายพันธุ์ที่ส่วนหนามเพียง 9 ตำแหน่ง ทำให้องค์การอนามัยโลกได้จัดให้ โอไมครอน อยู่ในกลุ่มรุนแรงสูงสุดหรือกลุ่มที่น่ากังวล (VOC : Variant of Concern) ณ ขณะนี้

 

ที่ผ่านมาได้มีการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 มาตลอด โดยจะมีไวรัสที่ต้องให้ความสนใจ (VOI : Variant of Interest) มี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์แลมป์ด้า และ สายพันธุ์มิว ส่วนไวรัสที่ควรติดตาม (VUM : Variant of Under Monitoring) จะมีทั้งหมด 7 ตัว แต่หากจัดเรียงความรุนแรงไวรัสที่น่ากังวล (VOC) ประกอบด้วย 

  • สายพันธุ์อัลฟ่า (สายพันธุ์อังกฤษ) 
  • สายพันธุ์เบลต้า (สายพันธุ์แอฟริก)
  • สายพันธุ์แกมมา (สายพันธุ์บราซิล) 
  • สายพันธุ์เดลต้า (สายพันธุ์อินเดีย) 
  • สายพันธุ์โอไมครอน (สายพันธุ์แอฟริกาใต้) 

โดยการจัดกลุ่มไวรัสดังกล่าวจะใช้องค์ประกอบดังนี้ 

  • การเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรม ที่ทำให้มีการแพร่ระบาดกว้างขวางมากขั้น ความรุนแรงของโรค และความสามารถในการหลบหลีกภูมิคุ้มกันหรือวัคซีน
  • การแพร่ระบาดในชุมชน และคลัสเตอร์ในหลายประเทศ 

 

จากการกลายพันธุ์ทั้งหมดที่ผ่านมา พบว่าสายพันธุ์โอไมครอนมีการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมมากที่สุด โดยมีมากกว่า 50 ตำแหน่ง และมีการเปลี่ยนแปลงตรงส่วนหนามที่ใช้ก่อโรคในมนุษย์ มากถึง 32 ตำแหน่งด้วย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์เดลต้าที่กำลังระบาดอยู่ ณ ขณะนี้ มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งของหนามเพียง 9 ตำแหน่ง ส่งผลให้เชื้อโอไมครอนสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าเดิม แพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งที่น่ากังวลและควรติดตามในสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่เคยมีการกลายพันธุ์ที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะกลายพันธุ์โปรตีนส่วนหนาม

ด้วยความสามารถของโอไมครอนที่สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้า รวมไปถึงเมื่อติดเชื้อแล้วก็ไม่แสดงอาการ ทำให้มีการแพร่กระจายโดยไม่รู้ตัว และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

จึงต้องมีการเฝ้าระวังและจับตามองอย่างใกล้ชิด ความรุนแรงอาการของโรค และอัตราการเสียชีวิตจากสายพันธุ์นี้จะมีมากน้อยเพียงใด ประเด็นที่สำคัญคือ จะมีการดื้อหรือต้านวัคซีนหรือไม่ 

 

ดูได้จาก ออสเตรเลียที่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้แล้ว 2 ราย ซึ่งเดินทางมาจากประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งทั้ง 2 คน ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วทั้ง 2 เข็ม แต่การติดเชื้อรอบนี้เป็นการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ รวมไปถึง ผู้โดยสารจากแอฟริกาใต้ จำนวน 61 คน จาก 2 เที่ยวบิน ที่เดินทางสู่เนเธอร์แลนด์ มีเชื้อโควิด-19 เป็นบวก ที่อยู่ระหว่างการกักตัวใกล้อากาศยานสคิปโฮล อัมสเตอร์ดัม ทั้งที่มีการเอกสารการตรวจหาเชื้อโควิดเป็นลบ และได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง ทำให้เป็นที่น่ากังวลว่าจะมีเชื้อสายพันธ์ุใหม่นี้ด้วยหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจจะขยายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการ ซึ่งจะเป็นพาหะของเชื้อได้อย่างดี 

อาการของผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน 

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 แพทย์หญิง แแองเจลิเก้ โคเอตซี ประธานแพทยสภาแอฟริกาใต้ ผู้ที่ออกมาเตือนเรื่องเชื้อไวรัสโอไมครอนเป็นคนแรก ได้กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้พบโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ จากผู้ติดเชื้อที่คลินิกในกรุงพริทอเรีย พบผู้ที่มีอาการผิดแปลกไปจากผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ ในผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ 24 ราย โดยส่วนหนึ่งจะเป็นหนุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และมีสุขภาพแข็งแรงดี จะมีลักษณะอาการที่ไม่ปกติแต่ไม่รุนแรง ในกลุ่มผู้ที่มีสุขภาพดีและแข็งแรง จะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยหอบ ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกายและกล้ามเนื้อ แต่ในจำนวนทั้งหมดนี้ไม่มีการสูญเสียการรับรสและการได้กลิ่น และอีกเคสที่น่าสนใจคือ เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ที่มีอาการตัวร้อน อัตราการเต้นหัวใจสูง และอาจจะต้องทำการแอดมิต แต่หลังผ่านไป 2 วัน ก็มีอาการดีขึ้น ซึ่งลักษณะอาการเหล่านี้ยังถือว่าเป็นอาการเบื้องต้นที่พบได้ในขณะนี้ ยังต้องทำการศึกษาความรุนแรงของอาการต่อไป เพราะในขณะเดียวกันก็พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนที่อิตาลี เป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ก็ยังได้รับการติดเชื้อเช่นกัน 

ระวังการใช้ชุดตรวจบางยี่ห้ออาจให้ผลตรวจเป็นลบปลอม 

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ดาวน์โหลดรหันพันธุกรรมทั้งจีโนมของ โอไมครอน ทั้ง 115 ตัวอย่าง ทดสอบด้วยวิธีชีวสารสนเทศกับตัวตรวจ ของชุดตรวจ PCR ที่ทาง WHO ให้การรับรอง ปรากฏว่าการวิเคราะห์ผลบนคอมพิวเตอร์ทั้ง 115 ตัวอย่าง อาจมีปัญหากับชุดตตรวจ PCR บางยี่ห้อ ทำให้อาจตรวจจับจีโนมสายพันธุ์โอไมครอนได้ไม่ดีหรือไม่ได้เลย ทำให้ผลบวกที่อ่อนลง หรือได้ผลลบปลอมได้  

5 ยักษ์ใหญ่วัคซีนเร่งพัฒนาวัคซีนต้านโอไมครอน  

 

บริษัท Moderna ผู้ผลิตวัคซีนโมเดอร์น่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการเพิ่มปริมาณวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิจาก 50 ไมโครกรัม เป็น 100 ไมโครกรัม โดยศึกษาเข็มกระตุ้นเข็ม 2 เพื่อป้องกันการกลายพันธุ์ และจะเร่งพัฒนาเข็มที่ช่วยกระตุ้นภูมิเพื่อป้องกันสายพันธุ์โอไมครอนโดยเฉพาะ ในขณะที่ Johnson & Johnson ของสหรัฐฯเช่นเดียวกัน ได้เริ่มการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนกับไวรัสโอไมครอนแล้ว 

 

ในส่วน BioNTech ของเยอรมนี และ บริษัท Pfizer ของสหรัฐอเมริกา ได้คาดว่าจะสามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโอไมครอนได้ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อทำการวิเคราะห์ว่าควรมีการปรับปรุงวัคซีนที่ใช้อยู่ปัจจุบันหรือไม่ หากต้องปรับปรุง ก็จะสามารถดำเนินการเพื่อต้านสายพันธุ์โอไมครอนโดยเฉพาะได้ภายในเวลาประมาณ 100 วัน 

 

ในขณะที่วัคซีนของโนวาแวกซ์ ระบุว่าได้มีการพัฒนาหนามโปรตีนที่มีพื้นฐาน เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 หรือ โอไมครอน โดยเฉพาะแล้ว 

 

ซึ่งจะมีการพัฒนาวัคซีนไปในรูปแบบไหน และความรุนแรงของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอเมครอนจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็ต้องเฝ้าจับตาระวังอย่างใกล้ชิด และจะต้องไม่อยู่ในความประมาท แม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก็ตาม ยังคงต้องใช้มาตรการเดิม ใส่หน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้านหรือต้องพบเจอผู้คน เว้นระยะห่าง ล้างมือ พกเจลแอลกอฮอล์ไว้ทำความสะอาดบ่อยๆ ไม่ว่าอย่างไร การไม่ประมาท และตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ยังคงใช้ได้เสมอมา 

มลพิษคือ ความสกปรก กาก ตะกอน หรือมวลสารและวัตถุที่มีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ดังนั้น Air pollution หรือ มลพิษทางอากาศหมายถึง การเกิดสภาวะทางอากาศมีสิ่งสกปรกหรือสารพิษเจือปนในอากาศเกินมาตรฐาน ทำให้อากาศอยู่ในขั้นวิกฤติ ตัวอย่างมลพิษทางอากาศ เช่น มลภาวะทางอากาศฝุ่นpm 2.5 ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์(CO) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ รวมไปถึงวัตถุอันตรายอื่นๆในชั้นบรรยากาศโลก ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต จนทำให้เกิดโรคหรือการเจ็บป่วยและอันตรายต่อชีวิตได้ 

สาเหตุการเกิดมลพิษทางอากาศคืออะไร?

โดยมลพิษทางอากาศเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของครัวเรือน มลพิษทางอากาศจากรถยนต์ สารมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การเผาไหม้ขยะมูลฝอย มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม มลพิษที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น การเกิดปฏิกิริยาทางชีวเคมีจากการเน่าเปื่อยของสสารอินทรีย์ทำให้เกิดก๊าซมีเทน แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น อีกทั้งควันพิษทางอากาศเกิดจากไฟป่า หรือ ภูเขาไฟระเบิด อย่างที่เกาะลา ปาลมา ประเทศสเปนที่นอกจากสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินบริเวณใกล้เคียงยังเกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม

 

มลพิษทางอากาศมีกี่ประเภท?

ไม่ว่ามลพิษทางอากาศpptและมลพิษทางอากาศpdf การเกิดมลพิษทางอากาศมี 2 ประเภทมลพิษทางอากาศภายนอกและมลพิษอากาศภายใน 

 

มลพิษทางอากาศภายนอก ได้แก่ 

  • มลพิษจากสิ่งแวดล้อมภายนอกอาคาร เช่น น้ำมัน ถ่านหิน เป็นต้น 
  • แก๊สที่ทําให้เกิดมลพิษทางอากาศ เช่น ก๊าซมีเทน ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์
  • โอโซนระดับพื้นดิน ปกติโอโซนจะก๊าซที่ดีมากถ้าเกิดในที่สูง จะช่วยปกป้องรังสียูวีและรังสีอันตรายต่างๆ ไม่ให้ลงมายังโลก แต่จะอันตรายอย่างมากถ้าเกิดในที่ต่ำ  เมื่อเราสูดหายใจเข้าไป จะทำให้เกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนที่รุนแรง ซึ่งจะสร้างความเสียหายกับเยื่อเมือกและเนื้อเยื่อทางเดินหายใจของสิ่งมีชีวิต ทั้ง คน สัตว์ และพืชต่างๆ เรียกได้ว่า โอโซนจะดีเมื่ออยู่สูง แต่เลวร้ายเมื่ออยู่ต่ำ 

 

มลพิษทางอากาศภายใน ได้แก่ 

  • ก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ของแก๊สหุงต้ม อย่าง คาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นต้น 
  • สารก่อภูมิแพ้จากชีวภาพ สัตว์ และสิ่งของ เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ เชื้อรา แมลงสาบ หนู เป็นต้น

 

มลพิษทางอากาศมีผลกระทบกับสุขภาพอย่างไร?

ฝุ่นละอองที่เป็นปัญหาหลักในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากสภาพการจราจรที่คับคั่ง มีการเผาไหม้ของยานหนะ ที่เรียกได้ว่าเป็นมลพิษทางอากาศที่เกิดจากมนุษย์ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน ที่สามารถเล็ดลอดระบบทางเดินหายใจ เข้าสู่ร่างกายคนเราไปสู่ปอดและถุงลม ทำให้เกิดการระคายเคืองเรื้อรัง เกิดการอักเสบ และยิ่งเป็นฝุ่นละอองที่เกิดจากก๊าซบางชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก็ยิ่งมีอันตรายต่อดวงตา ผิวหนัง และ ระบบทางเดินหายใจ 

มลพิษทางอากาศได้แก่แก๊สอะไรบ้าง?

  • ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่มีฤทธิ์กัดกร่อน จะทำให้มีการระคายเคืองกับผิวหนัง เยื่อบุในตา เมื่อทำการสูดดมก๊าซซัลเฟอร์เข้าไป จะละลายของเหลวในระบบทางเดินหายใจ เกิดกรดซัลฟิวริก ส่งผลกระทบกับระบบภายในร่างกาย หากได้รับเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดหลอดลมอักเสบเรื้อรัง 
  • ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป จะส่งผลต่อการถ่ายเทออกซิเจนจากปอดไปยังอวัยวะต่างๆลดลง ทำให้เลือดขาดออกซิเจน และถ้ารับคาร์บอนฯจำนวนมาก จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 
  • ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน มีผลกระทบการมองเห็น ผู้ที่มีอาการทางโรคหัวใจ และหอบหืด เมื่อผู้ที่มีอาการดังกล่าว ทำการหายใจก๊าซนี้เข้าไป จะทำให้อาการกำเริบได้ 
  • ก๊าซโอโซน มีฤทธิ์กัดกร่อนต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ ระคายเคืองตา การอักเสบของเนื้อเยื่อจมูกและปอด ทำให้ความสามารถของปอดในการรับก๊าซออกซิเจนลดลง ทำให้มีอาการเหนื่อยง่ายและเร็วในคนชรา เป็นโรคหืด โดยเฉพาะในเด็ก ผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรังและหอบหืดจะมีอาการกำเริบได้ง่ายและบ่อยมากขึ้น

มลพิษอากาศเป็นพันธมิตรกับโควิดได้อย่างไร? 

เมื่อไม่นานมานี้กรมมลพิษทางอากาศได้ร่วมมือกับกรมควบคุมโรค ร่วมเปิดสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยอัตโนมัติ เนื่องจากมลพิษต่างๆทางอากาศส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งมีผลให้อาการผู้ป่วยโควิดหนักขึ้นและอาจเร่งให้ให้เกิดการแพร่เชื้อได้เพิ่มขึ้น สรุปมลพิษทางอากาศเป็นพาหนะของเชื้อโควิด-19 ให้ไปสู่คนอื่นและกระจายเป็นวงกว้างได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง 

 

แม้ว่าตะไม่มีการยืนยันว่ามลพิษทางอากาศนี้จะเกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 อย่างไร แต่จากรายงานมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ที่มีการร่วมมือกันในหลายภาคส่วน เพื่อศึกษาเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างมลพิษอากาศจากควันไฟป่ากับโควิด โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจาก 92 เขตในรัฐแคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน และโอเรกอน ที่มักจะเกิดไฟป่า เป็นมลพิษทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ได้แก่ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (ที่เป็นสารตั้งต้นของPM2.5) ฝุ่นPM2.5 และ ฝุ่นPM10 ตั้งแต่เดือนมีนาคม-ธันวาคม ปี 2020 ซึ่งใน 3 รัฐนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 2 หมื่นคน ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตก็มีจำนวนมากเช่นกัน 

 

เนื่องจากควันไฟป่าจะทำให้มีการติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? นั่นเป็นเพราะสารพิษทางอากาศในควันไฟป่าที่ประกอบไปด้วย  

 

  • ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างน้ำมัน ถ่านหิน ซึ่งมีอันตรายต่อปอดเป็นอย่างมาก และยังเป็นสารตั้งต้นของฝุ่นPM2.5 เพราะเป็นตัวตั้งต้นก็ย่อมแน่นอนว่าต้องมีความน่ากลัวกว่าฝุ่นPM2.5 เข้าไปอีก 
  • มลพิษทางอากาศpm2 5 เป็นฝุ่นจิ๋วที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สามารถเล็ดลอดจากขนจมูกมุ่งตรงไปสู่ปอดได้ และมีอันตรายต่อชีวิตมากกว่าที่คิด 
  • ฝุ่นPM10 ฝุ่นที่มีอานุภาคเล็กกว่า 10 ไมครอน เล็กจนขนจมูกก็ยังไม่สามารถกรองได้ ทำให้หลุดรอดเข้าไปทำอันตรายต่อปอดได้ 

 

และด้วยคุณสมบัติของสารมลพิษในอากาศ ที่สามารถเล็ดลอดเข้าไปสู่ปอดได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นยานพาหนะอย่างดีให้กับเชื้อโควิด-19 ไปสู่ปอด ยิ่งถ้าเป็นผู้ป่วยโควิดอยู่แล้วและได้มีการสูดหายใจควันไฟป่าเข้าไปจะทำให้อาการทรุดหนักลงไปอีก รวมไปถึงการที่เชื้อโควิดอาศัยมลพิษทางอากาศรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น มลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ มลพิษทางอากาศจากโรงงาน มลพิษทางความร้อน แล้วเกาะกลุ่มกับมลภาวะต่างๆ เช่น เชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย เพื่อให้เป็นพาหนะเข้าสู่ร่างกายเราและแพร่กระจายเชื้ออย่างรวดเร็ว 

 

และเมื่อเรารู้ว่าการเกิดมลพิษทางอากาศเป็นพันธมิตรอย่างดีของเชื้อโควิด ร่วมมือกันเปลี่ยนโลกให้เป็นโรค เราจึงต้องหันมาหาวิธีการบําบัดมลพิษทางอากาศ และใส่ใจดูแลคุณภาพอากาศกันอย่างจริงจังมากขึ้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องหันมาร่วมมือกัน ถึงเวลาแล้วหรือยังเพื่อสุขภาพของเราทุกคน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะรักโลกนี้ให้มากขึ้น เพราะถ้าคิดว่ายังไม่ถึงเวลา…ก็อาจถึงเวลาที่โลกจะไม่รักเราเช่นกัน

 

สิ้นสุดการรอคอย กับเทศกาลงานบุญประจำปี ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ พระบาทพลวง จันทบุรี ประเพณีสำคัญของพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาแสวงบุญ เราขอแจ้งข่าวดีว่า ทริปสายบุญของผู้มีจิตศรัทธากลับมาแล้ว โดยทางเขาคิชฌกูฏจะมีการเปิดให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงได้แล้วในปี 2566 เริ่มเข้าสู่ศักราชใหม่ ก็มีข่าวดีให้สายบุญได้เฮกันตั้งแต่ต้นปีแล้ว  

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี 66 เปิดวันไหน 

ในปี 2566 นี้ ประชาชนสามารถขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง ได้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม – 22 มีนาคม 2566 โดยจะมีพิธีปิดป่าและเปิดงาน ในวันที่ 20 มกราคม 2566 

ขอบคุณภาพจาก : https://en.wikipedia.org/

วิธีการเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ 

  1. รถยนต์ส่วนตัว : สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลไปเขาคิชฌกูฏ เส้นทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (Motorway) โดยเริ่มต้นที่สนนศรีนครินทร์ กรุงเทพ ผ่านอำเภอบ้านบึง มุ่งสูอำเภอแกลง เมื่อเจอสามแยกแกลงให้เลี้ยวซ้าย ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 จนถึงจันทรบุรี รวมระยะทางประมาณ 230-250 กิโลเมตร เมื่อถึงพระบาทพลวงต้องจอดรถไว้ที่บริเวณลานจอดด้านล่าง จากนั้นจะมีรถให้บริการขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏจันทบุรี ด้วยทางขึ้นลาดชันและเป็นถนนลูกนรังตลอดทาง เพื่อความปลอดภัยของผู้มาแสวงบุญ อีกทั้งเขาพระบาทเป็นพื้นที่อุทยานจึงไม่สามารถนำรถส่วนบุคคลขึ้นไปข้างบนได้
  2. รถโดยสาร : รถโดยสารที่ทาง ขสมก.จัดไว้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเขาคิชณกูฏโดยเฉพาะ ซึ่งเดินทางกรุงเทพ ถึง วัดกระทิง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
  3. รถตู้รับส่ง บริษัทเอกชน
ขอบคุณภาพจาก : https://www.bangkokpost.com/

วิธีขึ้นไปบนยอดเขาพระบาท 

เนื่องจากไม่สามารถนำส่วนบุคคลขึ้นไปได้ ทำให้การขึ้นไปถึงยอดเขาพระบาท มี 2 วิธี ได้แก่ 

  1. ใช้บริการรถรับส่ง มี 2 จุดขึ้นรถ ได้แก่ วัดพลวง และ วัดกะทิง 
  2. การเดินเท้า 

 

ระยะเวลาในการเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏจันทบุรีกี่ชั่วโมง 

สำหรับใครที่มีจิตศรัทธาแรงกล้า ต้องการจะไปสักการะรอยพระพุทธบาทด้วยการเดินเท้าขึ้นไป จะใช้เวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง ซึ่งนับว่ามีคนจำนวนมากเลยทีเดียวที่เลือกจะเดินเท้าขึ้นไปถึงยอดเขา ซึ่งรวมไปถึงผู้ที่เคยมาทำการสักการะแล้วมีการบนบานไว้ จะกลับมาสักการะอีกครั้งด้วยการเดินเท้าขึ้นไปถึงยอดเขาพระบาท แต่สำหรับใครที่ต้องการใช้บริการรถรับส่ง จะมีคิวรถที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลานั่งรถประมาณ 15 นาที เท่านั้น 

 

 

การลงทะเบียนขึ้นเขาคิชฌกูฏจันบุรี 2566 

ตั้งแต่เกิดการระบาดโรคโควิด-19 ทำให้การขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชฌกูจต้องมีการลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ที่แอป KCKQue เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของผู้คน ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของโรค ซึ่งปีนี้ ทางแอปพลิเคชั่นก็ยังคงเปิดให้ทำการลงทะเบียน แต่สำหรับใครที่ไม่ได้จองคิวมาก่อนล้วงหน้า ก็สามารถไปลงทะเบียนที่หน้างานได้เช่นกัน 

 

ขั้นตอนการจองคิว เขาคิชฌกูฏ 

  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน KCKQue 
  2. กดเลือกเมนู ข้อมูลการจองคิว 
  3. เลือก เพิ่มข้อมูลการจอง 
  4. เลือกรูปแบบในการขึ้นเขา เดินเท้า หรือ จองคิวรถบริการตามจุดที่ต้องการ 
  5. เลือกวัน เวลาที่ต้องการขึ้นเขาคิชฌกูฏ 
  6. เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วน จะได้ QR Code ซึ่งเป็นบัตรจองคิวขึ้นเขาคิชฌกูฏ โดยให้นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่เดินทางขึ้นเขาพระบาท 

 

การจองคิวลงทะเบียนสามารถทำได้วันละไม่เกิน 5 ใบจอง และมีผู้ติดตามไม่เกิน 50 คน / ใบจอง ซึ่งจะต้องเดินทางในวันและเวลาตามที่ได้ทำการจองไว้ 

“มะเร็งปอด” เป็นโรคอันตรายอันดับต้น ๆ ในกลุ่มมะเร็ง และผู้ป่วยมีอัตรเสียชีวิตมากกว่ารักษาได้หายขาด เนื่องจากมะเร็งปอดระยะแรก ๆ มันจะไม่แสดงอาการใด ๆ ให้ผู้ป่วยได้รู้ตัวหรือรู้สึกเอะใจสักนิดเลย แต่มันจะแสดงอาการออกมาเมื่อเซลล์มะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 3-4 ไปแล้ว และมันเป็นสัญญาณเตือนเดดไลน์ ที่มักทำให้ผู้ป่วยไแทบไม่เหลือโอกาสรักษาได้ทัน 

จากการวิเคราะห์สาเหตุหลาย ๆ ปัจจัยจากวิชาชีพทางการแพทย์ มีความเห็นว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจเชื่อมโยงเป็นต้นตอของการป่วยโรคมะเร็งปอดนั้น คือ ละอองฝุ่นพิษ PM 2.5 เนื่องจากสภาพแวดล้อมในเมืองไทยปัจจุบันเต็มไปด้วยมลพิษ ฝุ่นละออง และควันเขม่า สะสมอยู่ในอากาศทุกแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่มีจราจรหนาแน่น เช่น กรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่ทางภาคเหนือ อย่าง เชียงใหม่ เชียงราย ซึ่งมีค่าฝุ่น PM 2.5 ติดอันดับต้น ๆ ของโลก 

ยิ่งไปกว่านั้น มะเร็งปอด คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ ในการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเป็นพิษที่มีมานาน ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพโรคระบบทางเดินหายใจในระยะยาว ดังนั้นเราจึงต้องดูแลสุขภาพ ดูแลระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อรับมือและป้องกันตนเองจากภาวะเจ็บป่วยอันเกิดจาก PM 2.5 จากการศึกษาข้อมูลพบว่า สมุนไพรไทยใกล้ตัว ที่เราใช้เป็นอาหารและยามาตั้งแต่บรรพบุรุษ สามารถนำมาช่วยดูแลสุขภาพเพื่อรับมือกับปัญหาฝุ่นพิษได้ สมุนไพรช่วยบำรุงปอด ในสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ระบาด ทั้ง 5 ชนิด มีดังนี้ 

  1. รางจืด

รางจืด

สมุนไพรที่โดดเด่นด้านล้างพิษได้หลายชนิด หมอสมุนไพรนิยมใช้แก้พิษสัตว์บางชนิด หรือแม้แต่พิษสารเคมีในยาเบื่อหนู และปัจจุบันก็ได้มีงานวิจัยยืนยันแล้วว่า รางจืด ช่วยปกป้องอวัยวะจากสารพิษชนิดโลหะหนักได้ รวมไปถึงสารพิษที่พบได้ใน PM 2.5 โดยมีวิธีทานรางจืดล้างพิษ คือ ทานครั้งละ 2 แคปซูล 3 เวลา ก่อนอาหาร / วัน หรือ ชงผงรางจืดชนิดซอง 1-2 ซอง ในน้ำร้อน 120-200 มิลลิลิตร ดื่มวันละ 3 เวลาก่อนอาหาร เนื่องจากรางจืดเป็นยาฤทธิ์เย็น จึงควรเว้นระยะในการทานให้ห่างจากยารักษาโรคประจำตัว และไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 1 เดือน โดยเฉพาะคนที่เป็นความดันต่ำ มือเย็น เท้าเย็น ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน 

  1. หญ้าดอกขาว หรือ หญ้าหมอน้อย 

หญ้าดอกขาว หรือ หญ้าหมอน้อย photo from samunpri.com

จากองค์ความรู้ของหมอพื้นบ้าน รวมกับผลการวิจัยในปัจจุบัน ที่รองรับว่า หญ้าดอกขาวเป็นสมุนไพรที่ถูกบรรจุให้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ.2554 จึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยสูงต่อการใช้หญ้าดอกขาวในทางยา และยังมีการแนะนำให้เลือกใช้หญ้าดอกขาวในกรณีที่มีความเสี่ยงหรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงฝุ่น PM 2.5 ได้ โดยในงานวิจัยได้พบว่า สารสกัดดอกหญ้าขาว มีฤทธิ์ลดการอักเสบในหนูที่ได้รับนิโคตินเป็นระยะเวลานานกว่า 6 เดือน และยังช่วยฟื้นฟูพยาธิสภาพของปอดให้กลับมาเป็นปกติได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือ ช่วยลดคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่สะสมในปอด แถมยังลดการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งปอดได้อีกด้วย จึงนับว่าหญ้าดอกขาวเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากในสถานการณ์ที่ต้องอยู่ท่ามกลางมลภาวะ PM 2.5 เช่นนี้ ซึ่งหญ้าดอกขาวเป็นสมุนไพรที่หาง่ายและมีความปลอดภัย 

  1. ขมิ้นชัน  

ขมิ้นชัน

สมุนไพรเด่นดีด้านการลดอักเสบ และเราก็ใช้ปรุงอาหารไทยหลายเมนู จึงเป็นสมุนไพรที่คุ้นเคยกันดีสำหรับคนไทย ขมิ้นชันมีผลวิจัยยืนยันมานานแล้วในเรื่องช่วยลดการอักเสบต่าง ๆ ปกป้องระบบหัวใจ หลอดเลือด และ ปอด โดยขมิ้นชันนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอี 80 เท่า ช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง ผู้ที่นิยมกินอาหารที่มีส่วนผสมของขมิ้นชัน ช่วยบำรุงปอดได้ดีในคนทั่วไป  รวมถึงปกป้องไม่ให้ระบบการทำงานของปอดลดลงในผู้สูบบุหรี่ เรียกได้ว่า ขมิ้นชัน สมุนไพรบำรุงปอดอย่างดี และปอดก็เป็นเป้าหมายของฝุ่น PM 2.5 ดังนั้น การทานอาหารที่มีขมิ้นชัน จึงเป็นการดูแลปอดที่ง่ายและควรทำอย่างยิ่งในยุคนี้ 

  1. มะขามป้อม 

มะขามป้อม

มะขามป้อม สมุนไพรทางยาช่วยละลายเสมหะและบำรุงเสียง ในด้านอายุรเวทใช้มะขามป้อมเป็นยาแก้ไอ แก้หอบ รักษาระบบหลอดลมไม่ให้อักเสบหรือถูกทำลาย แต่จากงานวิจัยค้นพบว่า มะขามป้อม มีฤทธิ์ช่วยลดภาวะความเป็นพิษจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 หากกินมะขามป้อมเป็นประจำ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ปกป้องระบบทางเดินหายใจช่วงบน ลดการเกิดอนุมูลอิสระ ด้วยมะขามป้อมนั้นประกอบไปด้วยวิตามินซีสูง แทนนิน โพลีฟีนอล และอันคาลอยด์ โดยเฉพาะมะขามป้อมพันธุ์ไทย ที่ประกอบไปด้วยสารโพลีฟีนอลสุงมาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี โดยอาจทานมะขามป้อมโดยตรง หรือดื่มน้ำมะขามป้อมสกัดวันละ 250 – 500 มิลลิกรัม / วัน ก็ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี 

  1. ฟ้าทะลายโจร 

ฟ้าทะลายโจร 

สมุนไพรไพรลดไข้ แก้หวัด และได้รับความนิยมในการใช้เป็นยารักษาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทีผ่านมา เพราะฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ช่วยแก้ไข้ แก้ไอ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงยังช่วยในเรื่องไซนัสอักเสบชนิดไม่รุนแรง คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ทอนซิลอักเสบ และยังใช้กินเพื่อเสริมภูฒิคุ้มกันได้อีกด้วย โดยวิธีการทานฟ้าทะลายโจรจะต้องอยู่ในความระมัดระวัง โดยทานวันละ 1 แคปซูล ใน 5 วัน / สัปดาห์ ไม่ควรกินฟ้าทะลายโจรติดต่อกันเกิน 3 เดือน หากกินฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรหยุดทานและปรึกษาแพทย์ 

บุคคลที่ไม่ควรกินฟ้าทะลายโจร : สตรีมีครรภ์ และ สตรีที่กำลังให้นมบุตร

ผลจากการประชุมหารือของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ (คกก.) เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2565 ที่ผ่านมา ได้พิจารณาเห็นชอบปรับระดับ “โรคโควิด-19” จาก “โรคติดต่อร้ายแรง” ให้เป็น “โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง” และมีผลบังคับในวันที่ 1 ต.ค. 2565 ที่จะถึงนี้ แล้วรู้หรือไม่ว่า ระหว่าง 2 ระดับนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจทั้งในแง่ของกฏหมายและการป้องกัน เพื่อจะได้เตรียมรับมือและปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์

Details

“สงกรานต์” หรือ ตรุษสงกรานต์ ถือเป็น “วันปีใหม่ไทย” ที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน กิจกรรมและการละเล่นในวันสงกรานต์ ที่ยึดถือเป็นประเพณี และจัดทำขึ้นในวันสงกรานต์นี้ คนไทยทุกคนจะรู้ว่ามีการเล่นน้ำ ปะพรมแป้ง รดน้ำพระหรือสรงน้ำพระ การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อให้ผู้น้อยแสดงความกตัญญู ส่วนผู้ใหญ่ก็แสดงความเมตตาให้พรแก่ลูกหลาน  แต่จะกี่สักมากน้อยที่จะรู้ที่มาของ ประเพณีสงกรานต์ และนางสงกรานต์ นั้นมีที่มาอย่างไร เราจะมาสืบรู้ประวัติวันสงกรานต์ ที่คนไทยควรจะรู้ในบทความนี้กันดีกว่า 

คำว่า “สงกรานต์” เป็นภาษาสันสกฤต มีความหมายถึง การเคลื่อนย้าย ซึ่งในที่นี้คือการเคลื่อนย้ายของจักรราศี หรือเป็นการเลื่อนวันสู่การขึ้นปีใหม่ ตามความเชื่อของคนไทย และในบางประเทศแถบโซนเอเชีย อีกทั้งยังเป็นวัฒนธรรมร่วม ระหว่างประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา จีน และ ศรีลังกา โดยมีการสันนิษฐานว่า สงกรานต์เป็นประเพณีที่มีอิทธิพลมาจาก เทศกาลโฮลี ของประเทศอินเดีย ที่จะมีการจัดขึ้นทุกปีในเดือนมีนาคม โดยมีกิจกรรมเป็นการสาดผงสี ในขณะที่ประเทศไทยจะเป็นการรดปะพรมน้ำ  

แม้ว่ามีหลายประเทศในเอเชียมีประเพณีสงกรานต์ แต่จะมีความแตกต่างกันไป ทั้งการกำหนดวันประเพณี รูปแบบ และกิจกรรมอื่นๆ แต่สำหรับในประเทศไทย วันสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13 – 15 เมษายน ของทุกปี อีกทั้งยังกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ที่คนทั่วไปมักจะเรียกกันติดปากว่า “วันหยุดสงกรานต์” 

ก่อนที่จะมีการถือเอา วันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่ไทย ได้มีการยึดเอาวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย ที่อยู่ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว เป็นการเริ่มต้นปี หรือวันขึ้นปีใหม่ ต่อมาในสมัยกรุงสุโขทัย ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามคติพราหมณ์ ให้วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 (เมษายน) เป็นวันปีใหม่ จนกระทั่งได้มีการเปลี่ยนอีกครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยกำหนดให้วันปีใหม่ไทย ตรงกับวันที่ 13 เมษายน เมื่อปี พ.ศ. 2432 จนกระทั่งปี พ.ศ.2483 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ประกาศให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามแบบสากล โดยที่คนไทยก็ยังคงระลึกถึงวันที่ 13 เมษายน เป็นวันปีใหม่ไทย และยังคงมีการสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่ จนได้มีการกำหนดให้เป็นวันสงกรานต์มาจนถึงปัจจุบัน

ประเพณีรดน้ำดำหัว

การรดน้ำดำหัว เป็นประเพณีดั้งเดิมของไทย ซึ่งยึดถือปฏิบัติกันในครอบครัว หรือหมู่ญาติ คนสนิท ไม่ว่าจะรดน้ำดำหัวพ่อแม่ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่เคารพ โดยการใช้น้ำรด ปะพรม เพื่อคลายร้อนและเพิ่มความสดชื่นให้แก่กัน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อน พิธีสงกรานต์จะมีกิจกรรมหลักๆ ดังนี้ 

  • ทำบุญตักบาตรตอนเช้า 
  • สรงน้ำพระที่บ้าน พระพุทธรูปที่มีอยู่ในบ้าน 
  • ไปทำบุญฟังธรรมที่วัด และสรงน้ำพระที่วัด 
  • ขนทรายเข้าวัด เพราะเชื่อว่าเป็นการขนทรายคืนวัด ที่เราเคยเดินเหยียบทรายในวัดติดออกไป 
  • รดน้ำพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ และผู้ใหญ่ที่เคารพ เพื่อแสดงความเคารพ เป็นการขอขมาวันสงกรานต์ ที่เคยล่วงเกิน และขอพรจากผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • รดน้ำสงกรานต์ ปะพรมน้ำ ละเล่นการสาดน้ำ 

นางสงกรานต์

วันสงกรานต์ ก็ย่อมต้องมี “นางสงกรานต์” แต่มีใครรู้ถึงความเป็นมาของนางสงกรานต์บ้างไหมเอ่ย?

ได้มีการจารึกถึงประวัตินางสงกรานต์โดยย่อในศิลาจารึก ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) มีใจความว่าดังนี้

เมื่อครั้งที่ ธรรมบาลกุมาร ซึ่งเป็นเทพบุตร ได้รับคำสั่งจากพระอินทร์ให้ลงไปเกิดในครรภ์ภรรยาเศรษฐี และเมื่อธรรมบาลที่เกิดเป็นมนุษย์ได้เติบโตขึ้น ได้เรียนไตรเภทจบเมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบ และเรียนรู้ภาษานกจนสามารถเข้าใจได้  จนได้ถูกยกให้เป็นอาจารย์คอยให้คำปรึกษาแก่คนทั้งหลาย จวบจนวันหนึ่ง ท้าวกบิลพรหม ได้เสด็จลงมาเพื่อสอบถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ หากธรรมบาลกุมารตอบได้ ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดเศียรบูชา แต่ถ้าธรรมบาลกุมารตอบไม่ได้ ก็จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารแทน ธรรมบาลกุมารได้ตอบรับ แต่ขอเวลา 7 วัน สำหรับการให้คำตอบ

ผ่านไป 7 วัน ท้าวกบิลพรหมก็ได้มาหาธรรมบาลกุมารอีกครั้งตามเวลาที่กำหนดไว้ แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะคำตอบที่ธรรมบาลได้เตรียมไว้ให้ ซึ่งเขาได้ยินมาจากนกนั้น ทำให้ท้าวกบิลพรหมต้องพ่ายแพ้ แต่เนื่องจากเศียรของท้าวกบิลพรหมเป็นที่รวมแห่งความไม่ดีทั้งปวง หากตกถึงพื้น ไฟจะไหม้โลก หากโยนขึ้นบนอากาศก็จะทำให้ฝนแล้ง แต่ถ้าทิ้งลงในแม่น้ำหรือมหาสมุทร น้ำจะเหือดแห้ง ดังนั้น ก่อนที่จะตัดเศียร ท้าวกบิลพรหมจึงได้เรียกธิดาทั้ง 7 องค์ ซึ่งเป็นนางฟ้า ให้เอาพานมารองรับ โดยธิดาทั้ง 7 จะต้องคอยผลัดเปลี่ยนดูแลเศียรของท้าวกบิลพรหม และทำหน้าที่อัญเชิญเศียรท้าวกบิลพรหม แห่รอบเขาพระสุเมรุ โดยใช้เวลา 60 นาที ก่อนจะนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธุลี ณ เขาไกรลาศ ผลัดเวียนเปลี่ยนกันอย่างนี้ทุกๆปี โดยธิดาแต่ละองค์ จะเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์ นี่จึงเป็นที่มาของ นางสงกรานต์ นั่นเอง 

เมื่อถึงวันสงกรานต์ตรงกับวันใด จะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้นๆทำหน้าที่ และถูกกล่าวถึง โดยมีชื่อนางสงกรานต์ทั้ง 7 วัน ได้แก่ 

  • นางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์  :  นางทุงษเทวี
  • นางสงกรานต์ประจำวันจันทร์    :  นางโคราดเทวี 
  • นางสงกรานต์ประจำวันอังคาร   :  นางรากษสเทวี 
  • นางสงกรานต์ประจำวันพุธ        :  นางมัณฑาเทวี 
  • นางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี : นางกิริณีเทวี 
  • นางสงกรานต์ประจำวันศุกร์      :  นางกิมิทาเทวี 
  • นางสงกรานต์ประจำวันเสาร์     :  นางมโหทรเทวี 

วันมหาสงกรานต์ 2565 ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน ดังนั้น นางสงกรานต์ ปี 2565 จึงเป็นนางกิริณีเทวีโดยทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา มีอาภรณ์เป็นแก้วมรกต พระหัตถ์ขวาทรงขอช้าง พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จยืนมาบนหลังกุญชร (ช้าง) 

สำหรับ เทศกาลสงกรานต์ 2565 นี้ ยังคงอยู่ในช่วงโรคระบาดโควิด-19 จึงอาจยังไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่เราก็รักษาประเพณีไทยดั้งเดิมไว้ได้ ด้วยการสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่ในบ้าน ทำบุญออนไลน์ ชวนลูกหลานสวดมนต์ที่บ้าน หรือขนทรายเข้าวัด ส่วนสำหรับการเล่นน้ำ สามารถใช้อุปกรณ์ขันตักน้ำ หรือปืนฉีดน้ำขนาดเล็กที่ไม่อันตราย และใช้วิธี ริน รด พรม อย่างสุภาพ โดยสามารถเล่นได้ที่บ้าน หรือในพื้นที่มีการจัดงานที่เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคระบาดเท่านั้น เพื่อได้เล่นกันอย่างสนุก และสืบสานประเพณีไทยอย่างปลอดภัยถ้วนหน้า 

 

ไปเที่ยวภูเก็ตกันเถอะ! 

 

เชื่อว่าใครหลายๆคนที่เมื่ออยากเที่ยวทะเล จะต้องนึกถึงทะเลภูเก็ตเป็นรายชื่อแรกๆ ยิ่งมีโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพื่อเป็นการนำร่องการเปิดประเทศในการรับนักท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจส่วนภาคการท่องเที่ยว ทำให้ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลบินเข้ามายังประเทศไทย หลังจากมีการปิดประเทศอันเนื่องจากโรคระบาดโควิด-19 มานาน ที่จริงแล้วภูเก็ตที่เที่ยวมีหลายแห่ง ซึ่งไม่ได้มีดีแต่ทะเล เราได้รวบรวมสถานที่เที่ยวของภูเก็ตที่น่าสนใจไว้ในบทความนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทะเลภูเก็ต จุดชมวิว วัดในภูเก็ต หรือจะเที่ยวภูเก็ตเดือนไหนดี 

 

ที่เที่ยวภูเก็ตที่น่าสนใจ

หาดไม้ขาว 

สถานที่ถ่ายรูป unseen ยอดฮิต ด้วยหาดไม้ขาวเป็นที่เที่ยวใกล้สนามบินภูเก็ต ตั้งอยู่อำเภอถลาง  และยังเป็นแลนด์มาร์คที่จะพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปคู่กับเครื่องบินที่กำลังจะแลนด์ดิ้ง หรือทะยานบินขึ้นฟ้าได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้หาดไม้ขาวก็เป็นชายหาดที่ยาวที่สุดของภูเก็ต และยังเป็นแหล่งจั๊กจั่นทะเลอีกด้วย ส่วนกิจกรรมจะเป็นการนอนชิลว์ริมหาด แต่ไม่นิยมเล่นน้ำ เนื่องจากน้ำทะเลค่อนข้างลึก อาจเป็นอันตรายได้ และอีกกิจกรรมซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวหาดไม้ขาวกันมานาน คือการฝังทรายรักษาโรค ที่คนในชุมชนใช้การรักษาฟื้นฟูสภาพร่างกาย และการรอดูเต่าขึ้นมาวางไข่ เพราะจะมีเต่าทะเลหลายชนิดขึ้นมาวางไข่บนชายหาดทุกปี 

หาดป่าตองภูเก็ต 

ที่เที่ยวในภูเก็ตที่ขึ้นชื่อของจังหวัดอีกแห่ง ตั้งอยู่อำเภอกระทู้ เป็นหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูเก็ต เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย เพราะหาดป่าตองเดินทางสะดวก มีกิจกรรมหลากหลายไว้รองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะสายแอดเวนเจอร์ทางน้ำ นอนอาบแดดรับวิตามินดีแบบสายเฮลล์ตี้ หรือสายเสาะหาของกินอร่อย เพราะมีทั้งร้านอาหารทะเลและเครื่องดื่มให้เลือกเยอะ และร้านค้าของฝากของที่ระลึกให้ขาช้อปได้เลือกซื้อกันตาลาย และจบด้วยสถานบันเทิงให้ปาร์ตี้ยามค่ำคืน เรียกว่ามาที่เดียวได้เที่ยวภูเก็ต 1 วันครบกิจกรรมที่หาดป่าตองภูเก็ต  

หาดนุ้ยภูเก็ต

หาดนุ้ยหรือหาดยะนุ้ยภูเก็ต หาดเล็กๆที่สวยเหมือนอยู่บาหลี ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่ระหว่างจุดชมวิวหาดกะรนและหาดในหาน เป็นอีกจุดที่ครบครันถ่ายรูปเช็คอิน ด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียด และยังมีรังนกบาหลี ชิงช้าบาหลี ให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างจุกๆ แถมบรรยากาศเหมือนได้เที่ยวหาดเมืองนอก เพราะส่วนใหญ่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าคนไทยนอนอาบแดดและเล่นน้ำกันอย่างสบายอารมณ์ และเนื่องจากเป็นหาดเล็กๆ ที่แยกออกไปต่างหากจนเหมือนหาดส่วนตัว ที่หลีกหนีจากโลกภายนอก มีทั้งมุมสงบและมุมร้านอาหารให้สังสรรค์ หรือจะพายเรือคายัคก็มีบริการ เหมาะอย่างยิ่งกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง 

หาดสุรินทร์ภูเก็ต

เป็นชายหาดที่ไม่ได้มีทรายละเอียดอย่างหาดอื่นๆเท่าไรนัก แต่หาดมีความสะอาด น้ำใสน่าเล่น คนไม่พลุกพล่าน ไม่วุ่นวาย ไม่มีเก้าอี้ชายหาดรกสายตา แต่จะมีผ้าปูบนหาดทรายใต้ร่มชายหาดที่กางกั้นความร้อนของแสงแดด แบบเว้นระยะห่างพอให้นอนเล่นไม่อึดอัด จะนอนอาบแดด เล่นน้ำ ก็เพลินได้ทั้งวัน แต่กิจกรรมยอดฮิตก็จะเป็นการเล่นเซิร์ฟบอร์ด เพราะมีคลื่นที่ให้นักเซิร์ฟทั้งหลายได้โต้กันอย่างเมามันส์ นอกจากนี้ยังมีอาหารและเครื่องดื่มแบบรถเข็นรถพ่วงแบบสตรีทฟู๊ดให้เลือกหลากหลายทั้งส้มตำ ไก่ย่าง อาหารทะเล ผลไม้ ในราคาไม่แพง จะพักผ่อนนอนเล่นทั้งวันได้สบาย ไม่มีเวลาจำกัดและสบายงบในกระเป๋าอีกด้วย 

 

หาดกมลาภูเก็ต

หาดทางตะวันตกของจังหวัด ถัดลงมาจากทางใต้ของหาดสุรินทร์ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจากสนามบินภูเก็ต และห่างจากป่าตองประมาณ 8 กิโลเมตร หาดกมลามีลักษณะคล้ายเวิ้งครึ่งวงกลม มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร หากมองจากที่สูงจะเห็นถึงความสวยงามของหาดกมลาได้อย่างชัดเจน น้ำใส ทรายสะอาด เงียบสงบ เป็นส่วนตัว ไม่มีถนนใหญ่เลียบชายหาด แต่จะต้องใช้เส้นทางในซอยเล็กๆที่ตัดจากถนนใหญ่เพื่อไปยังหาดกมลา โดยรอบๆจะมีที่พักภูเก็ตติดทะเลและแบบไม่ติดทะเลให้เลือกมากมาย ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีประติมากรรม “จิตจักรวาล” สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสึนามิ สะท้อนถึงภัยพิบัติคลื่นยักษ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ชายหาดแห่งนี้ให้ได้ชมอีกด้วย

หาดกะตะภูเก็ต

หาดรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ขึ้นชื่อความสงบร่มรื่น มีเกาะปูอยู่ด้านหน้า แบ่งเป็น 2 หาด ได้แก่ หาดกะตะน้อย และหาดกะตะใหญ่ ทั้งสองหาดล้วนมีทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า ร่มรื่นด้วยไม้สนปกคลุมแนวชายหาด กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยม นอกจากเล่นน้ำ อาบแดด ก็ยังมี กระดานโต้คลื่น พาราเซล เจ็ทสกี และรวมไปถึงการดำนำ เพราะมีแนวปะการังยาวไปตลอดจนถึงเกาะปู แม้จะเป็นหาดทรายที่ไม่ใหญ่นัก แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวครบครัน อาทิเช่น สถานที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า บริษัทนำเที่ยว สถานบันเทิงยามค่ำคืน เรียกได้ว่ามีกิจกรรมให้ได้ทำตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำเลย

หาดกะรนภูเก็ต

กะรนภูเก็ตเป็นขายหาดที่ยาวที่สุดในจังหวัดภูเก็ต และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจังหวัด โดยมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถเดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกายได้ยาวๆ ซึ่งอยู่ระหว่างหาดป่าตองและหาดกะตะ มีเม็ดทรายขาวละเอียด ตัดกับสีน้ำทะเลใส คลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นฟองขาวละมุน สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนแล้วมากมาย จนไม่อยากพลาดโอกาสที่จะมาอีกในครั้งต่อไป 

 

แต่ถึงแม้ว่าน้ำทะเลใสและสามารถลงเล่นได้ แต่บางจุดก็จะมีความลึกและอันตราย จึงต้องคอยสังเกตธงที่ปกไว้ก่อนลงเล่นน้ำ หากจุดใดที่เป็นบริเวณน้ำลึก จะมีธงสีแดงปักบอกไว้ให้นักท่องเที่ยวได้รู้ และกิจกรรมส่วนใหญ่สำหรับที่หาดนี้ ก็จะเป็นการเล่นน้ำ นอนอาบแดด พาราเซล ดำน้ำตื้นและน้ำลึก นอกจากนี้ยังมีตลาดกะรนที่ตั้งในพื้นที่วัดสุวรรณคีรีเขต(วัดกะรน) ให้เดินจับจ่ายซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร และร้านค้าจำหน่ายของพื้นบ้านให้เลือกซื้อเป็นของฝากอีกมากมาย

หาดราไวย์ภูเก็ต

หากต้องการหาอาหารทะเลอร่อยๆ จะต้องแวะเวียนหาดราไวย์ หาดที่มีร้านอาหารมากมาย เหมาะแก่การหยุดพักรับประทานอาหารของนักท่องเที่ยว และแม้จะเป็นหาดที่มีความกว้างรองจากหาดป่าตอง แต่ก็ไม่เหมาะที่จะลงเล่นน้ำ มีทรายหยาบเม็ดใหญ่สีออกน้ำตาลมากกว่าจะเป็นสีขาวอย่างเช่นหาดอื่นๆ และมีเรือจำนวนมากจอดที่หน้าหาดแห่งนี้ เนื่องจากใช้เป็นจุดขึ้นเรือไปตามเกาะต่างๆของภูเก็ตและบริเวณใกล้เคียง

เกาะไม้ท่อน 

หากต้องการดำน้ำหรือพักผ่อนบนเกาะสวยแบบฟีลส่วนตัว ขอแนะนำเกาะไม้ท่อน มัลดีฟส์แห่งเมืองใต้ สามารถซื้อทัวร์ One day trip ได้เลย เดินทางประมาณ 15 นาทีจากภูเก็ต เดินทางโดยสปีทโบ๊ทจากท่าเรือน้ำลึก หรือท่าเรือวิสิษฐ์พันวา ระยะเวลาเพียงสั้นๆก็จะเจอเกาะที่รายล้อมไปด้วยน้ำทะเลสีเทอควอยส์ และน้ำใสจนมองเห็นฝูงปลา ตัดกับสีขาวของทรายละเอียดนุ่มเท้าของเกาะไม้ท่อน  กิจกรรมที่น่าสนใจนอกจากเล่นน้ำและอาบแดดแล้ว ยังสามารถดำนำดูปะการังและเหล่าฝูงปลาการ์ตูนได้หน้าชายหาดกันเลย และเนื่องจากเป็นเกาะส่วนตัวที่มีการอนุญาตแบบจำกัด จึงไม่มีคนพลุกพล่าน ให้ความรู้สึกเหมือนได้เที่ยวเกาะส่วนตัว เรียกได้ว่า เดินทางเพียงแค่ 15 นาทีจากตัวเมืองภูเก็ต ก็เหมือนได้เที่ยวมัลดีฟส์โดยไม่ต้องออกนอกประเทศ เหมาะมากๆกับคนที่ต้องการพักผ่อนแต่ไม่อยากเดินทางนานๆ 

View of Promthep Cape – best view point Phuket island, Thailand

  

แหลมพรหมเทพภูเก็ต

จุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในประเทศไทย ที่ใครไปภูเก็ตแล้วจะต้องไปเยือน แหลมพรหมจะเทพมีลักษณะเป็นแหลมโค้งทอดตัวลงสู่ทะเล โดยปลายสุดของปลายแหลมพรหมเทพเรียกว่า “แหลมเจ้า” บริเวณแหลมที่ยื่นลงไปในทะเลโดดเด่นด้วยกลุ่มต้นตาลที่ตระหง่านอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังสามารถเดินลงไปที่ปลายแหลมได้  และเมื่อมองไปทางซ้ายมือจะมองเห็นหาดในยะ ส่วนด้านขวาของปลายแหลมจะมองเห็นชายหาดในหานได้

แหลมกระทิงภูเก็ต

แหลมกระทิงหรือเขากระทิงภูเก็ต จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยสุดๆฉบับติดอันซีน (unseen) อยู่ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต การเดินทางขึ้นไปยังแหลมกระทิงค่อนข้างจะลำบาก แต่คุ้มค่าและหายเหนื่อยแทบปลิดทิ้ง เมื่อขึ้นไปถึงบริเวณลานโขดหินขนาดใหญ่ ได้เห็นสีเขียวของทุ่งหญ้าริมหน้าผาตัดกับสีฟ้าน้ำทะเล และขอบฟ้าอันกว้างใหญ่เบื้องหลัง สวยราวภาพวาด และสามารถเห็นวิวทะเลได้แบบ 360 องศา แบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น 

 

จุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงที่นอกจากการชมพระอาทิตย์ตกนั่นก็คือ การถ่ายรูปที่ก้อนหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายเรือใบ และหากจะมาชมวิวและถ่ายรูปที่จุดนี้ จะต้องเผื่อเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกอย่างน้อย 12 ชั่วโมง เพราะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางกลับ ซึ่งจะต้องเดินทางกลับก่อนสิ้นแสงอาทิตย์ เพราะการเดินทางลำบาก หากมืดแล้วจะยิ่งเพิ่มความลำบากและอันตราย 

Aerial view blue ocean and blue sky with mountain in the foreground at Patong Bay of Phuket Thailand Landscape of patong city phuket in sunny summer day time Beautiful tropical sea High angle view.

จุดชมวิวเขารัง

อีกจุดชมวิวที่ไม่ควรพลาด เนินเขาที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต เดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ไปจนถึงยอดเขา โดยใช้เส้นทางคอซิมบี้ บนเขารังภูเก็ตจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะภูเก็ตได้แทบทั่วเกาะแบบ 360 องศา ทั้งสะพานหิน อ่าวฉลอง หลังคาตึกเก่า และหาดภูเก็ตต่างๆ อย่างหาดราไวย์ หาดในหาน ฯลฯ โดยเฉพาะแสงไฟระยิบระยับในยามค่ำคืนยิ่งส่งบรรยากาศให้ที่แห่งนี้แสนโรแมนติกมากขึ้นไปอีก หากมากับคนรักก็ยิ่งเพิ่มความหวานและสร้างความประทับใจได้ไม่น้อยเลย

ตึกชิโนโปรตุกีส ย่านเมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town)

ย่านรวมตึกโบราณที่ให้คุณเดินเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ตได้เพลินๆชิวล์ๆ อย่างตึกชิโนโปตุกีส สถาปัตยกรรมสุดแสนคลาสสิคสีสันสดใส ที่ผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งเด่นสะดุดตาในย่านเมืองเก่าภูเก็ต เป็นสถานที่เคยรุ่งโรจน์เป็นอย่างมากในอดีต และยังมีประวัติอันยาวนาน โดยตึกนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นช่วงที่มีชาวจีนและชาวตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาทำเหมืองแร่ในภูเก็ต ด้านอาคารถูกตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป และได้รับการอนุรักษ์และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่า ที่นักท่องเที่ยวมาเมืองภูเก็ตแล้วจะต้องมีการแวะเวียนเยี่ยมชม และทำการถ่ายรูปสวยๆเก็บไว้ 

 

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่มที่แสนอร่อยอย่าง โรตีมะตะบะ โกปี๊กาแฟโบราณ ร้านขายผ้าปาเต๊ะ และอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มชิมรสและเลือกซื้ออย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีซอยรมณีย์ อดีตย่านบันเทิงที่ถูกตกแต่งใหม่อย่างสวยงามเพื่อเป็นสถานที่เที่ยวภูเก็ต ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยสุดๆ แล้วไปต่อด้วยคฤหาสน์แบบนีโอคลาสสิค & เรอเนสซองต์ อย่างอังมอเหลา ที่เป็นของตระกูลนายเหมืองเก่า จากนั้นอย่าพลาดที่จะเก็บภาพสถานที่ยอดฮิตอย่างธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ดเตอร์ โรงแรมออนออน และศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ และจบด้วยการเดินตลาดเมืองเก่าภูเก็ตที่เป็นตลาดนัดคนเดิน รับรองว่าทริปเที่ยวภูเก็ตจะทำให้คุณเพลินจนลืมเหงาไปเลย

วัดฉลองภูเก็ต

วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองภูเก็ตมาช้านาน และเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในจังหวัดภูเก็ต วัดฉลองไม่ได้มีประวัติที่แน่ชัดว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยใด แต่รัชกาลที่ 5 พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดไชยธาราม โดยวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อแช่ม หรือพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุณี ที่ชาวภูเก็ตให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเรื่องราวศักดิ์สิทธิ์และความเมตตาของท่านตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในการช่วยรักษาโรคด้วยสมุนไพร และเมื่อครั้งเกิดเหตุการอั้งยี่ (จีนก่อการกบฏ) ท่านก็ได้มอบผ้าประเจียดสีขาวให้ชาวบ้านไว้โพกหัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับพวกอั้งยี่จนได้รับชัยชนะ (พวกอั้งยี่จึงเรียกชาวบ้านเหล่านั้นว่า พวกหัวขาว) 

 

ถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วเป็นร้อยปี แต่ก็ยังได้รับการศรัทธาจากชาวภูเก็ตและจังหวัดอื่นๆไม่เสื่อมคลาย ถึงขนาดรอต่อคิวเพื่อปิดทององค์หล่อหลวงพ่อแช่ม เฉกเช่นการปิดทององค์พระพุทธเจ้า และยังมีทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย หลั่งไหลมาสักการะท่านเมื่อมีโอกาสเสมอ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีบรรยากาศสงบและร่มรื่น มากด้วยสถาปัตยกรรมไทย และไม่ควรพลาดที่จะเข้าสักการะพระวิหารและพระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศ และเมื่อเข้าเขตวัดก็มักจะได้ยินเสียงจุดประทัดแก้บนบ่อยครั้ง แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เสื่อมคลาย

 

พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี(วัดพระใหญ่)

วัดพระใหญ่หรือวัดใหญ่ภูเก็ต เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะภูเก็ต องค์พระเป็นศิลปร่วมสมัย ใช้หินอ่อนหยกขาวจากประเทศพม่าประดับผิวทั้งองค์ ซึ่งมีน้ำหนักถึง 135 ตัน นับว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองภูเก็ตองค์ใหญ่ที่ตั้งสูงเด่นตระหง่าน และมีความสวยงามมากอีกองค์หนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทัศนียภาพที่สวยงามของเวิ้งหาดกะตะ แหลมพรหมเทพ ได้จากบริเวณด้านบนได้อย่างสุดอลังการ ชนิดที่เรียกว่าถ่ายรูปออกมาได้สวยสมใจแน่นอน 

 

ศาลหลักเมืองภูเก็ต

ศาลหลักเมืองของภูเก็ตทั้งหมด 4 แห่ง โดยเสาที่1 เป็นการสร้างศาลหลักเมืองใหม่ทับเสาหลักเมืองเก่า ตั้งแต่พ.ศ.2352  ชื่อ ศาลหลักเมืองเมืองใหม่ ตั้งอยู่แถวท่าเรือ ศาลหลักเมืองเสาที่ 2 คือ ศาลหลักเมืองถลางป่าสัก หรือศาลหลักเมืองวัดพระขาว หรือที่ชาวบ้านเรียก ศาลหลักเมืองเจ้าแม่สร้อยแก้ว อยู่ที่อำเภอถลาง ป่าสัก มักจะมีผู้คนมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือการชนะในการแข่งขันทุกรูปแบบ

 

ศาลหลักเมืองเสาที่ 3 ชื่อศาลหลักเมืองเจ้าแม่เกษิณี หรือศาลหลักเมืองเลพัง อยู่ที่ตำบลเชิงทะเล หน้าหาดเลพัง หน้าศาลนั้นหันออกสู่ทะเลฝั่งตะวันตก และถ้าหากใครจะมาขอพรขอโชคลาภ จะขอได้เพียงแค่เรื่องเดียวต่อครั้งเท่านั้น ดังนั้นต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะขอพร ศาลหลักเมืองเสาที่ 4 คือ ศาลเจ้าแม่หลักเมืองท่าเรือ ส่วนใหญ๋ชาวบ้านมักจะเรียก ศาลหลักเมืองเจ้าแม่ยายตวง ตั้งอยู่ใกล้อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร แต่เดิมบริเวณรอบๆนี้จะเป็นท่าเรือ ใช้การพายเรือสัญจรไปมา จึงมีเรือลำเล็กขนาด 1 ที่นั่ง วางอยู่บริเวณศาลหลักเมือง และเล่าลือว่าศักดิ์สิทธิ์ในการขอพรเกี่ยวกับโชคลาภ ความรัก และการขอบุตรชาย

 

Flying Hanuman ภูเก็ต

ใครสายแอดเวนเจอร์ หรืออยากลองกิจกรรมใหม่ๆ ไม่ควรพลาด ฟลายอิ้ง หนุมาน ภูเก็ต เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวแห่งใหม่ของภูเก็ต แบบวันเดย์ทริปภูเก็ต ที่เป็นการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ Ecoadventure เน้นการโหนสลิงชมทิวทัศน์มุมสูงหรือที่เรียกว่า Zipline บนยอดเขาน้ำตกกระทู้ และเดินป่าเชิงอนุรักษ์ โดยกิจกรรมจะมีหลากหลายแต่คงในคอนเซ็ปต์แบบ Ecoadventure ทั้ง 28 ฐาน โหน Zipline จากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง และที่มีระยะทางไกลที่สุดถึง 400 เมตร , เดินบันไดวนรอบต้นไม้ใหญ่ หรือการเดินบนสะพานกลางอากาศ 

 

เปิดบริการ 4 รอบ คือ 08.00 น./10.00 น./13.00 น.และ 15.00 น. โดยมีกิจกรรมให้เลือก 3 โปรแกรม ได้แก่ 

 

  • โปรแกรม A จะมีกิจกรรม 28 ฐาน การโหนสลิง โรยตัว ข้ามสะพานแขวน ขึ้นบันไดเวียน รางเลื่อนลอยฟ้า เดินป่าประมาณ 20 นาที และมีอาหารให้ 1 มื้อ
  • โปรแกรม B กิจกรรมจะเหมือนกับโปรแกรม A แต่จะไม่มีอาหารให้
  • โปรแกรม C กิจกรรมจะคล้ายกับโปรแกรม A แต่มีเพียง 16 ฐาน เหมาะสำหรับคนต้องการเล่นกิจกรรมเพียงเล็กน้อย หรือมีแรงไม่มากแต่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แต่โปรแกรม C จะมีเฉพาะรอบ 08.00 น. และ 15.00 น. เท่านั้น 

 

สวนน้ำ splash jungle water park ภูเก็ต

ไม่เพียงแต่แหล่งธรรมชาติที่มีให้เที่ยวชมแล้ว แต่สถานที่ท่องเที่ยวในภูเก็ตยังมีเครื่องเล่นสุดโหดให้ตะลุยและเพลินไปกับการเล่นสไลเดอร์ยักษ์อย่าง “SuperBowl” ที่ต้องนั่งบนห่วงยางหมุนไปในอ่างยักษ์ด้วยความเร็วแบบสุดเหวี่ยง หรือ “Whizzard” สไลเดอร์สีสันสุดจัดจ้านที่มีถึง 6 ช่อง สไลด์ตัวไปในอุโมงค์ที่โค้งเป็นเกลียว 360 องศา และสามารถมองเห็นเครื่องบินที่บินขึ้น-ลง ณ จุดนี้ได้อีกด้วย หรือจะจิบเครื่องดื่มเย็นๆชิวล์ๆ บาร์กลางสระว่ายน้ำอย่าง “Splash Bar” ที่มีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกเพียบ 

 

นอกจากนี้ยังมี “Aqua Play Pool” เครื่องเล่นที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณหนูๆและทุกคนในครอบครัว มีสไลเดอร์เล็กๆ และถังน้ำยักษ์ที่จะคว่ำตัวเทน้ำใส่เราเพื่อคลายร้อนทุก 5 นาที และ “Wave Pool” สระน้ำที่มีคลื่นทะเลจำลองและแรงถึง 6 ระดับ โดยมีจุไลฟ์การ์ดคอยดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดี และมีเสื้อชูชีพสำหรับผู้ว่ายน้ำไม่แข็งแรงหรือว่ายน้ำไม่เป็นให้ใส่เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีพิซซ่าเตาถ่านสุดฟินราคาเบาให้ได้ลิ้มลอง รวมไปถึงอาหารไทยและอาหารต่างชาติที่มีให้เลือกอิ่มอร่อย สามารถจ่ายผ่านสายรัดข้อมือซึ่งจะได้รับเมื่อตอนซื้อตั๋วเข้าสวนน้ำ ไว้คอยเติมเงินเพื่อซื้ออาหารและบริการอื่นๆภายในบริเวณสวนน้ำโดยไม่ต้องพกเงินให้ยุ่งยาก เรียกได้ว่าเพลิดเพลินกับกิจกรรมและอาหารได้ทั้งวันกันเลยทีเดียว 

cr. : https://www.phuket101.net/phuket-fantasea/

ภูเก็ตแฟนตาซี

เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวภูเก็ตนักท่องเที่ยวให้ความนิยม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดกมลา มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทยอันวิจิตร ผสมผสานเทคโนโลยีระดับโลกทำให้ได้การแสดงและโชว์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ ในพื้นที่ 70 ไร่ บนหาดกมลา ที่เรียกได้ว่าเป็นอณาจักรบันเทิงทางวัฒนธรรมยามราตรี ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องขอให้ได้เข้าชมสักครั้งเมื่อมีโอกาสได้เยือนเมืองภูเก็ต เปิดบริการให้ชมทุกวัน เวลา 17.30 23.30 น. ยกเว้นวันพฤหัสบดี ที่เปิดให้บริการเข้าชมเวลา 21.00 น.ซึ่งทำการจองตั๋วล่วงหน้าได้และมีบริการรถรับส่งจากที่พักภูเก็ตถึงภูเก็ตแฟนตาซี 

 

เที่ยวภูเก็ตเดือนไหนดี

ภูเก็ตสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่สามารถแบ่งได้เป็นช่วง ไฮซีซั่น โลว์ซีซั่น และพีคซีซั่น แต่ความชอบในการท่องเที่ยวแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน หรือขึ้นอยู่กับความสะดวกในการจัดโปรแกรมเที่ยวภูเก็ตในแต่ละครั้ง ช่วงที่เป็นไฮซีซั่นจะเป็นช่วงเดือน พฤศจิกายน-เมษายน เกาะทุกเกาะเปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวจะนิยมมากันมากในช่วงนี้ เพราะอากาศดี น้ำสวย ฟ้าใส ส่วนปลายเดือนธันวาคม – เดือนมกราคม จะเรียกว่าเป็นช่วงพีคซีซั่นก็ว่าได้ เพราะเป็นช่วงหยุดยาวของหลายคนๆ ทำให้มีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติมาเที่ยว และโรงแรมภูเก็ตก็เต็มแทบทุกที่ แต่ถ้าต้องการเที่ยวแบบคนน้อยๆ และไม่แคร์เรื่องที่อาจจะต้องเจอพายุฝน ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม เพราะเป็นช่วงหน้าฝน จึงอาจมีฝนตก ลมคลื่นทะเล บางเกาะปิดให้บริการ ไม่สามารถเข้าไปเที่ยวได้ แต่บางวันก็อาจมีฟ้าใส อากาศดี และบรรยากาศสวยไม่แพ้หน้าร้อน และยิ่งไปกว่านั้นที่พักภูเก็ตจะมีราคาถูกกว่าช่วงไฮซีซั่นเป็นเท่าตัว 

 

ได้ยินเสียงสถานที่เที่ยวเหล่านี้เรียกหาไหม? โปรแกรมเที่ยวภูเก็ตต้องมาแล้วไหมล่ะ? พร้อมจัดกระเป๋าหรือยัง? จัดสรรเวลาและเตรียมตัวไปภูเก็ตกันเลย!!

เข้าเดือนธันวาคม อีกไม่นานก็จะถึงวันคริสต์มาสและวันปีใหม่กันอีกแล้ว กล่าวได้ว่าเดือนธันวาคม เป็นเดือนแห่งเทศกาลความสุขที่ใครหลายๆคนชื่นชอบและรอคอย เพราะเต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง มีการตกแต่งสถานที่สวยงาม เสียงเพลงแห่งความสุข และแสงสีของไฟประดับ รวมไปถึงการจัดปาร์ตี้สังสรรค์ต่างๆ โดยเฉพาะการจับของขวัญที่เป็นไฮไลท์ของงานและแทบจะขาดไม่ได้เลย 

 

ไม่ว่าจะเป็นงานคริสต์มาสหรือปีใหม่ เมื่อมีการจับฉลากของขวัญ ไม่ว่าจะเป็นการจับฉลากของขวัญในกลุ่มเล็กๆ หรือจำนวนคนกลุ่มใหญ่ แต่..เบื่อไหม กับการจับฉลากของขวัญปีใหม่แบบเดิมๆ หลีกหนีความจำเจ มาดูไอเดียเก๋ๆในการเล่นจับฉลาก เพื่อนำไปใช้เทศกาลคริสต์มาสหรือปีใหม่ที่จะถึงนี้กันดีกว่า 

1.ตีมของขวัญจับฉลากแบบกล่องสุ่ม 

ช่วงที่ผ่านมา “กล่องสุ่ม” ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ทั้งกล่องสุ่มของกิน กล่องสุ่มเครื่องสำอาง กล่องสุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ฮอตฮิตติดชาร์จจนเป็นที่พูดถึง เราเลยโหนกระแสกล่องสุ่ม และนำมาใช้เป็นไอเดียการจับของขวัญเสียเลย ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการทำเป็นของขวัญจับฉลากครอบครัว ของขวัญจับฉลากออฟฟิศ โดยมีการกำหนดเรทราคาขึ้นมา อาจกำหนดของขวัญจับฉลาก 300 บาท ของขวัญจับฉลากงบ 500 บาท จากนั้นเราก็ไปช็อปและรวบรวมลงกล่องใส่ของขวัญ เหมือนกล่องสุ่มที่กำลังฮิต ไอเดียนี้จะทำให้เราสนุกที่จะหาของขวัญจับฉลากมากขึ้น ส่วนคนจับได้ของเราก็ได้ลุ้นและสนุกขำขัน เมื่อเปิดกล่องแล้วเจอของขวัญแบบจุใจ

2. จับของขวัญตามตัวอักษร

น่าจะมีใครหลายคนเคยเล่นกันมาแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่อาจยังไม่เคยเล่นการจับฉลากแบบนี้มาก่อน วิธีนี้เป็นการจับฉลากโดยการเสนอตัวอักษร จะเป็นตัวอักษร ก-ฮ หรือ ตัวอักษร A-Z แล้วทำเป็นฉลากจับของขวัญด้วยการเขียนตัวอักษรอย่างละ 1 ตัวลงไปในกระดาษ เช่น เขียน ก , ข , …จนถึง ฮ แล้วม้วนหรือพับกระดาษ จากนั้นใส่ภาชนะอะไรก็ได้เพื่อให้ทุกคนจับ หากคุณจับได้อักษร น หนู คุณก็ต้องหาของขวัญจับฉลาก น หนู ขึ้นต้น เช่น นาฬิกา น้ำหอม หรือจับได้ของขวัญอักษร อ อ่าง  เช่น ไอแพด  (ตุ๊กตา)แอลโล่  เป็นต้น ไอเดียนี้จะทำให้ของขวัญมีความหลากหลาย อีกทั้งยังสโคปให้แคบลงสำหรับคนที่ไม่รู้จะจับของขวัญอะไรดี 

3.จับฉลากจากการแจ้งเตือน 

โดยวางมือถือของทุกคนวางไว้บนโต๊ะ หากเครื่องใครมีการแจ้งเตือนเข้ามาก่อนคนแรก คนนั้นจะเลือกของขวัญเป็นคนสุดท้าย และมือถือใครที่มีข้อความหรือการแจ้งเตือนเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ก็จะได้เลือกของขวัญที่อยากได้เป็นคนแรก 

4.จับฉลากตามธีมสี

กำหนดสีแบบคุมโทนเลย ว่าให้เลือกของขวัญจับฉลากสีอะไร แล้วก็นำของขวัญที่มาจับต้องเป็นสีตามธีม เช่น กำหนดให้ใช้กล่องของขวัญสีขาว ก็ต้องสีขาวทั้งหมด อาจคุมโทนสีทั้งการจัดงาน สีของตกแต่ง สีการแต่งตัว สีของขวัญ ภาพรวมออกมาก็จะดูดี เพราะเป็นโทนเดียวกัน ดูเป็นการวางแพลนมาแล้วอย่างดี      

5.จับของขวัญสุดฮา

อาจกำหนดให้ห่อของขวัญจับฉลากตลกๆ ดูเป็นภาพลวงตา ให้เข้าใจผิดจากรูปร่างหีบห่อข้างนอก เช่น นำของขวัญประกอบกันเป็นรูปร่าง ที่เมื่อห่อแล้วมองเห็นเป็นรูปพัดลม แต่เมื่อแกะออก ของข้างในกลับเป็น ไม้กวาด ที่ตักขยะ และแปรงขัดห้องน้ำ ที่ประกอบกันให้ออกมาเป็นภาพลวงตาดูผิดเพี้ยนไป เป็นต้น ทำให้การจับฉลากได้ทั้งลุ้นทั้งฮา 

6.กำหนดธีมของขวัญราคาเดียวกัน 

การกำหนดราคาของขวัญจับฉลาก เป็นการลดความเหลื่อมล้ำและแฟร์ต่อทุกคน เพราะบางคนนำของราคาถูกมาจับ ในขณะที่บางคนนำของขวัญแบรนด์เนมมาจับ ดังนั้นกำหนดราคาไปเลยจะดีกว่า อาจกำหนดราคาของขวัญจับฉลาก 200 บาท ขึ้นไป หรือเรทราคาของขวัญจับฉลาก 500 บาท เป็นต้น 

7.จับฉลากเบอร์โทร 

นำเบอร์โทรของทุกคนมาจับฉลาก ใครได้เบอร์ไหน ก็โทรไปหาเบอร์นั้น เมื่อรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเบอร์โทร ก็ต้องนำของขวัญไปให้คนนั้น ได้ทั้งของขวัญ ได้ทั้งแลกเบอร์โทรกัน ดีไม่ดี อาจได้แฟนในอนาคตด้วย 

8.จับฉลากปาโป่ง 

เกมงานวัดก็มา…เขียนชื่อทุกคนลงในฉลาก แล้วใส่ในลูกโป่ง ให้ทุกคนปาโป่งเหมือนงานวัด ใครปาลูกไหนแตก ก็ให้ของขวัญกับคนที่มีชื่อในลูกโป่งที่ปาแตก 

9.ของขวัญธีม Together

“Together” แน่นอนว่าต้องมากกว่า 1 ชิ้น โดยจะมีกี่ชิ้นก็ได้ แต่ต้องอยู่ในเซ็ตการใช้งานด้วยกัน หรือของที่ต้องทำงานร่วมกัน เช่น จอยเกมส์ หูฟังเกมส์ ถุงมือเกมส์  / ไอแพด เคส หูฟัง / หม้อต้มกาแฟ เครื่องบดกาแฟมือหมุน แก้วกาแฟ  / รองเท้าผ้าใบ ถุงเท้า น้ำยาซักแห้งสำหรับรองเท้า  เป็นต้น ทำให้ของขวัญดูเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการเลือกซื้อก็ง่าย เพียงแค่คิดว่าจะซื้ออะไรเป็นตัวหลัก 

10.ธีมของขวัญ เดลิเวอรี่

เริ่มจากการเขียนชื่อพร้อมที่อยู่เป็นฉลาก ใครจับฉลากได้ใคร ก็หาซื้อและจัดส่งไปให้ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในฉลาก เป็นการส่งของขวัญแบบใช้ ขนส่งเป็นซานต้าคลอส ส่งของขวัญแบบ เดลิเวอรี่ ไอเดียการเล่นแบบนี้ก็เหมาะกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะสามารถเล่นแลกของขวัญกันได้ตามมาตรการ social distance 

 

11.จับฉลากแบบ Secret Santa 

การเล่น Secret Santa มีหลากหลายแบบ แล้วแต่ใครจะนำไปปรับใช้ โดยเราจะนำที่เคยเล่นมายกตัวอย่าง 

 

  • Secret Santa แบบฉบับทางยุโรป จะเล่นโดยกำหนดวันที่จะเล่นขึ้นมาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวันคริสต์มาสอีฟและวันคริสต์มาส แต่บางแห่งก็อาจกำหนดวันอื่นตามสะดวก แต่ภายในเดือนธันวาคม เมื่อกำหนดวันได้แล้ว ก็จะเขียนชื่อทุกคนทำเป็นฉลาก แล้วให้จับฉลากรายชื่อ ใครจับได้ชื่อคนไหน ก็ต้องไปเลือกหาซื้อของขวัญที่คิดว่าน่าจะถูกใจ หรือเป็นของที่คนนั้นอยากได้ แล้วนำมาให้ในวันที่กำหนดเล่นเกมพร้อมกัน (ปัจจุบันมีแอปซีเคร็ทซานต้าหลายเวอร์ชั่นให้เลือกโหลด เพื่อจับฉลากแล้ว โดยให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ใช้แอปแทนการจับฉลาก ทำให้สะดวกหากอยู่กันคนละสถานที่ หรือช่วงโรคระบาดแล้วต้องทำ social distance หรือ work from home)  

 

  • Secret Buddy จะเล่นเหมือนกับ Secret Santa เพียงแต่หลายๆคนอาจเรียกว่าการเล่นบัดดี้ นิยมเล่นในวันคริสต์มาสเช่นกัน แต่ก็มีการนำไปเล่นในกิจกรรมอื่นๆด้วย เช่น การเล่นบัดดี้ในโรงเรียนเพื่อเพิ่มความสามัคคีของนักเรียน การเล่นบัดดี้ในรั้วมหาวิทยาลัยในช่วงรับน้องใหม่ ซึ่งจะเป็นการจับฉลากรายชื่อระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง 

 

  • Secret Santa บอกใบ้ วิธีการจับฉลากรายชื่อเหมือนกัน เพียงแต่นำของขวัญไปซ่อนในจุดที่ห้ามบอกใคร แล้วเขียนคำบอกใบ้สถานที่ซ่อนของขวัญให้กับคนที่เราจับได้ ให้เขาแก้ปริศนาคำใบ้ให้ได้ เพื่อจะได้เจอของขวัญที่เรานำไปซ่อนไว้ 

 

  • Secret Santa ของขวัญซ่อนเงิน ซึ่งไอเดียนี้นำมาจากการกำเนิดประเพณีนำถุงเท้าแขวนหน้าเตาผิง ที่เซนต์นิโคลัส นักบุญเมืองไมรา ปีนปล่องไฟเพื่อนำเงินไปให้เด็กหญิงยากจนที่บ้านหลังหนึ่ง แล้วถุงเงินกลับกระเด็นไปตกลงในถุงเท้า เมื่อเด็กหญิงตื่นมาแล้วจะใส่ถุงเท้าแล้วพบถุงเงิน ก็ได้แพร่ข่าวนี้ออกไป ทำให้ทุกคนที่ได้ข่าวก็นำถุงเท้าไปแขวนหน้าเตาผิง เพื่อจะได้ของขวัญแบบเด็กหญิงบ้าง เกม Secret Santa ของขวัญซ่อนเงิน จึงเป็นการเล่นเลียนแบบ โดยเล่นจับฉลากรายชื่อเหมือนกัน แต่ทุกคนจะต้องนำถุงเท้า(หรืออุปกรณ์อื่นๆ เช่น กระเป๋า / เป้ ฯลฯ ที่สามารถใส่ของได้) ที่ติดชื่อตนเอง แขวนไว้ตรงไหนก็ได้ภายในบริเวณที่จัดเล่นเกมส์ ส่วนคนที่จับได้ชื่อใคร ก็นำของขวัญไปใส่หรือวางตรงกับถุงเท้า(อุปกรณ์ที่แขวนไว้)ของคนนั้น โดยห้ามให้เจ้าของถุงเท้าเห็นเด็ดขาด แต่จะเฉลยหลังจากคนนั้นแกะของขวัญแล้ว 

ทั้ง 11 ไอเดียนี้ มีทั้งการเล่นแบบเก่าและใหม่ รับรองว่าเล่นได้สนุกและไม่ตกเทรนด์ ใครถูกใจแบบไหนก็สามารถนำไปเล่นตามได้เลย หรือจะนำไปปรับ นำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับกลุ่ม เพื่อฉีกการจับฉลากของขวัญแบบเดิมๆ และเพิ่มสีสันไม่ให้ปีใหม่นี้เงียบเหงา จะเห็นได้ว่า สามารถสนุกได้แม้จะไร้ของมึนเมา ขอให้ทุกคนสนุกกับไอเดียที่เรานำมาฝาก และได้ของขวัญถูกใจกันถ้วนหน้าค่ะ