เคยเจอปัญหาที่ไม่รู้จะซื้อกาแฟสดคั่วแบบไหนดี  จะเลือกซื้อเมล็ดกาแฟยังไง  เมล็ดกาแฟยี่ห้อไหนดีที่สุด ซื้อกาแฟคั่วบดมาแล้วจะถูกใจเราหรือเปล่า  บทความนี้อาจช่วยคุณได้…

เข้าใจถึงสายพันธุ์ของกาแฟกันก่อน

กาแฟที่ถูกค้นพบในโลกนี้มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์แต่หลักๆจะมี 4 สายพันธุ์ คือ เอ็กเซลซ่า ,ลิเบอริก้า ,โรบัสต้า และ อราบิก้า  แต่ที่ได้รับการยอมรับจากคอกาแฟทั่วโลกและนิยมปลูกนั้นจะเป็นโรบัสต้าและอราบิก้า 

1.อราบิก้า(Arabica) เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุดของโลก เมล็ดยาวรี เส้นผ่ากลางคด รสหวานละมุน คาเฟอีนต่ำ มีความเป็นกรดสูง ตัวบอดี้ต่ำ เมล็ดกาแฟอราบิก้าจะให้กลิ่นหอมละมุน รสชาตินุ่มและกลมกล่อม ได้รับความนิยมในร้านกาแฟสดทั่วโลก ชอบอากาศเย็นราวๆ15-25องศาฯ ต้องปลูกในที่สูง1,000เมตรขึ้นไปจากระดับน้ำทะเล นิยมปลูกทางภาคเหนือในไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง เป็นต้น ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกสายพันธุ์ คาร์ติมอร์ ซึ่งราคาเมล็ดกาแฟก็จะแตกต่างกันไป

2.โรบัสต้า(Robusta) มีรสชาติที่ขมเข้มแบบสายฮาร์ดคอร์ กลิ่นหอมฉุน เมล็ดกลมอวบอ้วน หลังนูนหลังเต่า เส้นผ่ากลางตรง กลิ่นไม่หอม รสขมฝาด คาเฟอีนสูง มีความเป็นกรดต่ำ ตัวบอดี้สูง จึงทำให้นิยมนำไปผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูป หรือ Instant coffee และ นำไปใช้เป็นกาแฟเบลนด์ (Blend Coffee) คือนำไปผสมกาแฟอื่นๆนั่นเอง ชอบอากาศร้อนชื้น ปลูกได้ในพื้นที่ระดับความสูงตั้งแต่ 500-600เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีลูกดก ไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน นิยมปลูกกันมากในทวีปเอเชียและอัฟริกา ส่วนในไทยก็จะเป็นทางภาคใต้ เช่น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร 

3.เอ็กเซลซ่า(Excelsa) มีความเข้มข้นใกล้เคียงกับโรบัสต้าแต่เมื่อเมล็ดสุกจะให้รสชาติใกล้เคียงกับอราบิก้าแต่ไม่ได้รับความนิยม ยกเว้นชาวอัฟริกันที่รักในรสชาติของเอ็กเซลซ่ามาก สายพันธุ์นี้ปลูกง่าย และยังทนแล้งทนโรคได้ดี 

4.ลิเบอริก้า(Liberica) มีรสชาติที่ใกล้เคียงอราบิก้าแต่ให้ความเปรี้ยวอมหวานเบอร์รี่มากกว่า ชอบอากาศร้อนชื้นและทนโรคได้ดีกว่า นิยมนำไปเป็นกาแฟเบลนด์กับสายพันธุ์อื่นๆ 

กรดกาแฟกับบอดี้กาแฟคืออะไร

กรด(Acidity)ในกาแฟก็เหมือนกับกรดในผลไม้ที่มีความเปรี้ยวธรรมชาติ ส่วนบอดี้ (Body) คือ รสสัมผัสเวลาดื่ม เหมือนที่เวลาเราดื่มนมก็จะรู้สึกถึงรสสัมผัสมากกว่าน้ำเปล่า

กาแฟจัดว่าเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่(Berry)ที่มีรสเปรี้ยว เมล็ดกาแฟที่ยังไม่คั่วเรียกว่า กาแฟดิบ หรือ กาแฟเขียว (green bean)  ซึ่งยังนำมาชงไม่ได้ ต้องนำไปแปรรูปด้วยการผ่านความร้อนด้วยกระบวนการคั่ว

 

“เมล็ดกาแฟสดคั่ว” หรือ “กาแฟคั่ว” คือ กาแฟที่ผ่านการผลิตแล้วนำไปคั่วตามสูตรของแต่ละยี่ห้อ 

 

ระดับการคั่วกาแฟแตกต่างอย่างไรและมีผลกับรสชาติหรือไม่?ชนิดการคั่วหรือระดับการคั่วของกาแฟมีผลต่อรสชาติกาแฟเป็นอย่างมาก รวมไปถึงสีและกลิ่นของกาแฟ ดังนั้นกระบวนการคั่วกาแฟทุกขั้นตอนจึงต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์เป็นอย่างมาก 

ระดับการคั่วกาแฟ (Roast Level) 

 

-เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน (Light Roast) และ คั่วอ่อนมาก (Cinnamon Roast) การคั่วระดับนี้คุณสมบัติดั้งเดิมกาแฟยังมีอยู่มาก มีรสชาติที่เปรี้ยวฝาดผลไม้ หอมกลิ่นสมุนไพรหรือดอกไม้ เหมาะกับการทำกาแฟแบบ Filter โดยเฉพาะการดริป (drip) หรือกาแฟเมนูร้อน 

 

-เมล็ดกาแฟคั่วกลาง(Medium Roast  ,City Roast ) เมื่อคั่วนานขึ้น เมล็ดกาแฟจะเกิดการ caramelize มีกลิ่นคล้ายถั่ว คาราเมล หรือ ช็อกโกแลต รสชาติจะเปรี้ยวน้อยลง มีรสขมปนหวานและเปรี้ยวนิดหน่อย เหมาะทำกาแฟเมนูร้อนและเย็น โดยเฉพาะเมนู อเมริกาโน่ หรือ กาแฟดำ 

 

-เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม (Medium Dark Roast) การคั่วระดับนี้จะได้เม็ดสีน้ำตาลเข้ม รสชาติขมปนหวานเล็กน้อย เหมาะกับการทำกาแฟเย็นที่ต้องการรสเข้มข้น ซึ่งได้ทั้งเมนู อเมริกาโน่ และ เมนูเย็นที่ผสมนมหรืออื่นๆ

 

-เมล็ดกาแฟคั่วเข้มมาก (Dark Roast) สีที่ได้จะเข้มมากจนถึงดำ ได้กลิ่นและรสชาติการคั่วชัดเจน รสขมเข้มแทบไม่เหลือความเปรี้ยว การคั่วระดับนี้จะนิยมใช้ชงกับเครื่องชงเอสเพรสโซ่(Espresso Machine) ทำให้มีรสชาติที่หอมเข้มข้น ทำได้ทั้งเมนูร้อน-เย็น และเมนูที่ผสมกับนมหรืออื่นๆ โดยเฉพาะเมนูเอสเพรสโซ่เย็นจะเหมาะมากๆ

 

ต่อให้เป็นเมล็ดกาแฟดิบชนิดเดียวกันแต่เมล็ดกาแฟคั่วอ่อนจะมีรสเปรี้ยวมากกว่าเมล็ดกาแฟคั่วเข้ม และให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า เพราะกรดที่มีประโยชน์ยังไม่ทันถูกทำลายด้วยความร้อนขณะที่คั่ว

 

การบด (Grinding) เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญสำหรับการชงกาแฟสด เพราะเป็นตัวแปรที่กำหนดทิศทางรสและกลิ่นของกาแฟอีกตัวนึงก็ว่าได้ การบดมีหลายระดับเช่นเดียวกับการคั่วดังนี้…. 

 

กาแฟบดหยาบ (Coarse Grind) ยังมีความหยาบคล้ายดินปลูกต้นไม้ เหมาะกับเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนและปานกลาง เพราะจะทำให้ได้รสชาติที่อ่อนและไม่หนักเกินไป มักใช้ในการชงแบบ French Press และยังนิยมชงแบบสกัดเย็น (Cold Brew)

 

กาแฟบดปานกลาง (Medium Grind) มีขนาดเล็กคล้ายเม็ดทราย เหมาะกับเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนไปจนถึงคั่วกลาง มักจะใช้กับการชงแบบดริป

 

กาแฟบดละเอียด (Medium Fine Grind) มีความเล็กละเอียดแบบเกลือ เหมาะกับการคั่วเข้ม ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น มักใช้กับการชงแบบ Moka Pot

 

กาแฟบดละเอียดมาก (Fine Grind) มีความละเอียดกว่าน้ำตาลเล็กน้อย เหมาะกับเมล็ดกาแฟคั่วเข้มหรือเมล็ดกาแฟคั่วเข้มมาก นิยมใช้ชงกับเครื่อง Espresso Machine มากที่สุด

แต่เดี๋ยวก่อน..ถ้าคุณไม่อยากยุ่งยากในการบดกาแฟเองหรืออาจไม่สะดวกกับการบดกาแฟที่บ้าน กาแฟคั่วบดสำเร็จรูปสามารถช่วยประหยัดเวลาให้คุณได้ แต่จะเลือกอย่างไรในเมื่อไม่มีให้ชิม เราเก็บข้อมูลเมล็ดกาแฟและกาแฟคั่วบดตัวท็อปๆที่คอกาแฟสดมักคุ้นกันดีมาฝากในบทความนี้แล้ว

               

เมล็ดกาแฟเอธิโอเปีย (Ethiopia)  เป็นกาแฟ single origin อันดับต้นๆของโลก จะให้รสชาติและกลิ่นหอมคล้ายผลไม้รสเปรี้ยวแต่เข้มข้น ดื่มแล้วจะกระปรี้กระเปร่าคลายง่วงดีมาก ถ้าใส่น้ำตาลยิ่งได้รสที่กลมกล่อม และถ้าชงแบบ ดริปกลิ่นจะลอยแตะจมูกสุดๆ acidity ที่ได้จะเป็นตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ เช่น เชอร์รี่  สตรเบอร์รี่ หรืออาจมี กีวี่ เมล่อน แอบกระซิบนิดนึงว่า ถ้าทำเอสเพลสโซ่ ,ลาเต้ คาปูชิโน่ จะนุ่มมาก 

 

เมล็ดกาแฟเคนยา (Kenya) single originที่เป็นกาแฟรสชาติเปรี้ยวไปทางผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เช่นเดียวกับเอธิโอเปีย แต่จะมีความเข้มข้นน้อยกว่า และรสชาติจะออกไปทางไวน์แดงเสียมากกว่า ทำให้ถูกใจคอกาแฟหลายๆคนเลยทีเดียว 

 

เมล็ดกาแฟปานามา (Panama) กาแฟปานามา หรือ ปานามา เกอิชา (Panama Geisha) เป็นอีกหนึ่งในเมล็ดที่แพงที่สุดในโลก ที่จริงแล้วสายพันธ์เกอิชามีปลูกหลายประเทศ ทั้งที่ปานามา เอธิโอเปีย คอสตาริก้า และ กัวเตมาลา รสชาติกาแฟปานามาจะมีความคล้ายผลไม้รวม เปรี้ยวและหอมหวาน มี texture ที่ซับซ้อนแต่คงความนุ่มนวล

 

เมล็ดกาแฟโคลัมเบีย (Columbia) กาแฟโคลัมเบียมีรสชาติที่หลากหลายมาก ทั้งที่รสชาติเข้มข้น รสช็อกโกแลต และ ถั่ว มีกลิ่นหอมผลไม้อมเปรี้ยวนิดๆ แอบคล้ายๆกาแฟไทย เป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เริ่มต้นลองเปิดโลกกาแฟมุมใหม่ๆ มี Acidity น้อย  Body ดีมาก จึงมักถูกนำไปเป็น Base ของ Blend โดยไม่รบกวนรสกาแฟอื่นๆที่เติมลง Flavor และ  Aroma 

 

เมล็ดกาแฟเม็กซิโก (Mexico)  กาแฟเม็กซิโกจะให้รสชาติผลไม้แบบเผ็ดปร่า เข้มแต่ละมุน ขมแต่น่าหลงไหล ดื่มได้เรื่อยๆ มีความเป็นกรด acidity และ body กลางๆ 

 

เมล็ดกาแฟอินโดนีเซีย (Indonesia) กาแฟอินโดนีเซียจะให้กลิ่นที่หอมหวานเหมือนสมุนไพรแต่มีความเข้มข้น ส่วนใหญ่จะผ่านกรรมวิธีแบบตากแห้ง (Dry Process) ทำให้โดดเด่นในเรื่องความเข้มข้น 

 

เมื่อเราได้วัตถุดิบชั้นเลิศแล้ว ต่อไปก็เป็นการชง ซึ่งการชงกาแฟสดนั้นมีหลายวิธีมาก แต่ต่อไปนี้จะพูดถึงการชงกาแฟที่ทำได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องใช้เครื่องชง

 

 ชนิดการชงกาแฟยอดฮิตระดับโลก 

  • French Press เป็นวิธีการชงที่ง่ายมาก  ใส่กาแฟบดชนิดหยาบลงในเครื่องชงเฟรนช์เพรสแล้วเติมน้ำร้อน(อุณภูมิที่93องศาฯกำลังดี) แล้วใส่ตัวกดครอบด้านบน การชงแบบนี้เหมาะกับเมล็ดกาแฟบดหยาบ

 

  • Drip ดริป คือ การใช้น้ำร้อนหรือหยดน้ำร้อนผ่าน เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน หรือ เมล็ดกาแฟคั่วกลาง ที่เป็นเมล็ดกาแฟบดหยาบ หรือตามขนาดของดริปเปอร์(dripper) ได้รสที่เปรี้ยวอมหวาน ไม่ขม ยังคงไว้ของรสชาติและกลิ่นกาแฟ

 

  • Cold Brew หรือ การสกัดเย็น ซึ่งดีต่อสุขภาพ กรดกาแฟต่ำ เป็นกาแฟรสไม่ขม ดื่มง่าย ช่วยเผาผลาญไขมัน ทำให้เหมาะกับผู้ที่ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก และผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน การทำก็ง่ายมาก แค่นำกาแฟแช่น้ำเย็นแล้วใส่ตู้เย็นประมาณ12 ชั่วโมงแล้วกรองออก จะได้กาแฟดำที่ดีต่อสุขภาพและยังเก็บได้หลายวันอีกด้วย

 

  • Aero Press วิธีนี้จะเป็นการใช้แรงดันจากมืออัดเพื่อดันน้ำลงไปในกระบอกสูญญากาศ จะได้รสที่เข้มข้นแต่ก็ไม่เท่าเครื่องเอสเพรสโซ่ 

 

  • Moka Pot จะเรียกหม้อต้มกาแฟก็ไม่น่าจะผิดอะไร เป็นการชงแบบใช้แรงดันจากน้ำร้อน ทำให้ได้กาแฟที่รสเข้มข้นกว่าใน 4 วิธีที่กล่าวมาแล้ว แต่ก็ยังไม่เท่ากับการชงด้วยเครื่องเอสเพรสโซ่ แต่ถ้าใครชื่นชอบการดื่มกาแฟอเมริกาโน่ร้อน ถือว่าตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว 

 

รู้ไหมว่าเมล็ดกาแฟหมดอายุได้  ส่วนใหญ่เมล็ดกาแฟสดหลังจากเปิดถุงแล้ว เก็บไว้ในที่มืดอุณภูมิปกติก็จะเก็บรักษาความสดได้ประมาณ 1 อาทิตย์ การเก็บรักษาเมล็ดกาแฟสดและกาแฟคั่วบด ให้ได้นานขึ้นก็คือ การเก็บเมล็ดกาแฟคั่วและเมล็ดกาแฟคั่วบดใส่ภาชนะที่เป็นแก้วที่ปิดได้มิดชิดแล้วไว้ที่ห่างไกลจากความร้อน แสงแดด และความชื้น และถ้าคุณซื้อมาแล้วรีบใส่ช่องฟรีซเลยทันที จะเก็บได้นานขึ้นนับเดือนเลยทีเดียว แต่เพื่ออรรถรสที่ดีในการดื่ม ควรรีบชงดื่มให้หมดภายใน1เดือน หรืออย่าเก็บไว้นานเกินไปจะดีกว่า เพราะยิ่งเก็บไว้นาน ความสดจะหายและอาจได้รสชาติปนกลิ่นหืนแทน

 

การเลือกซื้อเมล็ดกาแฟที่ดี ให้สังเกตถุงที่เป็นบรรจุภัณฑ์ด้วย เพราะเมล็ดกาแฟควรจะถูกเก็บในถุงที่มีระบบการระบายอากาศที่บีบเอาอากาศในถุงออกมาได้และปิดได้สนิทเพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปได้เช่นกัน ยิ่งมีฟอยล์เป็นตัวช่วยป้องกันแสงแดดและความชื้นได้ยิ่งดี  หากข้างซองระบุว่าเป็น Single Origin พร้อมชื่อเมืองต่างๆ นั่นคือเมล็ดกาแฟจากเมืองนั้น แหล่งซื้อเมล็ดกาแฟคั่วก็สำคัญ การไปเลือกซื้อที่โรงคั่วกาแฟโดยตรงจะดีที่สุด เพราะจะได้ทั้งเมล็ดกาแฟคั่วที่สดใหม่และอาจได้ความรู้ดีๆเกี่ยวกับกาแฟจากคนคั่วกาแฟโดยตรงอีกด้วย  

 

ได้เมล็ดกาแฟดีๆและวิธีการชงสไตล์ที่ชอบแล้ว ทีนี้ก็มาดูเมนูยอดนิยมที่คอกาแฟทั่วโลกสั่งกันมากที่สุด เพื่อนำมาเป็นเมนูแก้วโปรดกันดีกว่า

เมนูยอดนิยมที่สั่งกันมากที่สุด

  • เอสเพรสโซ่(Espresso)กาแฟเอสเพรสโซ่ เหมาะกับการใช้กาแฟคั่วบดละเอียด เป็นกาแฟแบบออริจินัลไม่ใส่องค์ประกอบอื่นเพิ่มเติม ได้กลิ่นและรสเข้มข้นของกาแฟแท้ ให้พลังงานต่ำเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสเข้มหรือผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก ยิ่งไปกว่านั้น เอสเพรสโซ่ยังเป็นหัวใจหลักของเมนูอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็น ลาเต้ คาปูชิโน่ มอคค่า และอีกหลายๆเมนู
  • คาปูชิโน่(Cappuccino) เมนูกาแฟแก้วโปรดของใครๆหลายคนที่มีต้นกำเนิดมาจากอิตาลี  เป็นกาแฟเอสเพรสโซ่แต่ใส่นมสดและฟองนม อาจโรยด้วยชินนาม่อนหรือช็อกโกแลตตามชอบ รสไม่เข้มข้นมาก นิยมใช้เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบรสขมของกาแฟ
  • มอคค่า(Mocca)มอคค่าเป็นกาแฟอราบิก้าแท้ที่มีรสและกลิ่นคล้ายโกโก้ จะนิยมใช้เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม ซึ่งปัจจุบันมีการนำกาแฟเอสเพรสโซ่ผสมกับช็อกโกแลตเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟแต่ไม่ชอบรสขมเข้ม 
  • ลาเต้ (Latte) ลาเต้ เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า “นม” ดังนั้นกาแฟลาเต้ จึงเป็นกาแฟเอสเพรสโซ่ที่เติมนมร้อนลงไปและตกแต่งหน้าตาด้วยฟองนม  มีรสชาติที่เข้มหอมมันกว่ากาแฟเมนูอื่น นิยมใช้เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม
  • อเมริกาโน่ (Americano) เป็นเมนูที่มีการชงแบบเติมน้ำร้อนลงไปเจือจางในเอสเพรสโซ่จึงให้รสและกลิ่นที่เข้มและมีความแก่ของกาแฟแต่น้อยกว่า

เอสเพรสโซ่ การดื่มเมนูนี้จะไม่มีการเติมนมหรือน้ำตาลลงไป เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟดำ

  • แฟรปปูชิโน่ (Frappuccino) เป็นเมนูที่เกิดจากอเมริกา เป็นการนำคาปูชิโน่ที่เป็นอิตาเลี่ยนมาปั่นรวมกับกาแฟแบบกรีก(Greek Frappe) คือการนำเอสเพรสโซ่หรือกาแฟดำใส่นมข้นหวาน วนิลา ไซรัป ช็อกโกแลต และ วิปครีม หรืออาจมีช็อกโกแลตชิปด้วย เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับสาวๆเป็นอย่างยิ่งหรือผู้ที่ชื่นชอบรสหวานละมุนดั่งไอศกรีม
  • แฟลทไวท์ (Flat White)  เป็นเมนูร้อนที่ให้ความสัมผัสนุ่มนวลและดูเผินๆคล้ายกับเมนูลาเต้ แต่จะต่างกันที่ แฟลตไวท์คือเอสเพรสโซ่1ช็อตและนมสตรีมเท่านั้น ไม่มีฟองนม
  • โอเล (Au Lait)เป็นเมนูของประเทศฝรั่งเศสโดยมีความหมายว่า “นมสด” เช่นเดียวกับลาเต้ เป็นเอสเพรสโซ่ที่ผสมนมในปริมาณที่เท่ากัน มีรสชาติที่ดีที่สุดอีกเมนูหนึ่ง
  • ไอริช (Irish coffee) เป็นกาแฟสไตล์ไอริชที่มีส่วนผสมของเหล้า โดยการนำเอสเพรสโซ่ผสมกับไอริชวิสกี้ เหมาะกับผู้ที่ชอบลองเมนูแปลกใหม่ 
  • เอสเพรสโซ่มัคคีอาโต้ (Espresso Macchiato) เป็นกาแฟเอสเพรสโซ่ปริมาณ30ml แล้วเติมฟองนมสตรีมด้านบน
  • คาราเมลมัคคีอาโต้ (Caramel Macchiato) คือการเติมน้ำเชื่อมวนิลาและรินนมสดลงในแก้วก่อน ตามด้วยฟองนมเล็กน้อยแล้วจึงเติมเอสเพรสโซ่ตาม และจบด้วยการวาดลวดลายด้วยคาราเมลซอส ผู้ที่ชื่นชอบรสสัมผัสนุ่มละมุนและความหวานหอมของคาราเมล ไม่ควรพลาดเมนูนี้

สุดท้ายแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้ที่รักกาแฟสดหรือมือใหม่ได้รู้วิธีการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟคั่วดีๆได้ถูกปากถูกใจ เพราะสำหรับ coffee lover อะไรจะดีไปกว่าเมื่อตื่นมาตอนเช้าแล้วได้จิบกาแฟถ้วยโปรดพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นที่ปลุกพลังให้เราพร้อมลุยงานกันต่อ 

 

คุณรู้จักไฟเบอร์กลาสไหม แล้ว โพลิเอทิลีนล่ะคืออะไร บางคนอาจจะรู้ ยิ่งถ้าผู้ที่ต้องทำงานการผลิตในด้านต่างๆ เกี่ยวกับพวกพลาสติกทั้งโดยตรงหรือเกี่ยวข้องก็ตาม ก็ไม่แปลกใจแปลกหูคำเหล่านี้แน่นอน แล้วคนทั่วๆไปจะรู้บ้างไหมนะ ว่าเจ้า2สิ่งนี้ อยู่รอบตัวเราในชีวิตประจำวันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ในบ้าน ในสำนักงาน การขนส่ง ฯลฯ แล้วไฟเบอร์กลาสกับโพลีเอทิลีน คืออะไร นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างจนทำให้เป็นที่นิยม 

 

ไฟเบอร์กลาสคืออะไร

ไฟเบอร์กลาส ถ้าจะเรียกเต็มๆก็คือ Fiber Reinforced Plastic (FRP) บางคนอาจรู้จักไฟเบอร์กลาสว่าเป็นพลาสติกเสริมแรง หรือจริงๆแล้วก็คือ “เส้นใยแก้ว” ที่ผลิตจากแก้วเป็นตัวหลัก อาจมีการเติมกรดและสารเติมแต่งอื่นๆ ถูกหลอมในเตาที่มีความร้อนสูงแล้วถูกยืดผ่านรูขนาดเล็กให้เกิดเส้นใย มีน้ำหนักเบากว่าโลหะ ซึ่งจะมี3แบบ 

 

  • แบบผืนผ้า มักจะใช้เป็นวัสดุขึ้นรูปโครงสร้างผสมกับเรซิ่นหรือพอลิเมอร์  
  • แบบเส้นด้าย จะมีขนาดเล็กเหมือนเส้นด้าย เอาไว้เป็นตัวตั้งต้นในการผลิต 
  • ฉนวนใยแก้ว ไว้ใช้เป็นฉนวนกันความร้อน  

 

คุณสมบัติของไฟเบอร์กลาส คือ มีน้ำหนักเบา แข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อนสารเคมี ไม่เป็นสนิม ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ทนต่อสภาพอากาศ ไฟเบอร์กลาสมีอายุการใช้งานยาวนาน และยังติดตั้งง่าย

โพลีเอทิลีนคืออะไร

โพลีเอทิลีน (PE) เป็นโพลิเมอร์ที่จัดอยู่ในเทอร์โมพลาสติก หรือ เรซิ่นไฟเบอร์ คือพลาสติกสังเคราะห์แบบเหลว ที่เป็นพลาสติกใช้ทำไฟเบอร์กลาสและถูกนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมมากที่สุด โพลิเอทิลีน หรือ ที่เราเรียกกันง่ายๆว่า PE จะมีความยืดหยุ่น มีสีขาวขุ่น เหนียว ไม่มีกลิ่น จะใช้ในกลุ่มงานขึ้นรูปในการผลิตไฟเบอร์กลาส งานหล่อ และงานเคลือบ ผลิตสิ่งของที่ใช้ในประจำวัน

คุณสมบัติของโพลิเอทิลีนคือ เป็นฉนวนกันไฟฟ้าได้ดี ทนต่อแรงกระแทก มีความเหนียวยืดหยุ่นดี ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี มักจะถูกนำไปทำถุงหูหิ้ว ลังเบียร์ ลังใส่ผลไม้ ชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ขวดใส่น้ำ  ถังใส่น้ำ-ใส่สารเคมี  ภาชนะต่างๆ ฯลฯ 

 

แล้วไฟเบอร์กลาสกับโพลิเอทิลีนนำไปทำอะไรได้บ้าง…เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวเราก่อนเลย

ถังน้ำ / ถังเก็บน้ำ เพื่อรองรับไว้ใช้ทั้งอุปโภคและบริโภค ซึ่งเมื่อก่อนการประปายังไม่มีหรือบางแหล่งชุมชนที่ประปายังเข้าไม่ถึง ก็จะมีการใช้โอ่งเพื่อรองรับน้ำฝนหรือน้ำธรรมชาติไว้ แต่เนื่องจากโอ่งหรือตุ่มน้ำมักจะเกิดตะไคร่น้ำได้ มีสิ่งสกปรกตกลงไปหรือแม้แต่ยุงมักลงไปวางไข่ จึงมีการพัฒนาในการออกแบบวัสดุขึ้นมาทดแทนเพื่อแก้ปัญหาต่างๆเหล่านั้น 

ถังน้ำที่ใช้เก็บน้ำไว้สำรองยามฉุกเฉินเวลาที่น้ำประปาไม่ไหล และยังช่วยระบบปั๊มน้ำให้ทำงานได้ดีในส่วนของอาคารตึกแถวที่มีผู้อาศัยจำนวนมาก เช่น อพาร์ทเม้นต์ หรือ สำนักงาน เป็นต้น  แต่ด้วยถังน้ำสมัยนี้มีหลากหลายให้เลือกเหลือเกิน การเลือกให้เหมาะกับการใช้งานและให้คุ้มค่าจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม  

 

เราต้องรู้ก่อนว่า ถังเก็บน้ำมีกี่แบบ…ถังเก็บน้ำหรือบางคนก็เรียกว่าแทงก์น้ำนั้นมี 2 แบบ ได้แก่ 

1.ถังเก็บน้ำบนดิน มีส่วนดีในเรื่องของการดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย โยกย้ายสะดวก แต่จะเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่มีพื้นที่พอสมควร สำหรับการติดตั้งถังเก็บน้ำบนดินจะมีทั้งแบบติดตั้งชั้นล่างและติดตั้งแบบชั้นบนสุดหรือชั้นดาดฟ้าของอาคาร โดยการติดตั้งแบบชั้นล่างนั้นจะเหมาะกับบ้านที่ไม่เกิน3ชั้น เพราะถ้าสูงกว่านั้นแรงปั๊มน้ำอาจสูบไม่ถึง ดังนั้นการติดตั้งบนดาดฟ้าหรือชั้นบนสุดจะเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่มี4ชั้นขึ้นไป ถังแบบนี้จะมีหลายประเภทได้แก่

  • ถังเก็บน้ำสเตนเลส มีความสวยเงางาม แข็งแรง ทำความสะอาดง่าย น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก แต่เหมาะกับการเก็บน้ำประปาหรือน้ำสะอาด ไม่เหมาะกับการเก็บน้ำบาดาล น้ำกร่อย หรือ น้ำที่มีความเป็นกรด-ด่างสูง เพราะถังน้ำประเภทนี้ไม่ทนต่อการกัดกร่อน มักจะเกิดสนิมตามรอยข้อต่อต่างๆของถัง และ มีราคาค่อนข้างสูงกว่าถังน้ำประเภทอื่น

 

  • ถังเก็บน้ำพลาสติกทั่วไป ถังประเภทนี้บรรจุน้ำได้หลายชนิด มีให้เลือกหลากหลาย แต่เพราะไม่ใช่ชนิดทึบแสงทำให้แสงสามารถลอดผ่านและเกิดตะไคร่น้ำ รวมไปถึงแบคทีเรียต่างๆได้ จึงทำให้ไม่เหมาะกับการใช้งานแบบถาวร ยิ่งถ้านำไปใช้กลางแจ้งนานๆ อายุการใช้งานก็จะสั้นลง 

 

  • ถังเก็บน้ำโพลีเมอร์ เป็นถังแบบทึบแสง ป้องกันยูวี สีไม่ซีดจาง ทำให้น้ำมีความสะอาดปลอดภัยจากตะไคร่น้ำและแบคทีเรีย มีอายุการใช้งานยาวนาน ทนทาน ไม่แตกหักหรือเปราะง่าย ได้รับความนิยมสำหรับครัวเรือน ราคาไม่สูงมากถ้าเทียบกับถังน้ำสเตนเลส แต่ต้องเลือกซื้อกับบริษัทที่เชื่อถือได้และเลือกที่มีการรองรับมาตรฐาน มอก. ไม่เช่นนั้นอาจได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ  มีการหลุดร่อนของสีหรือสารปรอทปนเปื้อนได้

 

  • ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส สามารถเก็บกักน้ำได้ปริมาณมากทั้งแบบติดตั้งบนบกและติดตั้งแบบฝังดินโดยไม่ต้องมีบ่อปูน คุณสมบัติถังไฟเบอร์กลาสมีความแข็งแรงทนทาน รองรับแรงอัดได้ดี สามารถบรรจุน้ำได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม-น้ำใช้ น้ำบาดาล ตลอดไปจนถึงสารเคมีต่างๆ  ปลอดสนิม ไม่เกิดตะไคร่น้ำเพราะเป็นแบบทึบแสง ซ่อมแซมได้ และมีราคาถูกกว่าสเตนเลส

 

  • ถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก หรืออาจเรียกว่า ถังคอนกรีต เหมาะกับบ้านหรืออาคารที่มีบริเวณกว้างขวาง เนื่องจากมีขนาดที่ไหญ่พอสมควร มีความแข็งแรงมาก ติดตั้งได้ทั้งบนบกและฝังดิน ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในระหว่างทำการติดตั้ง และต้องทำระบบกันน้ำซึมรองรับเพื่อไม่ให้เกิดน้ำรั่วซึมในภายหลัง 

ถังเก็บน้ำใต้ติน 

ถังเก็บน้ำใต้ดินทำจากวัสดุที่สะอาด รองรับแรงกระแทกได้ดี ถังเก็บน้ำประเภทนี้เหมาะกับบ้านหรืออาคารที่มีพื้นที่น้อย หรือต้องการประหยัดพื้นที่ในการทำประโยชน์ด้านอื่นๆ แต่มีข้อเสียคือ มีรูปทรงที่จำกัด จึงต้องเตรียมโครงสร้างบริเวณใต้ดินไว้รองรับ ต้องมีความแข็งแรงมากพอ เพื่อกันไม่ให้เกิดการทรุดได้ ต้องวางแผนและออกแบบที่ตั้งให้เรียบร้อยก่อน เพราะเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากระหว่างทำการติดตั้ง จึงใช้เวลานานกว่าถังเก็บน้ำบนดิน และดูแลรักษาหรือทำการซ่อมแซมยาก

 

ถังเก็บน้ำบนดินหรือฝังดินดี

กรณีบ้านเดี่ยวที่มีบริเวณมากพอ ก็อาจจัดตั้งถังเก็บน้ำวางบนดิน เพื่อที่จะได้ทำความสะอาดได้ง่าย และสามารถเห็นรอยรั่วหรือน้ำซึมในกรณีที่มีการชำรุด จะได้ซ่อมแซมทันที แต่ถ้าเป็นตึกแถวอาคารที่มีบริเวณจำกัด อาจเลือกเป็นถังเก็บน้ำฝังดินแทน 

 

ปัญหาหลักๆของการติดตั้งถังเก็บน้ำ 

1.ความยุ่งยากในการติดตั้ง(ต้องติดตั้งปั๊ม น้ำ-เปลืองพื้นที่-เกะกะ-สกปรก)

2.เสียงดังรบกวน(เวลาที่ปั๊มทำงาน)

3.พื้นที่ลุ่ม มีน้ำขัง หรือเคยถูกน้ำท่วม (ต้องการต่อขาปั๊ม)

 

ปัญหาเหล่านี้มักจะเจอกันแทบทุกบ้าน ดังนั้นต้องวางแผนและขอคำแนะนำวิศวกรผู้ออกแบบหรือพนักงานที่เราติดต่อซื้อขายให้ดีก่อนทำการจัดตั้งจะดีกว่า จะได้ไม่มีปัญหากวนใจทีหลัง

หลักเกณฑ์การเลือกซื้อต้องมีอะไรบ้าง 

1.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.)รับรองสินค้าว่ามีความปลอดภัยต่อการใช้งาน 

2.ระยะเวลาการรับประกันสินค้า(warranty) 

3.มีขนาดที่เหมาะสมกับจำนวนผู้ใช้งาน

4.วัสดุตัวถังมีความแข็งแรงทนทานไร้รอยรั่ว

5.ขนาดและประเภทของถังเหมาะสมกับพื้นที่ที่จะทำการติดตั้ง

6.บริษัทหรือผู้จำหน่ายมีความน่าเชื่อถือได้

7.มีบริการและรับประกันก่อน-หลังการขาย มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและช่างซ่อมบำรุง

เดี๋ยวนี้มีร้านมากมายที่จำหน่ายถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสมือสองราคาถูก หรือจะติดต่อโรงงานผลิตถังไฟเบอร์กลาสโดยตรง ก็อาจจะได้ถังน้ำมือสองที่ยังมีคุณภาพดีแทบจะเทียบเท่าถังใหม่ได้เลย

https://safefiberglasstank.com  

ถังเก็บน้ำเสมือนเป็นส่วนหน้าบ้าน เราไปกันต่อในส่วนหลังบ้าน ที่มีความจำเป็นไม่น้อย

หน้ากันเลย นั่นคือ “ห้องน้ำ-ห้องส้วม” แต่ที่จะเขียนถึงนี้ มันต่อจากห้องส้วมต่างหาก นั่นคือ “บ่อบำบัดน้ำเสีย” 

 

เมื่อก่อนเราจะคุ้นเคยกับคำว่า”บ่อเกรอะ-บ่อซึม” ที่นำถังซีเมนต์เรียงซ้อนกัน โดยมักจะขุดและทำบ่อไว้ใกล้ๆห้องน้ำหรือหลังบ้าน แต่ระบบนี้มักจะเกิดปัญหาที่ตามมาคือ ของเสียในบ่อเกรอะมักย่อยสลายไม่หมด ทำให้ส้วมตัน น้ำล้น หรือมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ จึงได้มีการพัฒนาผลิตถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ และก็ได้รับการตอบรับที่ดีจนเป็นที่นิยมแพร่หลาย 

 

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปจะมี 2 ประเภท ได้แก่ แบบเติมอากาศ และ แบบไร้อากาศ  โดยรูปลักษณ์ภายนอกของถัง 2 ประเภทนี้ แทบจะเหมือนกันทุกประการ หรือกระทั่งระบบภายในถังก็เป็นการนำระบบบ่อเกรอะและบ่อซึมมารวมกันไว้ในถังเดียว คือ มีระบบแยกเป็น 2 ช่อง โดยช่องแรกจะเป็นช่องเกรอะไว้แยกตะกอนและย่อยสลายสิ่งปฏิกูล ส่วนช่องที่2 จะเป็นช่องเติมอากาศที่ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์บำบัด และการใช้เครื่องเติมอากาศ ทำให้น้ำที่ผ่านกระบวนการมีความสะอาดเพียงพอที่จะปล่อยลงสู่ท่อสาธารณะ 

ความแตกต่างระหว่างถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปแบบเติมอากาศและไร้อากาศ คือ ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศนั้นจะมีท่อเติมอากาศในตัวถังเข้ามาเพื่อให้จุลินทรีย์ทำหน้าที่ย่อยสลายของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงค่า BOD (ค่าวัดความเน่าเสียของน้ำก่อนปล่อยลงสู่แหล่งธรรมชาติ) ที่มีค่าต่ำไม่เกิน 20ml / liter ทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าแบบไร้อากาศ แต่มีราคาที่สูงกว่า เพราะในส่วนของค่าการเติมอากาศและค่าไฟฟ้า

 

เคยเจอปัญหาท่อตันบ่อย ส้วมเต็มไว จะแก้ยังไงกับกลิ่นห้องน้ำใช่ไหม…

เรื่องกลิ่นเจอกันได้บ่อยและไม่ไหวจะรับ แต่แก้ได้ด้วยการลดหรือเลิกใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีสารเคมีเข้มข้นเกินไปราดลงโถสุขภัณฑ์ ลองเปลี่ยนมาใช้น้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดาในสัดส่วน 2:1 ทำความสะอาดโถส้วมแทน  เพราะความเป็นกรดด่างที่สูงเกินไปอาจไปทำลายจุลินทรีย์บางตัวที่ช่วยสลายของเสียและขจัดกลิ่น ส่วนในกรณีที่กดน้ำไม่ลงรวมไปถึงส้วมตันบ่อยนั้น อาจเป็นไปได้ว่า การติดตั้งที่ผิดวิธี, บริเวณใกล้บ้านมีน้ำท่วมขัง หรือ การเลือกขนาดถังเล็กกว่าจำนวนคนใช้จริงในบ้านก็เป็นอีกสาเหตุได้เช่นกัน ดังนั้น การเลือกขนาดถังบำบัดน้ำเสียก็มีความสำคัญ แก้ไขได้ด้วยการเพิ่มจำนวนถัง หรือ ก่อนซื้อและทำการติดตั้ง ควรคำนวณจำนวนสมาชิกในบ้านหรือผู้อาศัยกับขนาดของถังโดยการสอบถามผู้ผลิตหรือร้านจัดจำหน่ายที่ไปซื้อให้เรียบร้อยเสียก่อน

 

**การเลือกซื้อถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปก่อนทำการติดตั้งก็มีวิธีคล้ายๆกับการเลือกซื้อถังเก็บน้ำ เพียงแต่ให้ดูที่มีการรับรองมาตรฐาน ISO (องค์การระหว่างประเทศว่า

ด้วยการมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรม)

ห้องน้ำเคลื่อนที่ / ห้องส้วมเคลื่อนที่ 

เคยไปงานเทศกาลประจำปีของจังหวัดหนึ่ง ตอนเที่ยวก็เพลิดเพลินดี แต่ตอนที่อยากทำธุระนี่สิ ห้องน้ำเจ้ากรรมมีไม่พอ ต่อแถวกันยาวเป็นกิโลฯ แทบจะได้โรคท่อปัสสาวะอักเสบกลับบ้านเลยทีเดียว นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ต้องเขียนถึงห้องน้ำเคลื่อนที่

ห้องน้ำสำเร็จรูป ที่ผลิตขึ้นมาก็เพื่อแก้ปัญหาการหาเข้าห้องน้ำยากและมีห้องน้ำไม่พอสำหรับผู้ใช้ จนกระทั่งมีผู้ผลิตห้องส้วมเคลื่อนที่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ และมีการตอบรับที่ดีมาก

ห้องน้ำเคลื่อนที่ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นรถห้องสุขาเคลื่อนที่ ห้องน้ำตู้คอนเทนเนอร์ ห้องน้ำโพลีเอทิลีน ห้องน้ำไฟเบอร์กลาส  ถือว่าเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ไม่น้อย ดูได้จากสิงคโปร์ ที่มีการขยายธุรกิจห้องน้ำเคลื่อนที่อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นเกาะและมีพื้นที่จำกัด 

 

ข้อดีและประโยชน์ของส้วมเคลื่อนที่มีอะไรบ้าง

  1. แก้ปัญหาเรื่องห้องน้ำไม่เพียงพอ
  2. เคลื่อนย้ายได้สะดวก
  3. ถอดประกอบติดตั้งง่ายและเก็บง่ายเมื่อต้องการเลิกใช้
  4. มีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศ
  5. มีอายุการใช้งานได้ยาวนาน
  6. เหมาะกับการจัดงานต่างๆทุกรูปแบบ งานบุญ งานราชการ งานคอนเสิร์ต ฯลฯ
  7. ติดตั้งได้ทั้งชั่วคราวและถาวร
  8. ใช้ในยามฉุกเฉินหรือเกิดอุบัติภัยได้ เช่น น้ำท่วม

เรือท้องแบนและเรือกู้ภัย 

เหตุการณ์น้ำท่วมที่เราดูในข่าวบ่อยๆจะเห็นว่ามีหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะหน่วยราชการ หน่วยกู้ภัย หรือ ผู้มีจิตอาสา จะนำของกินของใช้ทั้งอุปโภคและบริโภคไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย แน่นอนว่าการที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้นั้นไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยพาหนะทางบกเช่นรถยนต์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เรือ 

 

“เรือท้องแบน หรือ “เรือกู้ภัย” ส่วนใหญ่ที่เราเห็นๆใช้กันทั่วไปนั้น จะผลิตด้วยไฟเบอร์กลาส เพราะจะให้ความแข็งแรงมีความทนทานสูง ทนต่อการกัดกร่อน และไม่นำไฟฟ้า เพราะการเข้าไปยังสถานที่ประสบภัยบางแห่งอาจมีการรั่วไหลของไฟฟ้า และน้ำก็เป็นสื่อกลางอย่างดี เรือที่เป็นพาหนะจึงต้องมีความปลอดภัยสูงต่อผู้โดยสารด้วย

อ่างปลา / บ่อปลา / บ่อเพาะพันธ์สัตว์น้ำ / สระน้ำ / สระว่ายน้ำ 

มีหลายๆบ้าน หรือ แม้แต่ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก หลายๆแห่ง นิยมเลี้ยงปลาเพื่อความสวยงามและสร้างความเพลิดเพลินใจให้กับผู้พักอาศัย อ่างปลาที่นิยมจะมีหลากหลายแบบหลายชนิด ทั้งแบบกลมแบบเหลี่ยม แบบที่ทำจากปูน ก่อจากอิฐ แต่ถ้าถามผู้เลี้ยงปลาส่วนใหญ่จะแนะนำใช้อ่างหรือบ่อไฟเบอร์กลาส (FRP) เพราะให้พื้นผิวเรียบ น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้สะดวก มีหลายขนาดให้เลือก ป้องกันการขีดข่วนได้ดี มีความทนทาน ลดการเกิดตะไคร่น้ำ ไร้สนิมและคราบต่างๆ อีกทั้งมีอายุการใช้งานได้นานกว่าอ่างชนิดอื่นๆ เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบเลี้ยงปลาหรือเพาะพันธ์สัตว์น้ำขาย ซึ่งบางบ้านก็นำไปดัดแปลงเป็นสระว่ายน้ำเป็นที่ถูกอกถูกใจสมาชิกหลายๆคนในบ้าน

 

“สภาวะเรือนกระจก” เกิดจากหลายๆสาเหตุ แต่ใครรู้บ้างว่า หนึ่งในนั้นมาจาก ก๊าซมีเทน(CH4) และ ก๊าซไข่เน่า ทำไมถึงได้กล่าวเรื่องนี้ขึ้นมา นั้นเพราะกำลังจะพูดถึงถัง”กำจัดก๊าซมีเทน” นั่นเอง

 

ก๊าซมีเทน และ ก๊าซไข่เน่า หากนำไปผ่านกระบวนการบำบัดให้ดี สามารถนำไปผลิตเป็นพลังงานที่ให้ความร้อนและผลิตไฟฟ้าได้ เหตุนี้ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดไปจนถึงภาคเกษตรกรรม ที่มีส่วนในการทำให้เกิดก๊าซเหล่านี้ จำเป็นต้องหันมาให้ความใส่ใจในการกำจัดหรือบำบัดเพื่อนำไปแปรสภาพเป็นพลังงานทดแทน 

ถังกำจัดก๊าซมีเทน / ถังบำบัดก๊าซ

ถังกำจัดก๊าซมีเทน (Biogas Scrubber Tank) เป็นถังที่ผลิตมาเพื่อกำจัดและบำบัดก๊าซชีวภาพให้บริสุทธิ์ก่อนจะปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศหรือบำบัดให้เป็นก๊าซที่นำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนต่อไป ถ้าพูดถึงก๊าซชีวภาพ หรือ ไบโอก๊าซ เป็น ก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร สิ่งปฏิกูลต่างๆ ซากขยะ ฯลฯ โดยก๊าซชีวภาพมีองค์ประกอบก๊าซหลายชนิดด้วยกัน แต่เราจะมาพูดถึงเพียง 2 ชนิดต่อไปนี้

 

  • ก๊าซมีเทน ถือได้ว่าเป็นอันดับ 2 รองจากคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มีผลกระทบกับสภาวะเรือนกระจก ซึ่งเกิดทั้งจากธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ ก๊าซมีเทนเป็นก๊าซที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่นและยังสามารถติดไฟง่าย เป็นก๊าซที่ถูกนำไปเป็นแหล่งให้พลังงานความร้อนตั้งแต่อดีต และปัจจุบันได้นำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าให้คนทั่วโลก แต่ขณะเดียวกัน ก๊าซมีเทนก็มีอันตรายอยู่ดี จึงต้องมีความระมัดระวังในการใช้งานทั้งในเรื่องของการเกิดอัคคีภัย และหากได้สูดดมเข้าไปในจำนวนมากก็เป็นอันตรายถึงชีวิต  
  • ก๊าซไข่เน่า หรือทางวิทยาศาสตร์เรียกว่าไฮโดรเจนซัลไฟด์(H2S)เป็นก๊าซที่ไม่มีสีแต่มีกลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า ติดไฟง่ายและเป็นอันตรายต่อชีวิตหากมีการสูดดมไปในปริมาณเข้มข้นเพียงในไม่กี่วินาทีได้เช่นเดียวกับก๊าซมีเทน เหมือนที่เราเคยได้ยินข่าวคนงานตกไปในถังบำบัดของเสียที่ห้างสรรพสินค้าแล้วเสียชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถนำไปปรับใช้เป็นพลังงานได้ด้วย เช่น ในฟาร์มหมูก็มักจะมีก๊าซไข่เน่าและปศุสัตว์ก็นำไปแปลสภาพไว้ใช้เป็นก๊าซหุงต้ม

 

ส่วนประกอบเครื่องบิน

ไฟเบอร์กลาสยังถูกนำไปเป็นส่วนประกอบตัวเครื่องและส่วนปีกเครื่องบินบางรุ่น อย่างเช่นเครื่องบินของอังกฤษ หรือรุ่น AD-1 ที่ถูกออกแบบโดยนักขับเครื่องบินชาวอเมริกัน Leander Rutan หรือ เบิร์ท โดยเขานำวัสดุที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นพลาสติกเสริมไฟเบอร์กลาสมาใช้ในการออกแบบตัวเครื่องและส่วนปีกเครื่องบิน ทำให้มีโครงสร้างที่เบากว่าเครื่องบินทั่วไปและเป็นแบบปีกหมุนจนสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเขาและสร้างกำไรมหาศาล และยังเป็นต้นแบบเครื่องบินเจ็ทอีกหลายรุ่นต่อมา 

 

ด้านโลจิสติกส์

ไปรษณีย์ไทยได้มีการนำกล่องไฟเบอร์กลาสมาใช้บรรจุพัสดุ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความปลอดภัยของพัสดุก่อนที่ลูกค้าจะได้รับ และอีกหลายๆบริษัทที่ทำการขนส่ง ก็มีการนำกล่องไฟเบอร์กลาสมาใช้กันมากขึ้น เพื่อยกระดับระบบขนส่ง 

ระบบนาซ่า(NASA) ดูได้จากชุดนักบินอวกาศที่เดินทางไปสำรวจนอกโลกจะมีการนำไฟเบอร์กลาสเป็นส่วนประกอบที่เป้นักบินอวกาศด้านหลังด้วย ทำให้เสริมความแข็งแรงและความปลอดภัยของชุดมากขึ้น และการนำไปประกอบในชิ้นส่วนต่างๆของยานและอุปกรณ์การบินสำรวจของนาซ่า

ที่จริงแล้วยังมีวัสดุอุปกรณ์อีกมากที่ผลิตจากไฟเบอร์กลาส ไม่ว่าจะเป็นหลังคารถ เรือน้ำ ท่อร้อยสายไฟ ฯลฯ ตลอดไปถึงเป็นวัสดุทดแทนทั้งในด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม แต่อะไรบ้างนั้น ถ้าจะให้พูดถึงทั้งหมดก็คงได้ลากยาวจนหาบทจบคอนเทนต์นี้ไม่ได้สักทีแน่ๆ เท่านี้ก็คงจะพอช่วยให้หลายๆท่านหายข้องใจและพอจะทราบบ้างแล้วว่า ทำไมไฟเบอร์กลาสและโพลีเอทิลีนถึงถูกนำไปใช้ในวงกว้างและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ช่วงวันหยุดหรืออากาศดีๆ ชอบไปนั่งร้านอาหารที่ตลาดรถไฟใกล้บ้านบ่อยมาก  ด้วยความที่ชอบในความสวยแปลกตาของร้าน เขานำตู้คอนเทนเนอร์มือสองมาดัดแปลงเป็นร้านได้ทั้งเท่ทั้งอาร์ต แล้วยังจะมีตู้คอนเทนเนอร์สำเร็จรูปอื่นๆรวมไปถึงห้องน้ำที่ทำมาจากตู้พวกนี้เช่นกัน ทำให้ถ่ายรูปอัพลงไอจีเพลินมาก แล้วก็เกิดสนใจอยากรู้ขึ้นมาว่า จริงๆแล้วเจ้าตู้พวกนี้มีที่มายังไง แล้วทำไมถึงได้มีความนิยมนำมาทำเป็นที่อยู่อาศัยกันมากขึ้น แล้วตู้คอนเทนเนอร์อาศัยอยู่ได้จริงไหม แข็งแรงหรือไม่ ซื้อที่ไหน และสารพัดคำถามที่อาจมีตามมา ถ้าอย่างนั้นไปรู้กันเลยดีกว่า

 

แต่เดิมตู้คอนเทนเนอร์(container)ใช้เพียงเพื่อบรรจุสินค้าในระบบการขนส่งเท่านั้น แต่ด้วยในปัจจุบันผู้คนให้ความนิยมในนวัตกรรมที่มีดีไซน์แปลกใหม่ การผสมผสาน mix & match ทำให้สถาปนิกทั่วโลกให้ความสนใจนำตู้คอนเทนเนอร์มาประยุกต์ใช้ในงานสถาปัตยกรรมมากขึ้น เพื่อทดแทนสิ่งก่อสร้างและสามารถอาศัยอยู่ได้จริง 

 

ตู้คอนเทนเนอร์คืออะไร 

ตู้คอนเทนเนอร์ คือ ตู้หรือกล่องขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างภายนอกเป็นวัสดุที่ทำจากเสาเหล็กหรืออลูมิเนียม มีคานเหล็กรัดรอบตู้เพิ่มความแข็งแรงตามมุม ส่วนผนังจะเป็นเหล็กที่เป็นลอนคลื่นแนวตั้ง เคลือบด้วยสีพ่นกันสนิม เราจึงเห็นตู้มีหลากสีสัน ส่วนภายในจะโล่งกว้างสำหรับบรรจุสินค้า ตู้ส่วนใหญ่จะมีประตู2บาน สามารถวางซ้อนกันได้ถึง10ชั้น โดยการวางซ้อนกันนั้นจะมีการยึดตู้แต่ละตู้ติดกันและมีที่ล็อกประตูเพื่อให้ปิดได้อย่างมิดชิดและปลอดภัย สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 20-30 ตัน

 

วัตถุประสงค์แรกที่ตู้นี้ถูกผลิตขึ้นก็เพื่อใช้บรรจุสินค้าในการขนส่งทางเรือ  โดย “มัลคอม แม็คลีน” หนุ่มชาวอเมริกันวัย 24 ปี เขาเป็นคนขับรถบรรทุกส่งฝ้ายจาก รัฐนอร์ธแคโรไลน่า ประเทศอเมริกา ไปลงเรือที่รัฐนิวเจอร์ซีย์  เป็นระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร ปัญหาที่เขาเจอทุกครั้ง คือการที่ต้องใช้เวลารอในการโหลดของลงเรือสินค้าที่จะไป อิสตันบูล ประเทศตุรกี นานเป็นวันๆ เพราะการโหลดสินค้าลงเรือสมัยนั้นต้องแยกเป็นชิ้นๆโดยใช้แรงงานคน กว่าจะได้คิวโหลด กว่าจะโหลดสินค้าเสร็จ ทำให้เขาเบื่อหน่ายและมักจะบ่นเสมอว่า “น่าจะมีวิธีที่ดีกว่าการขนของขึ้นเรือทีละชิ้น ควรจะมียกรถขึ้นเรือไปทั้งคันเลยแล้วก็นำไปช้งานต่อได้เลย”   เขาได้ไอเดียใช้ “กล่องขนาดใหญ่” หรือ “Big Box” ประยุกต์มาจากตู้บรรทุกสินค้าของรถไฟ แล้วนั่นก็เป็นต้นแบบของตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน 

 

มัลคอม ได้ปล่อยเรือคอนเทนเนอร์ลำแรกออกจากท่าเรือ Newark เมือง New Jersey มุ่งสู่เมือง Houston ได้สำเร็จในเรือนเมษายน ปี 1956 การขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์ทำให้ขนสินค้าได้รวดเร็วกว่าแบบเดิมมาก แบะบดต้นทุนการขนส่งไปได้มากกว่า 90% ทำให้เขาถูกขนานนามว่าเป็น “บุคคลแห่งศตวรรษ“ หรือ “บิดาแห่งตู้คอนเทนเนอร์” 

ตู้คอนเทนเนอร์สำคัญยังไงกับการขนส่ง

การขนส่งทางทะเลมีความสำคัญมากอีกช่องทางหนึ่ง เพราะสามารถขนส่งสินค้าได้คราวละมากๆแต่มีราคาต่ำสุดถ้าเทียบกับการขนส่งในช่องทางอื่นๆ และยังสามารถส่งผ่านน่านน้ำได้แทบทั่วโลก ดังนั้นวัสดุที่จะใช้ขนสินค้าเพื่อทำการขนส่งทางทะเลจะต้องมีความแข็งแรงและบรรจุสินค้าให้ได้มากที่สุด 

และขนส่งทางเรือค่อนข้างจะใช้เวลานาน ประมาณ14-15วันขึ้นไป ตู้คอนเทนเนอร์จึงต้องมีหลายประเภทเพื่อให้เหมาะสมกับชนิดของสินค้าที่บรรจุ โดยจะมี5ประเภทหลักๆได้แก่ 

 

1. ประเภท Dry Cargoes  

เป็นตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานใช้บรรทุกของแห้งที่ไม่ต้องควบคุมอุณภูมิขณะที่ทำการขนส่ง มีหลายขนาด แต่ขนาดที่นิยมใช้จะมี 3 ขนาด คือ ขนาด 20 ฟุต ,ขนาด 40 ฟุต และ ขนาด 40 ฟุตไฮคิวบ์  น้ำหนักสูงสุดที่บรรทุกได้อยู่ที่ประมาณ 28 ตัน นิยมนำมาสร้างเป็น บ้านตู้คอนเทนเนอร์ ออฟฟิศคอนเทนเนอร์ ร้านค้าต่างๆ เพราะหาซื้อง่าย ไม่ต้องดัดแปลงอะไรมาก แค่เพียงนำมาปรับปรุงเล็กน้อยเท่านั้น

 

2. ประเภท Refrigerator Cargoes เป็นตู้ที่ใช้บรรทุกสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น สินค้าสด อุปกรณ์ทางการแพทย์หรือวัคซีนที่ต้องมีอยู่ในอุณหภูมิต่ำๆ สามารถลดอุณหภูมิได้ถึง -25องศาเซลเซียส

 

3. ประเภท Garment Container เป็นตู้ที่ไว้บรรจุสินค้าประเภทแฟชั่น โดยมีราวสำหรับแขวนผ้า

 

4. ประเภท Open top เป็นตู้ที่ไม่มีหลังคาและด้านบนจะเปิดโล่งเพื่อขนสินค้าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถขนผ่านประตูได้ เช่น เครื่องจักรอุตสาหกรรม

เครื่องมือการก่อสร้าง 

 

5.  TANK ป็นตู้สำหรับบรรจุของเหลวแทบทุกชนิด เช่น สารเคมีในอุตสาหกรรม โดยมีโครงคอนเทนเนอร์ครอบอยู่โดยสามารถจุได้ถึง11,000 ลิตร ถึง 26,000 ลิตร

 

ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้เป็นแค่กล่องเหล็กที่ไว้สำหรับการขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่สามารถนำกลับมาใช้หรือผลิตใหม่เพื่อใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น เช่น บ้านเคลื่อนที่ บ้านสำเร็จรูป รีสอร์ทสำเร็จรูป ร้านค้าสำเร็จรูป ตู้สำนักงาน ฯลฯ

ตู้คอนเทนเนอร์นำมาใช้ในด้านสถาปัตยกรรมอะไรได้บ้าง

 

บ้านตู้คอนเทนเนอร์ หลังเล็กๆสักหลัง ถ้าคุณมีพื้นที่จำกัดและงบประมาณไม่มากนัก ตู้คอนเทนเนอร์มือสองที่เคยมีการต่อเติมมาบ้างแล้ว จะช่วยประหยัดค่าตกแต่งไปได้บ้าง และก็มีหลายแบบให้เลือกตามขนาดพื้นที่จัดตั้งด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีบ้านตู้คอนเทนเนอร์แบบประกอบ ที่แยกชิ้นส่วนแล้วสามารถเคลื่อนย้ายไปประกอบหรือติดตั้งในสถานที่ลูกค้าต้องการได้อย่างง่ายและรวดเร็ว เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะประหยัดทั้งเวลา ใช้งานได้เร็วทันใจและขายต่อได้ง่าย ด้วยเหตุที่สามารถเคลื่อนย้ายไปให้ผู้ที่ต้องการต่อได้นั่นเอง จะเรียกว่า โมบายโฮม ก็ได้ โดยมีห้องที่ค่อนข้างจำกัดตามขนาดของตู้ที่นำมาสร้าง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ถ้าตู้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นก็อาจเพิ่มในส่วนของระเบียงบ้านได้

 

แปลงร่างเป็นสระว่ายน้ำ  ถ้าคุณไม่เคยคิดว่าตู้คอนเทนเนอร์จะช่วยเนรมิตสระว่ายน้ำส่วนตัวได้ คุณจะประหลาดใจและพบว่ามันวิเศษมากๆ เพราะไม่ต้องทำการขุดใดๆ ทำให้สระว่ายน้ำตู้คอนเทนเนอร์ราคาถูกและจ่ายน้อยกว่าสระว่ายน้ำทั่วไป

 

รีสอร์ท โรงแรม หรือ บ้านพักตากอากาศสวยๆ เดี๋ยวนี้พวกโรงแรม รีสอร์ท และ บ้านพักต่างๆ มีการแข่งขันที่สูงมากๆ เพราะการท่องเที่ยวก็เป็นเศรษฐกิจอันดับต้นๆ และเมื่ออาศัยความเป็นเอกลักษณ์ของตู้คอนเทนเนอร์มาปรับแต่งให้เป็นโรงแรมเท่ๆ ที่สามารถเรียกลูกค้าเข้ามาพักได้เพิ่มขึ้น จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นตู้คอนเทนเนอร์รีสอร์ท หรือ โรงแรมที่่พักต่างๆถูกสรรสร้างด้วยตู้เหล่านี้แทบทั่วมุมโลก  

 

ตู้คอนเทนเนอร์สำนักงาน / ออฟฟิศคอนเทนเนอร์  เมื่อก่อนสำนักงานคอนเทนเนอร์มักถูกใช้งานในภาคสนาม  แต่ปัจจุบันก็ใช้กันแพร่หลายในหลายรูปแบบ เพราะติดตั้งและรื้อถอนง่าย รวดเร็วต่อการใช้งาน  ส่วนใหญ่ในกรณีของการนำมาดัดแปลงเป็นสำนักงานหรือออฟฟิศ มักจะเป็นในรูปแบบของการเช่าตู้คอนเทนเนอร์ หรือ ตู้ออฟฟิศมือสองเสียมากกว่า เพราะเมื่อจบงานหรือต้องการเลิกใช้ก็ไม่ต้องยุ่งยากกับปัญหาเรื่องไม่มีที่เก็บตู้ อัตราค่าเช่าจะเริ่มกันที่  5,000 บาท / ตู้ / เดือน และมีค่าขนส่งไป-กลับด้วย ราคาดังกล่าวอาจมีเพิ่มค่าประกันความเสียหาย เช่น การเก็บล่วงหน้าตามระยะเวลาที่ตกลงกัน

 

ร้านกาแฟคอนเทนเนอร์ / ร้านอาหารคอนเทนเนอร์ / คอนเทนเนอร์มินิมาร์ท   หากคุณเคยฝันจะมีร้านเล็กๆเป็นของตัวเองแต่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ตู้คอนเทนเนอร์อาจเป็นคำตอบให้คุณได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าในหมู่บ้าน  ร้านกาแฟคอนเทนเนอร์  หรือคอนเทนเนอร์ร้านอาหาร แค่ตกแต่งเพิ่มเล็กน้อยตามที่คุณต้องการ ก็พร้อมเปิดร้านได้เลย 

Mature woman working indoors in home office in container house in backyard, using smartphone.

ห้องน้ำคอนเทนเนอร์เคลื่อนที่ / ห้องส้วมคอนเทนเนอร์สาธารณะ

เคยไปตามงานอีเว้นท์ต่างๆ ก็เริ่มเห็นห้องน้ำเคลื่อนที่หลายแห่งที่ดัดแปลงมาจากตู้เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นแบบยาวที่มีหลายห้อง หรือแบบแยกห้องเดี่ยวเป็นส้วมสาธารณะ ทราบมาว่ามีทั้งแบบซื้อขาดและให้เช่าห้องน้ำคอนเทนเนอร์ 

 

ตู้รปภ.คอนเทนเนอร์ 

ตู้รปภ.หรือออฟฟิศหน่วยรักษาความปลอดภัย ที่มักอยู่ด้านหน้าตามสำนักงาน  ออฟฟิศ โรงแรม หรือ คอนโดต่างๆ เดี๋ยวนี้ก็มักจะดัดแปลงมาจากเจ้าตู้เหล่านี้และมีการสีทับหลากหลายสวยแปลกตาอยู่เหมือนกัน 

บ้านพักคนงาน / บ้านพักไซต์งานก่อสร้าง

เป็นบ้านชั่วคราวให้กับคนงานหรือแม้แต่สำนักงานชั่วคราวตามไซต์งานการก่อสร้างหลายแห่ง 

 

แล้วราคาตู้คอนเทนเนอร์แพงไหมนะ…

 

ตู้คอนเทนเนอร์ราคาเท่าไร

ราคาตู้คอนเทนเนอร์มือสอง ราคาจะขึ้นอยู่กับสภาพความเก่า-ใหม่ของตู้เป็นหลัก ราคาตู้คอนเทนเนอร์มือสอง 25,000 – 28,000บาท สภาพตู้อาจต้องปรับแต่งมากหน่อย ขยับขึ้นมาแบบสถาพดีพอใช้ราคาก็ราวๆ 35,000 บาท แต่ถ้าตู้ยังดูสวยมากแทบไม่เห็นตำหนิเลย ส่วนใหญ่จะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20ฟุต  (ตู้มารีน) ราคาประมาณ 50,000 ขึ้นไป ซึ่งจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่ตู้มือสองมักจะมีการดัดแปลงมาบ้างแล้ว ทำให้ต่อเติมเพิ่มแต่งอีกเล็กน้อยหากต้องการ ทำให้ลดค่าตกแต่งลงไปอีก อย่างเช่น ตู้คอนเทนเนอร์ร้านกาแฟมือสอง เป็นต้น 

 

ราคาตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ เริ่มต้นจะอยู่ประมาณ 130,000 บาท แต่ถ้าเป็นราคาตู้คอนเทนเนอร์ออฟฟิศสำเร็จรูปจะอยู่ที่ประมาณ 80,000-100,000 บาทขึ้นไป 

 

ราคาขายสำนักงานตู้คอนเทนเนอร์ โดยส่วนใหญ่ถ้าไม่รวมแอร์ก็จะเริ่มราคาประมาณ 100,000บาท/ตู้ ในกรณีจะเพิ่มแอร์ จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามาซึ่งจะเป็นราคาแล้วแต่ตามตกลงกัน

 

จะหาซื้อตู้คอนเทนเนอร์ได้ที่ไหน

โดยแหล่งซื้อขายตู้คอนเทนเนอร์อาจหาได้ตามท่าเรือขนส่งสินค้า หรือถ้าจะหาในกรุงเทพฯ สามารถดูได้ตามเว็บไซต์ Contatiner Knockdown โดยราคาจะมีขึ้นลงตลอด 

 

ขณะที่ทำการหาข้อมูล ก็ได้เห็นคำถามหรือปัญหาที่มีคนให้ความสนใจเกี่ยวกับตู้คอนเทนเนอร์เยอะมาก แต่คำถามยอดฮิตที่เจอมาและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับใครๆอีกหลายคนก็จะมีดังนี้

มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแอบแฝงหรือไม่ 

การต่อเติมไฟฟ้า การเจาะหน้าต่าง-ประตู  การจัดส่ง รวมไปถึงการขอใบอนุญาต สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยิ่งคุณต้องการเพิ่มส่วนรายละเอียดมากเท่าไรก็ยิ่งมีการเพิ่มยอดจ่ายมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีอีกหลายๆคนเห็นว่า บ้านหรืออาคารจากตู้คอนเทนเนอร์ถูกกว่าการสร้างที่อยู่อาศัยแบบทั่วไป

 

บ้านตู้คอนเทนเนอร์ร้อนไหม อาคารที่ทำจากคอนเทนเนอร์จะเปลืองค่าแอร์หรือเปล่า ด้วยวัสดุที่เป็นเหล็กและอลูมิเนียม แน่นอนว่าคุณสมบัติของมันคือ ผลิตง่าย ดูดี ทนทานต่อการรับน้ำหนัก ไม่แตกหักง่าย และเมื่อสัมผัสกับอากาศจะเกิด อลูมิเนียมออกไซต์ เคลือบบริเวณผิววัสดุ สามารถป้องกันการกัดกร่อนได้และมันก็ยังเป็นตัวนำความร้อนได้ดีมากและมากกว่าเหล็กธรรมดาถึง3เท่า ดังนั้นต้องใส่ฉนวนกันความร้อนด้านในของตู้ก่อนเพื่อช่วยลดปัญหาความร้อนและอาจเสริมส่วนที่ช่วยบังแดด เช่น ทำหลังคา ทำระแนงบังแดด

 

จะเลือกฉนวนกันความร้อนใส่บ้านทั้งที แต่ความรู้เรื่องนี้ไม่มี ทำไงดี…

 

ฉนวนกันความร้อนทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

1.ฉนวนกันความร้อนแบบแผ่น จะติดตั้งไว้บนฝ้าเพดานหรือใต้หลังคา หาซื้อได้ง่ายและมีหลายราคาให้เลือก โดยฉนวนกันความร้อนแบบแผ่นมี4ชนิด ได้แก่ ฉนวนกันความร้อนอลูมิเนียมฟรอยล์ , ฉนวนกันความร้อนโฟมโพลีเอทิลีน , ฉนวนกันความร้อนใยแก้ว และ ฉนวนกันความร้อนโพลีสไตรีนโฟม

 

2.ฉนวนกันความร้อนแบบพ่น หรือ ที่เรียกว่าโฟมกันความร้อน ด้วยเป็นชนิดแบบพ่นจึงเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุมที่ต้องการ แต่มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากมีความยุ่งยากและต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ มักเป็นที่นิยมสำหรับอาคารและ

โรงงาน โฟมชนิดนี้ได้แก่ ฉนวนกันความร้อนเซรามิคโค้ดติ้ง และ ฉนวนกันความร้อนเยื่อกระดาษ 

 

ฉนวนกันความร้อนที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ 

ฉนวนกันความร้อนโฟมโพลียูรีเทน (PU FOAM) หรือ โฟมเหลือง เป็นฉนวนกันความร้อนที่มีทั้งแบบแผ่นและแบบพ่นให้เลือกตามความต้องการ ข้อดีของพียูโฟม คือ ช่วยลดความร้อนใต้หลังคาได้มากถึง 15-35 องศา ช่วยเก็บความเย็นภายในอาคารทำให้ประหยัดค่าแอร์ได้ดีเยี่ยม ลดเสียงจากภายนอกได้ 20-40เดซิเบล จึงป้องกันเสียงรบกวนได้ดี ทนต่อกรด-ด่าง ไม่ดูดซับน้ำ มีอายุการใช้งานได้มากกว่า 20 ปี โดยไร้ปัญหาพียูโฟมหลุดร่อน ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง

 

ตู้คอนเทนเนอร์มีอายุการใช้งานนานแค่ไหน 

ปกติตู้คอนเทนเนอร์ มักจะมีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 30 ปี นับจากวันที่ผลิต แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานจริงด้วย อาจต้องลงน้ำยากันสนิม และ คอยตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

 

กันสนิมอย่างไรให้ตู้คอนเทนเนอร์อยู่กับเรานานๆ 

ปัจจุบันมีน้ำยาหยุดสนิม Anti rust ที่ใช้ทาบนโลหะที่เป็นสนิมเพื่อหยุดการแพร่กระจายของสนิมได้ โดยทาลงบริเวณที่เป็นสนิมแล้วรอให้แห้งทิ้งไว้ประมาณ 8 ชม. วิธีนี้จะช่วยหยุดการแพร่กระจายได้ หากต้องการทาสีทับก็ใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำยาให้แห้งแล้วทาสีทับได้เลย

 

วางตู้บนพื้นดินเลยได้หรือไม่ การวางตู้บนพื้นดินเลยโดยไร้สิ่งใดรองรับจะมีปัญหาเรื่องความชื้นและตู้คอนเทนเนอร์เองก็ค่อนข้างหนัก ถ้าวางตู้บนพื้นที่มีความอ่อนตัวอาจจะทำให้ตัวตู้หรืออาคารทรุดได้ ฉะนั้นควรต้องมีฐานรองรับตู้ โดยปรึกษาวิศวกรผู้ชำนาญจะดีที่สุด

 

เจาะประตู-หน้าต่าง ตู้คอนเทนเนอร์ ได้แค่ไหน

การที่จะเจาะประตูหรือหน้าต่างต้องมีการเสริมเหล็กบริเวณขอบทั้ง4ด้านของช่องที่เจาะ ให้ช่วยรับน้ำหนักแทนส่วนของผนังที่ถูกเจาะหายไป จึงจำเป็นต้องใช้ช่างที่ชำนาญโดยเฉพาะ เพราะต้องใช้ไฟในการเจาะ โดยทั่วไปเวลาที่ซื้อตู้กับบริษัทชั้นนำหรือที่เขาจำหน่ายตู้คอนเทนเนอร์ก็จะมีวิศวกร และ ช่างซ่อมบำรุงอยู่แล้ว สามารถแจ้งให้เขาดำเนินการได้เลย

 

การสร้างบ้านคอนเทนเนอร์ต้องขออนุญาตหรือไม่ ถึงแม้จะเป็นการสร้างบ้านจากตู้คอนเทนเนอร์ แต่ก็ยังต้องมีการคำนวนโครงสร้างทางวิศวกรรม รวมไปถึงส่วนของกฏหมายด้านอาคารต่างๆ เพราะตู้คอนเทนเนอร์จะกลายเป็นบ้านหรือที่อยู่อาศัยประเภทหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องมีการขออนุญาตก่อนก่อสร้างเหมือนการสร้างอาคารทั่วไปนั่นเอง

 

อะไหล่ตู้คอนเทนเนอร์หาซื้อได้ที่ไหน 

โดยปกติแล้วตู้คอนเทนเนอร์จะไม่ได้มีอะไหล่ขายทั่วไป ต้องเป็นร้านที่จำหน่ายเฉพาะ หรือ โรงงานที่ผลิตคอนเทนเนอร์โดยตรง ก็จะได้อะไหล่ที่ตรงสเป็คและราคาไม่แพงเกินไป และปัจจุบัน 

 

ทำไมตู้คอนเทนเนอร์ถึงขาดแคลน 

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนกักตัวอยู่บ้านกันมากขึ้น จึงมีการสั่งซื้อของในระบบออนไลน์มากขึ้นตามไปด้วย สินค้าส่งออกส่วนใหญ่มักจะใช้บริการตู้คอนเทนเนอร์ ก็ได้รับผลกระทบนี้ไปด้วย ไม่วาจะเป็นในเรื่องของความต้องการใช้ตู้เปล่าในการบรรจุสินค้า หรือ อัตราค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เกิดเหตุการณ์ ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน 

 

ในประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน เนื่องจากตู้ที่ถูกตีกลับไปฝั่งทางอเมริกา-ยุโรป แล้วติดช่วงโควิดอีก และ ทางฝั่งจีนเจ้าพ่อส่งออกตู้คอนเทนเนอร์ก็ถูกกักไว้ในประเทศเพราะข่าวเรื่องเชื้อโควิดนั่นเอง 

 

จึงสรุปได้ว่า ตู้คอนเทนเนอร์สามารถอาศัยอยู่ได้จริง มีการยอมรับและขยายไปอย่างกว้างขวางทั่วโลก ในการนำตู้คอนเทนเนอร์มาปรับใช้ให้เป็นนวัตกรรมทางเลือกในปัจจุบัน ทั้งช่วยประหยัดเวลาในการก่อสร้าง เคลื่อนย้ายง่าย ราคาถูก และ มีความโมเดิร์น แล้วยังเป็นการ reuse นำสิ่งของกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดขยะให้กับโลกอีกด้วย 

 

 

 

หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับการศัลยกรรมทำตาสองชั้น แต่อาจจะไม่เคยได้ยินคำว่า “ ผ่าตัดเปิดหัวตา ” ซึ่งการผ่าตัดเปิดหัวตานั้นเป็นการแก้ไขและตกแต่งหนังตาบนที่ยื่นลงมาปิดบริเวณหัวตาทำให้ตาเป็นชั้นเดียว

สำหรับคนเอเชียหรือคนไทยส่วนใหญ่จะมีรูปตาที่เล็กกว่าคนยุโรป สาเหตุที่ดวงตาดูเล็กนั้น เป็นเพราะบริเวณหัวตาจะมีรอยพับของหนังตา ซึ่งการผ่าตัดเปิดหัวตาจะช่วยให้ดวงตาหวาน ตาโตและสวยงามมากขึ้น และยังทำให้มองเห็นสันจมูกได้ชัดเจนมากขึ้น หากมองก็จะรู้สึกเหมือนจมูกโด่งขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การผ่าตัดเปิดหัวตาได้รับความนิยมมากทั้งเหล่าดารา เซเลป ทำให้ตอนนี้การผ่าตัดเปิดหัวตากลายเป็นเทรนด์มาแรงกันทั่วโลก

การผ่าตัดเปิดหัวตา

เป็นการศัลยกรรมตกแต่งเนื้อบริเวณหัวตาให้ได้รูปที่สวยงาม โดยใช้เทคนิคเฉพาะทาง ซึ่งหากใครอยากทำตาสองชั้นด้วย ก็สามารถทำควบคู่ในครั้งเดียวกันได้เลยค่ะ จะทำให้ดวงตาดูสวยคมมากยิ่งขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงหลังการผ่าตัด

หลังการผ่าตัดอาจจะรู้สึกตึงรอบๆ ดวงตา แต่จะหายเป็นปกติใน 1 สัปดาห์ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดหลังการผ่าตัดนั้นจะเห็นตาขาวตรงบริเวณหัวตามากขึ้น ทำให้ดวงตาดูเรียวยาว หัวตาแหลมมากขึ้น ตาโตและหวานมากขึ้น การศัลยกรรมผ่าตัดเปิดหัวตาจึงเหมาะกับสาวๆ คนไทยที่อยากให้ดวงตาโต หวานสวย สไตล์เกาหลี

การผ่าตัดถุงใต้ตา เป็นยังไง น่ากลัวมั้ย ?

รู้หรือไม่ ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร ? หลายๆ คนมักมีความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาถุงใต้ตา การเกิดถุงใต้ตานั้นมาจากไขมันที่สะสมกันจนทำให้ถุงใต้ตาหย่อยคล้อย ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดถุงไขมันใต้ตานั้นมากจากหลายสาเหตุ

ยกตัวอย่างเช่น ถุงใต้ตาเกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณรอบๆ ดวงตา และมีการสะสมน้ำทั้งบริเวณใต้ตาล่างและหนังตาด้านบน ซึ่งเมื่อไขมันและน้ำมีการสะสมมากขึ้นจึงก่อให้เกิดเป็นถุงใต้ตา และทำให้หนังตาหย่อนคล้อย เป็นต้น

 

การผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน เพราะทางการแพทย์ถือเป็นการผ่าตัดเล็ก จึงไม่ต้องกังวล และราคาการผ่าตัดถุงใต้ตาในปัจจุบันก็ไม่แพง เพื่อให้ดวงตาได้กลับสวยงาม ดูเด่นอีกครั้งนั่นเองค่าาา

ก่อนการผ่าตัดถุงใต้ตาควรเตรียมตัวอย่างไร

คนไข้ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตา สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจ ความดัน และเบาหวาน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อให้แพทย์ประเมินก่อนและต้องได้รับคำอนุญาตจากแพทย์จึงเข้ารับการผ่าตัดได้ ควรงดรับประทานอาหารเสริม วิตามินบำรุงต่างๆ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตาประมาณ 2 สัปดาห์ และควรงดการดื่มสุราและสิ่งของมึนเมาก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1-2 วัน และควรงดสูบบุหรี่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1 เดือน

 

ขั้นตอนการผ่าตัดถุงใต้ตา

ก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะพูดคุยและให้คำปรึกษาแก่คนไข้ พร้อมทั้งทำการตรวจบริเวณชั้นตาเพื่อประเมินว่าควรแก้ไขและรักษาถุงใต้ตาอย่างไรให้สวยงามเหมาะสมตรงตามที่คนไข้ต้องการ เมื่อให้คำปรึกษากับคนไข้เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มทำการผ่าตัด

ในการผ่าตัดถุงใต้ตาโดยทั่วไปจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะจุดตรงบริเวณที่จะทำการผ่าตัด เมื่อยาชาออกฤทธิ์แพทย์จะทำการผ่าตัดซึ่งวิธีการในการผ่าตัดถุงใต้ตาเพื่อนำไขมันถุงใต้ตาที่เป็นส่วนเกินออกนั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคเฉพาะของแพทย์แต่ละท่าน เมื่อผ่าตัดเอาไขมันถุงใต้ตาออกแล้วแพทย์จะเย็บแผล ซึ่งจะใช้เทคนิคการเย็บแบบซ่อนรอยแผล เมื่อแผลหายและเข้าที่แล้วจะมองไม่เห็นรอยแผล เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วรอให้ยาชาหมดฤทธิ์ แพทย์จะอนุญาตให้คนไข้สามารถกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้ทันที

หลังการผ่าตัดถุงใต้ตาควรดูแลอย่างไร

หลังการผ่าตัดคนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานตามแพทย์สั่ง รวมไปถึงควรเข้าพบแพทย์ตามกำหนด เพื่อประมาณหลังการผ่าตัดถุงใต้ตา ซึ่งหลังการผ่าตัดถุงใต้ตาคนไข้ควรปฏิบัติดังนี้

  1. สองวันแรกหลังการผ่าตัดถุงใต้ตา หรือการผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา คนไข้ควรประคบเย็นรอบดวงตาและหน้าผาก เพื่อช่วยลดอาการบวม
  2. สองวันแรกหลังการผ่าตัดไม่ควรให้แผลโดนน้ำ หากต้องการทำความสะอาดควรใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดแล้วเช็ดเบาๆ
  3. หลังการผ่าตัดถุงใต้ตาควรนอนยกศีรษะสูง จะช่วยลดอาการบวมได้ดียิ่งขึ้น
  4. หลังผ่าตัดถุงใต้ตาไม่ควรใช้สายตามาก ควรพักสายตามากๆ ในช่วงสามวันแรกหลังการผ่าตัด
  5. สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดถุงใต้ตาควรงดใส่คอนแทคเลนส์ และสวมแว่นแทน

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

หลายๆ ครั้งมักพบคำว่าถามว่า หลังจากผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาแล้วหนังตาจะปลิ้นหรือไม่ ? เป็นคำถามที่หลายๆ คนกังวล ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำตอบสำหรับคำถามนี้ว่า ความเสี่ยงนี้อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีอายุมาก หรือผู้ที่มีหนังตาหรือเปลือกตาที่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ก่อนแล้ว หากการผ่าตัดนั้นมีการตัดแต่งหนังตาล่างมากเกินไปก็จะมีโอกาสที่ทำให้หนังตาปลิ้นได้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งว่าควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจะเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

ศึกชิงแชมป์ ลูกทุ่งเงินล้าน ชิงถ้วยรางวัลชนะเลิศจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ออกอากาศ ทุกวันเสาร์ เวลา 15.00 น. มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ กับ สุดยอด 8 ทีมสุดท้าย

 

 

 สุดยอดการแข่งขันประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง ระดับคุณภาพ เพื่อค้นหาสุดยอดวงดนตรี ดีที่สุด มีคุณภาพที่สุด เข้าไป ชิงถ้วยรางวัลชนะเลิศจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

โดยคุณวิทยา ศุภพรโอภาส นักจัดรายการชื่อดังผู้คร่าหวอดในวงการเพลงและได้รับการยอมรับของวงการเพลงลูกทุ่งไทย ภายใต้การผลิตของทีมงานคุณภาพ บริษัท เอ็กซ์เพรส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

จากการเฟ้นหาวงดนตรี ที่มีคุณภาพ ผ่านพ้นไปแล้ว กับรอบคัดเลือก 16 ทีม จนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย !!! มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ กันว่า 8 ทีมสุดท้ายนี้ วงใดจะผ่านสายตา คณะกรรมการผู้ชำนาญการ ทั้ง 5 ท่านไปได้

 

วันเสาร์ที่ 4 มิ.ย. นี้ พบกับ
วงดนตรีลูกทุ่งเทพมิตรศึกษา ประชันพลังเสียงกับ วงดนตรีลูกทุ่งวัดห้วยจระเข้วิทยาคม และ ศิลปินรับเชิญสุดพิเศษ “ยิ่งยง ยอดบัวงาม” ที่จะมาร่วมขับร้องบทเพลงดัง บนเวทีศึกชิงแชมป์ ฯ แห่งนี้ พร้อมด้วย Commentator รับเชิญพิเศษ ผู้ชำนาญการด้านการร้อง “คัฑลียา มารศรี” ที่จะมาร่วมชี้ขาดกับศึกครั้งนี้อย่างแน่นอน…


วันเสาร์ที่ 11 มิ.ย. 59 พบกับ
วงดนตรีลูกทุ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ประชันพลังเสียงกับ วงดนตรีลูกทุ่งพิบูลวิทยาลัย และ ศิลปินรับเชิญยอดนิยม “เอกชัย ศรีวิชัย” กับผลงานเพลง” คิดถึงบ้านเกิด” สนุก มันส์ แดนซ์กระจาย…. พร้อมด้วย Commentator รับเชิญพิเศษ ผู้ชำนาญการด้านการร้อง “คัฑลียา มารศรี” ที่จะมาร่วมชี้ขาดกับศึกครั้งนี้อย่างแน่นอน…


วันเสาร์ที่ 18 มิ.ย. 59 พบกับ
วงดนตรีลูกทุ่งพนมทวนชนูปถัมภ์ ประชันพลังเสียงกับ วงดนตรีลูกทุ่งชา ป่ างามวิทยาคม และ ศิลปินรับเชิญสุดสวยนามเพราะ ธิดาแดนซ์ “ หลิว อาจารียา พรมพฤกษ์” พร้อมด้วย Commentator รับเชิญพิเศษ ผู้ชำนาญการด้านการร้อง ศิลปินแห่งชาติ “ชินกร ไกรลาศ” ที่จะมาร่วมตัดสิน และชี้ขาดให้กับศึกรอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้


วันเสาร์ที่ 25 มิ.ย. 59 พบกับ
วงดนตรีลูกทุ่ง SPU Band (ม.ศรีปทุม) ประชันพลังเสียงกับ วงดนตรีลูกทุ่งสุวรรณพลับพลาพิทยาคม และ ศิลปินรับเชิญชื่อดัง ยอดนิยม “เสรี รุ่งสว่าง” และ “สดใส รุ่งโพธ์ิทอง” มาเป็นเกียรติร้องเพลง และสร้างสีสันให้กับเวที ศึกชิงแชมป์ ลูกทุ่งเงินล้าน


พร้อมด้วย Commentator รับเชิญพิเศษ ผู้ชานาญการด้านการร้อง ศิลปินแห่งชาติ “ชินกร ไกรลาศ” ที่จะมาร่วมตัดสิน และชี้ขาดให้กับศึกรอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้

พลาดไม่ได้ !!! ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์
กับ สุดยอดวงดนตรีลูกทุ่ง ระดับคุณภาพ ที่จะก้าวไปสู่แถวหน้าของไทยในเวที…
“ศึกชิงแชมป์ ลูกทุ่งเงินล้าน” รอบ 8 ทีมสุดท้าย เริ่ม วันเสาร์ที่ 4 มิ.ย. นี้
ที่สถานีโทรทัศน์ PPTV HD 36

 
 

อนันดาฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม กับโครงการ “คุณได้บ้าน = คุณให้บ้าน” ปีที่ 3 สนับสนุนให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นำทีมโดย คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทีมงานจากบริษัทรับเหมาก่อสร้าง บริษัทออกแบบ พนักงาน Blogger และมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย (Habitat for Humanity Thailand) รวมกว่า 90 คน ร่วมเป็นอาสาสมัครก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ณ ต.วังจุฬา อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จำนวน 2 หลัง ให้แก่ ในโครงการ “คุณได้บ้าน = คุณให้บ้าน” ปีที่ 3

 

โครงการดีๆ ด้าน CSR ที่ อนันดาฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม ซึ่งริเริ่มขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการแบ่งปันความสุขด้านปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต คือ ที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ที่ยังต้องการความช่วยเหลือในสังคม สนับสนุนให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยทุกการซื้อที่อยู่อาศัยหนึ่งยูนิตของลูกค้า ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2556 บริษัทฯ จะบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท เพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านพักอาศัยให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติโดยมูลนิธิที่อยู่อาศัยประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีที่ผ่านมา อนันดาฯ ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิที่อยู่อาศัย (ประเทศไทย) มาอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของการสนับสนุนทางการเงินและทีมงานก่อสร้างบ้านพักแก่ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ต่างๆ ด้วยความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน และเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขในการมอบสิ่งดีๆ ให้กับสังคม

บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ให้การสนับสนุนมูลนิธิที่อยู่อาศัยสร้างบ้านให้กับครอบครัวผู้มีรายได้น้อยมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 7 ปี และได้ดำเนินการสร้างและส่งมอบบ้าน รวมถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับชุมชนในพื้นที่แล้ว 29 หลัง โดยเริ่มแรกใน “โครงการจิมมี่-โรสลิน คาร์เตอร์” ที่จังหวัดเชียงใหม่รวมถึงโครงการที่ร่วมให้ความช่วยเหลือในการสร้างศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนริเริ่มจัดทำเป็นโครงการ “คุณได้บ้าน = คุณให้บ้าน” ปีที่ 1 ในปี 2557 และล่าสุด ในปี 2559 กับโครงการ “คุณได้บ้าน = คุณให้บ้าน” ปีที่ 3 ดำเนินการก่อสร้างบ้านให้กับชาวบ้านใน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 หลัง เมื่อเร็วๆ นี้

การเสริมจมูก หรือการทำศัลยกรรมจมูกมานั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในจมูก เพื่อที่จะทำให้จมูกสูงและสวยขึ้น

ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่หลังจากการผ่าตัดในช่วงแรกๆ จะรู้สึกปวดและอาจมีการอักเสบจากได้อาการบวมนั้นเกิดจากการที่ของเหลวทั้งหมดไหลมาอยู่รวมกัน ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะระบบร่างกายมีการปรับสภาพได้เองตามธรรมชาติ เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้วก็จะหายเป็นปกติเอง แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่คุณสามารถที่จะทำการช่วยในการลดหรือทุเลาอาการเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง ง่ายๆ แค่

1. การประคบเย็น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการนาบโดยตรง เพราะหลังจากการผ่าตัด หากต้องการให้จมูกเป็นปกติอย่างเร็วที่สุด หนทางเดียว คือ การไม่ไปสัมผัส หรือจับต้อง แตะ จมูกอย่างเด็ดขาด การประคบที่ถูกวิธีคือการประคบรอบๆดวงตา ริมฝีปาก แก้ม สำหรับอาการบวมนั้นยังไม่หายทันทีในวันแรกที่ผ่าตัดมาก็ไม่ต้องตกใจน่ะคะ เพราะว่าการบวมจะบวมมากที่สุดหลังการเสริมจมูก 2 – 3 วัน

2. การเดิน หรืออกกำลังกายเบาๆ นั้นจะสามารถช่วยกระตุ้นให้จมูกเกิดการปรับตัว และสามารถลกอาการบวมได้อีกด้วย ย้ำนะคะ ว่าต้องเป็นการออกกำลังกายที่เบาๆ สบายๆเท่านั้น เพราะช่วงเวลาที่ออกกำลังกายจะเป็นการกระตุ้นและการเพิ่มการไหลเวียนของ เลือด และการทำงานในส่วนต่างๆของร่างกาย เมื่อเลือดไหลเวียนคล่องตัว อาการบวมก็จะลดอย่างรวดเร็ว

3. อย่าลืมกินยา เนื่องการการทำจมูก หรือเสริมจมูกนั้น ย่อมมีความเสี่ยงต่อการอักเสบที่สุด ดังนั้นแนวทางการป้องกันคือการทานยาตามที่แพทย์ได้จัดให้ตามระยะเวลาที่ กำหนด

4. หากต้องการให้จมูกลงรอยได้รวดเร็วที่สุดเลยนั้น ทางที่ดีภายใน 4 อาทิตย์หลังผ่าตัด ควรงดที่จะออกไปยังสถานที่ที่แน่นไปด้วยผู้คนล่ะ เพราะอาจก่อให้เกิดการเบียด สำหรับการปฏิบัติตัวในการนอนนั้นจะต้องนอนหมอนสูง 2- 3 ลูกซ้อนกัน หรือนั่งหลับเพียงเท่านี้ก็สามารถลดอาการบวมได้ไปเยอะเลยทีเดียว

ด้วยเทคนิคง่ายๆ แค่นี้ ก็สามารถทำให้อาการบวมลดลงและจมูกที่เสริมมาเข้าที่ได้เร็วด้วยนะคะ

 

ข้อมูลและภาพประกอบจาก Dr.Saran Clinic

 
 
 
 
 

เสริมจมูกเสร็จ สดๆร้อนๆ ตั้งแต่เดินก้าวออกจากห้องผ่าตัดออกมา ต้องดูแลจมูกใหม่ ให้มีอาการบวมช้ำน้อยที่สุด

หลังจากที่ผ่าตัดเสร็จนั้น ควรประคบเย็นทันที เพราะยังจะมีเลือดไหลออกมาอยู่ บางคนไหลเยอะ บางคนก็โชคดีเลือดไหลนิดเดียว แต่คุณหมอจะให้ผ้าก็อตกับคุณไว้ซับเลือดระหว่างเดินทางกลับบ้านไปพักฟื้น และนี่คือจุดเริ่มต้น

 

 

การเสริมจมูก มีระยะเวลาการพักฟื้น

ควรทำการประคบเย็น 2 วัน เพื่อลดอาการบวม อย่าเข้าใจผิดว่าให้ประคบเย็นตรงจมูก ควรหลีกเลี่ยงเว้นบริเวณจมูกไว้ ให้ประคบช่วงแก้ม รอบจมูก พอเข้าวันที่ 3 จะเริ่มมีอาการช้ำ แนะนำให้ประคบร้อน ส่วนเวลานอนคือสิ่งที่ลำบากที่สุดสำหรับคนที่เสริมจมูกมา ควรใส่หมอนรองคอ นอนหมอนสูง ไม่ควรนอนตะแคง นอนคว่ำ จะทำให้จมูกเอียง ไม่ได้รูป และแผลหายช้ากว่าเดิม ถ้าจะล้างหน้าก็ใช้สำลีชุบน้ำเช็ดหน้าตามสะดวก แผลผ่าตัดห้ามโดนน้ำ 2 วัน เพราะไม่ควรที่จะสัมผัสจมูกในช่วงนี้เด็ดขาด จะเป็นการรบกวนและทำให้แผลสมานช้า อาจบวมเพิ่มหรือช้ำเขียวมากกว่าเดิม

 

 

หลังจากเสริมจมูก ต้องทานยาตามหมอสั่ง

คุณหมอจะจ่ายยาที่เอาไว้ลดอาการปวด บวม ฆ่าเชื้อต่างๆ ควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตามที่คุณหมอสั่ง จะได้ไม่มีอาการอักเสบตามมา ระหว่างฟักพื้น ไม่ควรสูบบุหรี่ ควันบุหรี่จะออกทางจมูก เป็นการรบกวน ทำให้หายช้ากว่าเดิม ควรงดแอลกอฮอลล์ อาหารหมักดอง ไม่เช่นนั้น แผลจะเน่า อีกอย่างควรหลีกเลี่ยงสถานที่หรือนอนในห้องที่มีฝุ่นมาก ถ้าใครเป็นภูมิแพ้ น้ำมูกไหล จาม ไอ ไม่ผลดีในช่วงพักฟื้น

 

 

เสริมจมูกแล้วติดเชื้อ

พอพักฟื้นหลังจากเสริมจมูกผ่านไปหลายวัน อาการบวมไม่ลดลง เป็นอาการติดเชื้อ วันที่ 4-5 อาการบวมจะลดลงหรือหายไป แต่ถ้าใครยังไม่หาย และยังมีอาการบวมแดงบริเวณมุมหัวตา อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ถ้าเกิดเราไปกินของแสลง หรือจมูกได้รับการกระทบกระเทือน และควรระวังถ้ารู้สึกว่ามีน้ำเหลืองเกาะติดบริเวณหรือไหลออกมา ซึ่งเกิดจากเชื้อแบททีเรียจากซิลิโคน แนะนำใช้คัตตอนบัตเช็ดเบา บริเวณนั้น และทานยาฆ่าเชื้อ

 

เสริมจมูกแล้วรู้สึกจมูกเบี้ยว เอียง

เมื่อเสริมจมูกผ่านไปประมาณ 1 เดือน จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของทรงจมูก ดูเข้ารูปมากขึ้น เพราะอาการบวม ช้ำได้หายไป บางคนดูแลดี คุณหมอเชี่ยวชาญ มือเบา ก็อาจไม่บวม หรือช้ำมาก ช่วง 1-3 เดือน จะเป็นช่วงที่ดูว่าทรงจมูกที่ไปเสริมมา เป็นอย่างที่เราต้องการมากน้อยแค่ไหน ก็ไม่ต้องกังวล ถ้าจมูกเบี้ยว เอียง เพราะคุณหมอสามารถแก้ให้ได้ ถ้าอยู่ในช่วงพักฟื้น หรือถ้าทำมาประมาณ 2-3 ปี รู้สึกรูปทรงจมูกเบี้ยว กล่าวคือซิลิโคนข้างในเบี้ยว ถ้าเราแน่ใจว่าไม่ได้ทำให้จมูกกระทบกระเทือน สาเหตุคงเกิดจากเนื้อเยื้อ ผังพืดยึดเกาะกับซิลิโคน ควรรีบไปปรึกษาคุณหมอโดยด่วน ก่อนจะสายไปนะจ้ะ

 

 

การศัลยกรรม ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าคุณรู้จักวิธีดูแล และเอาใจใส่ ที่สำคัญต้องเชื่อฟังแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ เพื่อจมูกสวยจะได้ดูเด่นอยู่กับเราไปนานๆ

ผมสั้น ถือเป็นอีกหนึ่งทรงฮิตที่เหมาะกับอากาศบ้านเราสุดๆ เพราะทำให้ดูเด็ก สดใส ดูแลก็ง่าย ไม่ต้องใช้เวลานาน ซึ่งหากรู้เทคนิคการเซ็ตผมสั้นแล้ว ก็สวยมั่นไม่ซ้ำวันได้พอๆ กับสาวผมยาวเลยทีเดียวค่ะ

หากใครชอบผมสั้นสดใสน่ารักแบบสาวญี่ปุ่นต้องลองดูตัวอย่างทรงผมสั้นที่เรานำมาฝากกัน อาจจะติดใจอยากตัดผมสั้น จนไม่อยากกลับไปไว้ผมยาวเลยก็ได้นะคะ