ปฏิเสธไม่ได้ว่า เสื้อผ้า เป็น 1 ใน ปัจจัย 4 ของคนเรา จากเครื่องนุ่งห่มที่จำเป็น สู่ความสวยงามของแฟชั่น และ เอกลักษณ์ของแบรนด์ธุรกิจ รวมถึงลักษณะกิจการอาชีพ ด้วยความหลากหลายในการใช้งานที่แตกต่างกันนี่เอง จึงมีการผลิตเนื้อผ้าแต่ละชนิดขึ้นมา เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อการใช้งานมากที่สุด 

ปัจจุบันเนื้อผ้า (fabric) ที่นำมาใช้ตัดเย็บเสื้อผ้า ชุดยูนิฟอร์ม กระเป๋า รองเท้า มีหลากหลายมาก เช่น 

  • ผ้าลินิน  (Linen)
  • ผ้าฝ้าย  (Cotton)
  • ผ้าไหม  (Silk) 
  • ผ้าซาติน (Satin) 
  • ผ้าใยสังเคราะห์ (Polyester) / ผ้า (Nylon) 
  • ผ้าใยผสม : ผ้าโพลีเอสเตอร์ ผสม ฝ้าย ,ผ้าโพลีเอสเตอร์ ผสม ลินิน , ผ้าโพลีเอสเตอร์ ผสม วิสโคส และ ผ้าโพลีเอสเตอร์ ผสม ลูเร็กซ์  เป็นต้น 

 

หากเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นหรือชุดลำลอง การเลือกเนื้อผ้าหรือดีไซน์ก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่สำหรับชุดแต่งกายหรือแบบฟอร์มสำหรับองค์กรและธุรกิจ ย่อมขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแบรนด์นั้น ๆ ที่จะต้องมีการเลือกสรรให้ดีที่สุด ทั้งในรูปแบบ ดีไซน์ และเนื้อผ้า เป็นไปในลักษณะทางเดียวกัน และส่งเสริมให้กับภาพลักษณ์ขององค์กร เพราะมีงานวิจัยว่า ชุดยูนิฟอร์ม มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าและบริการในแบรนด์ ช่วยเพิ่มยอดขายสินค้า และความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร เพราะชุดยูนิฟอร์มช่วยสร้างภาพลักษณ์ของการเป็นมืออาชีพ และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เรียกได้ว่าองค์กรและแบรนด์ต่าง ๆ สามารถสร้างกำไร และเครดิตชื่อเสียงได้อย่างคุ้มค่าจากยูนิฟอร์มที่ดีนั่นเอง 

ชุดยูนิฟอร์มแต่ละองค์กร แต่ละสถานที่ก็จะมีความแตกต่างกันไป ของรูปแบบดีไซน์ และลักษณะเนื้อผ้า แต่ส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้เนื้อผ้าที่มีความคงทน ดูแลง่าย ยับยาก คงรูปทรง น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ค่อนข้างดี และแห้งเร็ว เพราะยูนิฟอร์มจะต้องใช้ใส่กันแทบตลอดวัน และหมุนเวียนใส่ทุกวัน ดังนั้นเนื้อผ้าที่จะนำมาตัดเป็นชุดยูนิฟอร์ม หรือแม้แต่ผ้ากันเปื้อนที่จะต้องใช้ทุกวันในธุรกิจการค้า จะต้องมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ และอำนวยความสะดวกให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่มักจะเป็น “ผ้าโพลีเอสเตอร์”

 

ผ้าโพลีเอสเตอร์คืออะไร

หลาย ๆ คนอาจไม่แน่ใจว่า ผ้าโพลีเอสเตอร์ เป็นยังไง เคยได้ยินและเคยเห็นป้ายแท็กบนเสื้อผ้า แต่ไม่รู้แตกต่างจากผ้าชนิดอื่น ๆ ยังไง ผ้าโพลีเอสเตอร์ คือ เส้นใยสังเคราะห์ ที่ผลิตผ่านกระบวนการเคมี 

ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester) คือเส้นใยสังเคราะห์ที่ผลิตจากพลาสติก (PET) เพื่อทดแทนการใช้เส้นใยธรรมชาติ ที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเป็นปฏิกริยาจากกระบวนการเคมี Ethylene Glycol และ กรด Terephthalic เส้นใยโพลีเอสเตอร์จึงมีความเหนียว ทนทาน  และดูแลง่าย เป็นที่นิยมในการนำไปผลิตเป็นสิ่งทอหลากหลายรูปแบบ ทั้งรองเท้า กระเป๋า และเสื้อผ้า เช่น ยูนิฟอร์ม เสื้อผ้ากีฬา สูท เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าผ้าโพลีเอสเตอร์จะถูกผลิตจากพลาสติก แต่ก็สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และนำกลับมารีไซเคิล เพื่อวนต่อการใช้ใหม่ได้ จากเส้นด้ายหรือเศษผ้า จึงนับว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

Multi color fabric texture samples

 

คุณสมบัติของผ้าโพลีเอสเตอร์

นอกจากความเหนียว ทนทาน และดูแลง่ายแล้ว ผ้าโพลีเอสเตอร์ ยังมีความยืดหยุ่น สัมผัสนุ่ม ไม่ยับง่าย ทนความร้อน น้ำหนักเบา เนื้อผ้าแห้งเร็วเพราะไม่ดูดซับความชื้น ไม่อมน้ำ ทำให้ไม่เกิดเชื้อรา ระบายอากาศได้ดี ทำให้สวมใส่สบาย และมีความหดตัวน้อยกว่าผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น การดูแลรักษาผ้าโพลีเอสเตอร์ ไม่ยุ่งยาก ซักมือและซักเครื่องได้ตามปกติ สามารถทำความสะอาดได้ด้วย ผงซักฟอก สารฟอกขาว หรือ สบู่ และเนื่องจากผ้าโพลีเอสเตอร์ยับยาก จึงไม่จำเป็นต้องรีด หรือรีดด้วยไฟอ่อนๆ ก็เพียงพอ  

 

และเนื่องจากผ้าที่มีส่วนผสมของโพลีเอสเตอร์ เป็นผ้าชนิดเดียวที่สามารถนำมาพิมพ์ลายผ้าระบบซับลิเมชั่น (Sublimation) จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมาตัดเป็นฟอร์มพนักงาน เสื้อผ้าแฟชั่น ผ้าพันคอ ชุดกีฬา เสื้อผ้าออกกำลังกาย เสื้อช็อป และชุดเสื้อผ้าที่ต้องสกรีนชื่อองค์กร แบรนด์ ทีม เป็นต้น 

 

Sublimation หรือ การพิมพ์ผ้าระบบซับลิเมชั่น คือ การพิมพ์ภาพลงบนกระดาษด้วยน้ำหมึกซับลิเมชั่น โดยเริ่มจากพิมพ์ภาพลงบนกระดาษซับลิเมชั่น จากนั้นนำกระดาษที่พิมพ์ไปวางบนเสื้อ แล้วรีดด้วยความร้อนหรือเครื่องรีดโรล โดยการกดทับเพื่อถ่ายเทน้ำหมึกจากกระดาษลงบนเนื้อผ้า ซึ่งเนื้อผ้าที่ใช้ในการพิมพ์ซับลิเมชั่นจะต้องมีส่วนผสมของใยสังเคราะห์ Polyester และหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเส้นใยธรรมชาติ อย่าง ผ้าฝ้าย มาใช้ 

ผ้าโพลีเอสเตอร์ถูกนำไปผลิตหรือผสมกับวัสดุอื่น ๆ เพื่อให้ได้คุณสมบัติและผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน และให้ตรงกับประเภทงานที่จะนำไปใช้ ได้อย่างหลากหลายขึ้น เนื้อผ้าที่ทำจากโพลีเอสเตอร์ จึงมีมากมายในวงการถักทอ เช่น 

 

  • ผ้าโซล่อน เป็นผ้าเนื้อหนาปานกลาง มีการทอลายทั้งสองด้าน มีส่วนผสมของ Polyester 100% จึงทำให้ผ้าชนิดนี้ เหมาะกับงานสรีน Sublimation นิยมนำไปตัดเย็บที่หลากหลาย ทั้ง เสื้อ กางเกง เสื้อกาวน์ ชุดสูท ผ้าคลุมต่างๆ เช่น ผ้าคลุมตัว ผ้าปูโต๊ะ ผ้ากันเปื้อน หรือแม้แต่การตัดทำชุดคอสเพลย์ เพราะคุณสมบัติของผ้าโซล่อนคือ อยู่ทรง เน้นท์สีอะคริลิคได้ สามารถทำให้แข็งได้โดยเคลือบแป้งให้หนา และยังสามารถทำให้ผ้าพริ้วหรือนิ่มได้ ด้วยการลดการเคลือบแป้งให้น้อยลง 

 

  • ผ้าลีวาย เป็นผ้าเนื้อหนาปานกลาง มีเส้นใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์ผสมค่อนข้างมาก ทำให้มีคุณสมบัติที่ดี คือ ฝุ่นไม่ติดเนื้อผ้า สามารถซักทำความสะอาดคราบสิ่งสกปรกออกได้ง่าย แม้จะเลอะคราบเลือดก็ตาม ยับยาก แทบไม่ต้องรีด แต่ถ้าต้องการจะรีด ต้องใช้ไฟอ่อน หริอหาผ้าอื่นมาทับก่อนรีด เพราะไม่เช่นนั้นผ้าจะขึ้นเงา ดูแลรักษาง่าย แต่ไม่ซับเหงื่อ มีสีให้เลือกพอสมควร แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโทนสีสุภาพทั่วไป หรือออกไปค่อนข้ามสีเข้ม 

 

  • ผ้าโอซาก้า ผ้าโฟร์เวย์ เนื้อผ้าสวย ไม่แนบเนื้อ สวมสบาย มีน้ำหนักทิ้งตัว ไม่ยับง่าย 

 

  • ผ้าร่ม มีลักษณะเนื้อบางเบา แนบผิว ไม่ซับน้ำ ไม่อุ้มน้ำ แห้งเร็ว เนื้อเส้นด้ายทอแน่น กันฝุ่นได้ดี ซึ่งเรามักจะเห็นผ้าร่มนี้ได้ทั่วไป จากผ้าเสื้อกันลม ชุดกันฝน หรือนำไปทำร่ม 

ด้วยคุณสมบัติเฉพาะของผ้าแต่ละชนิดที่ผลิตจากโพลีเอสเตอร์ มีความแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งานนี้เอง การ ผู้ประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจการทอผ้า หรือผู้รับเหมาตัดเย็บชุด จะต้องมีความรู้ลักษณะ คุณสมบัติ ความแตกต่างของเนื้อผ้า และการนำผ้ามาใช้ให้เหมาะกับงาน เพราะหากนำชนิดผ้าที่มีคุณสมบัติซับน้ำได้ดี ไปทำผ้ากันเปื้อน นั่นเป็นการใช้งานผ้าที่ผิด และทำให้เกิดความเสียหายได้ ไหนๆก็พูดถึงผ้ากันเปื้อนแล้ว หากธุรกิจใดที่ต้องใช้ผ้ากันเปื้อนในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบองค์ใหญ่ หรือธุรกิจขนาดเล็ก ที่กำลังมองหาชนิดของผ้า เพื่อนำมาใช้สั่งตัดทำผ้ากันเปื้อน สำหรับประกอบในกิจการของตน แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้เนื้อผ้าชนิดใดดี เรามีเนื้อผ้า 3 ชนิด ที่เหมาะสำหรับการทำผ้ากันเปื้อนมากๆ และยังเป็นที่นิยมเป็นอันดับต้นๆ ในการทำผ้ากันเปื้อน ได้แก่ 

 

1.ผ้าโซล่อน (Solon fabric)

เนื้อผ้าโซล่อน หนาปานกลาง ประกอบไปด้วยเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ( Polyester 100%) โดยมีการทอ เป็นลายทั้งสองด้าน และสามารถทำให้ผ้ามีความแข็งมาก หรือให้มีความพริ้ว อ่อนนุ่ม ก็ได้ จากลักษณะการเคลือบแป้ง หากต้องการให้ผ้าแข็ง ก็เคลือบแป้งให้หนา แต่ถ้าต้องการให้ผ้าพริ้วและนุ่ม ก็ลดการเคลือบแป้งให้น้อยลง อีกทั้งผ้าโซล่อนคุณสมบัติไม่ซับน้ำ จึงเหมาะกับการใช้งานในครัวได้ดี ที่อาจจะต้องมีการโดนน้ำได้ง่าย 

 

2.ผ้าโอซาก้า (Osaka fabric) 

ผ้าโอซากา หรือ ผ้าโฟร์เวย์ ผ้าทอที่มีลักษณะกึ่งแข็ง เป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% เช่นกัน เนื้อผ้าสวย ไม่แนบเนื้อ สวมสบาย มีน้ำหนักทิ้งตัว ไม่ยับง่าย ไม่รีด สวมใส่ได้ง่าย มีความทนทาน ไม่ซีดจางง่าย แม้จะสวมใส่บ่อยแค่ไหนก็ตาม 

 

3.ผ้าโทเร (Toray fabric)

ผ้าโทเร เป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ผสม ระหว่าง Polyester 65% และ Cotton 35% มีชนิดเส้นด้าย 190 เส้น และ 210 เส้น ซึ่งจะนิยมเรียกชื่อตามจำนวนเส้นที่ทอ ด้วยการเรียกว่า ผ้าโทเร 190 และผ้าโทเร 210 โดยผ้าโทเร 190 จะมีจำนวนเส้นด้ายทอน้อยกว่าและบางกว่าผ้าโทเร 210 แต่เนื่องจากผ้าโทเรจะเป็นผ้าที่ค่อนข้างบาง จึงเหมาะกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว 

Cotton flower on the table

 

ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างของเนื้อผ้าที่ได้รับนิยม สำหรับนำมาใช้ตัดเป็นผ้ากันเปื้อน หรือแม้แต่ชุดฟอร์ม ที่ต้องการความทนทาน อยู่ทรง ยับยาก แต่ดูแลง่าย สวมใส่สบาย ที่ผลิตมาจากผ้าโพลีเอสเตอร์ แต่ถ้าต้องการศึกษาข้อมูลอย่างถ่องแท้ เพื่อนำมาใช้ประกอบในการตัดสินใจ สำหรับธุรกิจหรือองค์กร สามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผ้า ที่คร่ำหวอดในวงการผ้ามาอย่างยาวนานอย่าง ช้างสีฟ้า รับรองว่าจะได้คำแนะนำที่ดีที่สุดในเรื่องของเนื้อผ้าอย่างแน่นอน 

 

เชื่อว่าเจ้าของกิจการโรงแรม-รีสอร์ทและผู้ที่กำลังจะเปิดธุรกิจที่พักหรือสปา คงประสบปัญหาไม่น้อยกับการเลือกผ้าปูที่นอนสีขาวแบบโรงแรมและผ้าคลุมเตียงโรงแรมอย่างไรให้ได้มาตรฐาน เป็นผ้าปูเกรดโรงแรมคุณภาพสูงไว้บริการลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบริการของทุกกิจการที่พัก บทความนี้เราจึงมีวิธีการเลือกผ้าปูที่นอนแบบโรงแรมมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้ทราบ

 

ชุดผ้าปูโรงแรมมีมาตรฐานดูจากอะไร

1.ชุดผ้าปูที่นอนโรงแรมนิยมใช้สีขาว

โรงแรมและรีสอร์ทส่วนใหญ่เลือกใช้ผ้าปูที่นอนโรงแรมสีขาว เพราะดูสะอาดตา mix & match ได้ทุกสไตล์การตกแต่งและเฟอร์นนิเจอร์อื่นๆ และยังแสดงถึงความสะอาด แต่ถ้าต้องการเพิ่มความหรูหราสำหรับผ้าปูโรงแรม5ดาวบางแห่งก็อาจเลือกใช้ผ้าปูที่นอนลายริ้วโรงแรมเพราะให้ประกายเงาดุจไหมสวยงาม

 

2.ชนิดของผ้าปูที่นอนโรงแรม

ผ้าปูที่นอนสีขาวโรงแรมจะมีหลายสเปคผ้าขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าดังนี้

  • ผ้าtc180t ผ้าผสมระหว่างใยฝ้ายและโพลีเอสเตอร์  เนื้อผ้าจะแข็ง ทนต่อการซักล้างสูง
  • ผ้าc220t เป็นผ้าCotton 100% ผ้าไม่หดหรือย้วยหลังผ่านกระบวนการซัก
  • ผ้าc250t ผ้าใยฝ้ายแท้ มีโครงสร้าง 250 เส้น เส้นทอเรียบ ซักแล้วไม่หด เนื้อผ้าเย็นสบาย ใช้นานแค่ไหนก็ไม่เป็นขุย 
  • ผ้าc300t เป็นผ้าคอตตอนที่มีโครงสร้าง 300 เส้น / ตารางนิ้ว เนื้อผ้าแน่น จึงมีอายุการใช้งานได้นาน 
  • ผ้า Soft tex 360t เป็นผ้าผสม Polyester ที่นิยมใช้มากขึ้นในปัจจุบัน

 

3.ประเภทผ้าปูที่นอนตามมาตรฐานโรงแรม 

ผ้าปูแบบโรงแรมที่นิยมใช้กันมี 2 แบบ ดังนี้ ผ้าปูที่นอนแบบรัดมุม (Cover) และ ผ้าปูที่นอนไม่รัดมุม (Flat Sheet) 

ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทนิยมใช้เป็นผ้าปูสีขาวโรงแรมเพราะเนื่องจากกฏหมายกำหนดไว้เป็นมาตรฐานสำหรับชุดผ้าปูที่นอนโรงแรมที่มีคุณภาพ และผ้าต้องทนต่อการซักอุตสาหกรรม ทนต่อน้ำยาซักผ้าขาว สามารถทนต่อการซักในน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส 

 

วิธีปูผ้าปูที่นอนแบบโรงแรม

นอกจากการเลือกผ้าปูที่นอนให้ได้มาตรฐานโรงแรมแล้ว การปูผ้าปูที่นอนให้ตึงก็เป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่ขึ้นชื่อของธุรกิจที่พักและโรงแรม เพราะทำให้รู้สึกถึงความเรียบร้อย สะอาด มั่นใจได้ถึงการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ เพราะการปูที่นอนให้ตึงจะทำให้เห็นรอยได้ง่ายหากมีการใช้งาน ซึ่งการปูที่นอนแบบโรงแรมหลักๆเลยจะมี2แบบคือ การปูแบบผ้า3ผืนและการปูแบบดูเว่

 

1.วิธีปูผ้าปูที่นอนโรงแรมแบบผ้า3ผืน คือการปูผ้าแบบ3ชั้น ด้วยผ้าปูที่นอนแบบไม่รัดมุม โดยมีขั้นตอนดังนี้ 

 

  • ปูผ้าปูโรงแรมผืนล่างสุด ใช้ผ้าปูที่นอนไม่รัดมุม โดยเริ่มจากการคลี่และสบัดผ้าคลายออก จับส่วนปลายผ้าด้านหนึ่งแล้วโยนผ้าลงบนเตียงไปถึงหัวเตียง เน้นให้เส้นกลางรอยพับของผ้าอยู่กลางเตียง เพื่อให้ผ้าด้านซ้าย-ขวามีขนาดเท่ากัน แล้วสบัดผ้าคลี่ออกให้คลุมทั่วที่นอน ปล่อยปลายผ้าให้ได้สัดส่วนทั้งสี่มุม จากนั้นดึงผ้าปูที่นอนให้ตึงทุกด้าน เก็บผ้ามุมหัวเตียงทำมุม 45 องศา หรือ 90 องศา ตามขนาดผ้าและเตียง แล้วสอดปลายผ้าเข้าใต้ที่นอน ทำวิธีเดียวกันกับผ้าปลายเตียงให้ครบทั้ง 4มุม และสอดปลายผ้ารอบเตียงที่เหลือเข้าใต้ที่นอนให้หมด 
  • ปูผ้าปูที่นอนโรงแรมผืนที่สอง (bed sheet) ให้ปูผ้าเอาด้านในขึ้นโดยหงายด้านตะเข็บขึ้น (เพราะผ้าด้านในจะมีความนุ่มลื่นกว่าด้านนอก จึงต้องปูให้ด้านที่นุ่มสัมผัสกับผิวเมื่อนอนบนเตียง) ให้ปลายผ้าปูที่นอนพอดีกับด้านบนของเตียงนอน ดึงผ้าให้เรียบตึง แต่ปล่อยปลายผ้าไว้โดยไม่ต้องสอดเข้าใต้เตียง เพราะผ้าผืนนี้ไว้สำหรับห่มกับผ้านวม 
  • ปูผ้านวม (blanket) ปูทับบนผ้าผืนที่สอง โดยให้วางห่างจากด้านบนเตียงประมาณ 15 เซ็นติเมตร แล้วปูผ้าผ้าปูเตียงโรงแรมผืนที่สามทับลงบนผ้านวม เหมือนการปูผ้าผืนที่สองแต่ให้คว่ำตะเข็บผ้าลง 
  • พับและตกแต่ง พับผ้าปูทั้งสองจากส่วนด้านบนเตียงนอนประมาณ 15 เซ็นติเมตรเข้าหาผ้านวมและพับอีกรอบ จากนั้นสอดทั้งผ้าปูและผ้านวมสอดเหน็บเข้าใต้ปลายเตียง และสอดปลายผ้าปูเหน็บเข้าใต้ที่นอนตามความยาวเตียง แล้วดึงไปทางหัวเตียงให้ขนานไปกับที่นอน และปิดท้ายด้วยการเหน็บมุมผ้าเข้ากับผ้านวมสอดเก็บเข้าไปในใต้ที่นอนด้วยกัน จากนั้นอาจตกแต่งด้วยผ้าคาดเตียง หรือหมอนอิงต่างๆ แล้วแต่ไอเดีย เพื่อให้ดูโมเดิร์น และน่านอนมากขึ้น 

 

2.วิธีปูเตียงโรงแรมแบบ Duvet วิธีการปูเตียงแบบดูเว่คือการปูเตียงโรงแรมแบบผ้านวม(ปลอกดูเว่-ไส้นวม) จะมีอุปกรณ์หลักสำคัญ 5 อย่าง ได้แก่ ผ้ารองกันเปื้อน ผ้าปูที่นอนสําหรับโรงแรม ปลอกหมอน ดูเว่ และ หมอน โดยมีขั้นตอนในการปูดังต่อไปนี้

  • นำผ้ารองกันเปื้อน(bed pad) ปูบนที่นอน โดยผ้ารองนี้จะมีสายรัด4มุม สามารถสอดสายรัดเข้าที่นอนได้เลย 
  • นำผ้าปูที่นอนปูคลุมทับผ้ารองกันเปื้อน ซึ่งการปูผ้าแบบดูเว่จะใช้ผ้าปูที่นอนเพียง 1 ผืนเท่านั้น โดยวิธีการปูผ้าปูที่นอนจะเหมือนกับการปูที่นอนแบบผ้า 3 ผืน 
  • ปูผ้าดูเว่ เริ่มจากการนำปลอกดูเว่มาพลิกเอาด้านในไว้ด้านนอก วางผ้าดูเว่กางไว้บนที่นอน แล้วนำไส้นวมมาวางบนปลอกผ้าดูเว่ ปกติไส้นวมจะมีโลโก้ ให้นำโลโก้ของไส้นวมวางไว้ด้านล่างคือปลายเตียง ที่ปลอกดูเว่และไส้นวมจะมีเชือกหัวมุม ให้มัดเชือกปลอกดูเว่กับไส้นวมให้ทั้งสองติดกันทุกด้าน มัดโดยการขมวดปมให้สะดวกตอนแกะนำไปซัก เมื่อมัดครบทุกจุดแล้วให้ทำการกลับผ้าดูเว่ เพื่อนำไส้นวมเก็บเข้าไปในปลอกและเอาปลอกด้านนอกที่เรากลับด้านไว้ตอนแรกออกมาสู่ข้างนอก สบัดดูเว่เพื่อเป็นการจัดไส้นวมและปลอกให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็ปูลงบนผ้าปูที่นอนและเก็บปลายผ้าหัวเตียงและปลายเตียงสอดใต้เตียงด้วยวิธีเดียวกันกับปูผ้าปูที่นอน แต่ไม่ต้องเก็บผ้าด้านข้าง ปล่อยชายด้านข้างไว้ทั้งสองข้าง พับผ้าดูเว่ตรงหัวเตียงประมาณ 1 ฝ่ามือ พับทบลงมา 2 ทบ แล้วรีดให้เรียบให้ดูดี 
  • นำหมอนใส่ปลอกหมอน แล้วนำหมอนจัดวางบนหัวเตียง 

 

เคล็ดลับการปูผ้าที่นอนแบบโรงแรมคือการเก็บปลายผ้าหัวเตียงทั้งสองด้านก่อน แล้วมาดึงปลายผ้าปลายเตียงให้ผ้าปูที่นอนเรียบตึง โดยอาจใช้หัวเข่าดันที่นอนและใช้มือทั้งสองดึงปลายผ้า เมื่อผ้าตึงดีจนพอใจแล้วก็เก็บปลายผ้าเหน็บใต้เตียง หลังจากนั้นก็เก็บขอบผ้าด้านข้างซ้าย-ขวาที่เหลือ

วิธีเลือกโรงงานผลิตผ้าปูที่นอนมาตรฐานโรงแรม6ดาว

ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆจะต้องใช้ผ้าปูที่นอนจำนวนมากสำหรับห้องพัก จึงต้องสั่งซื้อหรือตัดกับโรงงานเย็บผ้าปูที่นอนเพื่อทำการขายส่งผ้าปูที่นอนโรงแรม และชุดผ้าปูที่นอนราคาโรงงานยังช่วยลดต้นทุนให้กับเจ้าของกิจการ โดยปัจจุบันโรงงานตัดเย็บผ้าปูที่นอนมีเยอะมาก และผ้าปูที่นอนราคาถูกจากโรงงานลายสวยงามก็มีให้เลือกทั่วไป การจะหาผ้าปูที่นอนราคาส่งจากโรงงานจึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับผ้าปูที่นอนโรงแรม6ดาว จะต้องเลือกโรงงานทอผ้าปูที่นอนที่ได้มาตรฐานการผลิตเท่านั้นจึงจะได้สินค้าคุณภาพครบถ้วน ซึ่งการเลือกโรงงานผลิตผ้าปูที่นอนโรงแรมที่ได้มาตรฐานมีวิธีดังต่อไปนี้  

 

1.วัตถุดิบมีคุณภาพ เป็นผ้าที่มีการตัดเย็บปราณีตเรียบร้อย ดูสะอาด สวยงาม จำนวนเส้นในการทอยิ่งมากยิ่งดี ช่วยให้เนื้อผ้ามีความแน่นละเอียด ทนต่อการซักล้างทุกรูปแบบ ไม่เป็นขุยเป็นก้อนง่าย มีอายุการใช้งานยาวนาน ทำให้ไม่ต้องซื้อเปลี่ยนบ่อยๆ ดังนั้นการเลือกผ้าปูที่นอนราคาโรงงานที่ใช้วัตถุดิบเกรดเอในการผลิตเสมอ เป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุนระยะยาว  

 

2.สามารถผลิตผ้าได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งขนาดมาตรฐานของชุดที่นอนโรงแรม ผ้าปูเตียง3.5ฟุต ผ้าปูเตียง5ฟุต ผ้าปูเตียง6ฟุตหรือไซส์ใหญ่พิเศษ เช่น เตียงกลม เตียง4ฟุต เตียง7ฟุต เป็นต้น

 

3.มีสเปคผ้าให้เลือกหลากหลาย โรงงานผลิตผ้าปูที่นอนที่ได้มาตรฐานจะต้องมีชนิดผ้าให้ลูกค้าได้เลือกหลากหลายแบบเพื่อตอบโจทย์ได้ทุกธุรกิจของลูกค้า  

 

4.กลุ่มลูกค้าและผลงาน โรงงานผ้าปูที่นอนโรงแรมขายส่งที่เชื่อถือได้และมีมาตรฐาน ควรมีลูกค้ากลุ่มหลักที่เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว รีสอร์ท วิลล่า ธุรกิจสปา โรงพยาบาล และเครือข่ายธุรกิจห้องพักทั่วประเทศและต่างประเทศ

 

5.ชื่อเสียง บริษัทหรือโรงงานผลิตผ้าปูที่นอนเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้า เมื่อคุณทำการค้นหาแหล่งขายผ้าปูที่นอนโรงแรมคุณภาพ ก็สามารถค้นหาได้อย่างง่ายดาย แสดงว่าเป็นโรงงานที่มีคุณภาพ จนมีการโฆษณากันแบบปากต่อปาก ทำให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง 

 

6.การให้บริการ ให้คำแนะนำและข้อมูลกับลูกค้าตรงไปตรงมา เสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าเสมอให้บริการกับลูกค้าทุกระดับ มีบริการหลังการขายดีเยี่ยม รับผิดชอบและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าทันทีเมื่อลูกค้าเจอปัญหาเกี่ยวกับสินค้า เช่น เนื้อผ้าหรือสีไม่ตรงสเปค ได้รับสินค้าผิดขนาด มีความล่าช้าในการจัดส่ง ฯลฯ  

 

7.ประสานงานและติดต่อได้สะดวก มีบริการติดต่อได้ทุกช่องทางเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้น  พร้อมทั้งสามารถติดตามงานได้ทุกขั้นตอน 

 

8.การจัดส่งรวดเร็ว สามารถจัดส่งได้รวดเร็วตามกำหนดและทันใช้งาน ต้องไม่ล่าช้าจนส่งผลให้ธุรกิจมีความเสียหาย 

ชุดเครื่องนอนที่ได้คุณภาพเป็นหัวใจสำคัญธุรกิจห้องพัก โรงแรม รีสอร์ท ดังนั้นไม่ควรเลือกซื้อเพียงเพราะผ้าปูที่นอนโรงแรมราคาถูกเท่านั้น แต่ต้องเลือกที่คุณภาพเนื้อผ้าและแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าคุณจะมองหาผ้าปูที่นอนโรงแรมเพื่อใช้ประกอบในธุรกิจหรือนำไปใช้ในด้านอื่นๆก็ตาม เพราะคุณภาพการนอนที่ดีคือการได้หลับลึกอย่างเต็มที่ เหมือนเป็นการชาร์จพลังงานให้ร่างกาย เมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้สึกสดชื่นและมีความพร้อมต่อการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การผ่าตัดถุงใต้ตา เป็นยังไง น่ากลัวมั้ย ?

รู้หรือไม่ ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร ? หลายๆ คนมักมีความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาถุงใต้ตา การเกิดถุงใต้ตานั้นมาจากไขมันที่สะสมกันจนทำให้ถุงใต้ตาหย่อยคล้อย ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดถุงไขมันใต้ตานั้นมากจากหลายสาเหตุ

ยกตัวอย่างเช่น ถุงใต้ตาเกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณรอบๆ ดวงตา และมีการสะสมน้ำทั้งบริเวณใต้ตาล่างและหนังตาด้านบน ซึ่งเมื่อไขมันและน้ำมีการสะสมมากขึ้นจึงก่อให้เกิดเป็นถุงใต้ตา และทำให้หนังตาหย่อนคล้อย เป็นต้น

 

การผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน เพราะทางการแพทย์ถือเป็นการผ่าตัดเล็ก จึงไม่ต้องกังวล และราคาการผ่าตัดถุงใต้ตาในปัจจุบันก็ไม่แพง เพื่อให้ดวงตาได้กลับสวยงาม ดูเด่นอีกครั้งนั่นเองค่าาา

ก่อนการผ่าตัดถุงใต้ตาควรเตรียมตัวอย่างไร

คนไข้ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตา สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจ ความดัน และเบาหวาน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อให้แพทย์ประเมินก่อนและต้องได้รับคำอนุญาตจากแพทย์จึงเข้ารับการผ่าตัดได้ ควรงดรับประทานอาหารเสริม วิตามินบำรุงต่างๆ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตาประมาณ 2 สัปดาห์ และควรงดการดื่มสุราและสิ่งของมึนเมาก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1-2 วัน และควรงดสูบบุหรี่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1 เดือน

 

ขั้นตอนการผ่าตัดถุงใต้ตา

ก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะพูดคุยและให้คำปรึกษาแก่คนไข้ พร้อมทั้งทำการตรวจบริเวณชั้นตาเพื่อประเมินว่าควรแก้ไขและรักษาถุงใต้ตาอย่างไรให้สวยงามเหมาะสมตรงตามที่คนไข้ต้องการ เมื่อให้คำปรึกษากับคนไข้เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มทำการผ่าตัด

ในการผ่าตัดถุงใต้ตาโดยทั่วไปจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะจุดตรงบริเวณที่จะทำการผ่าตัด เมื่อยาชาออกฤทธิ์แพทย์จะทำการผ่าตัดซึ่งวิธีการในการผ่าตัดถุงใต้ตาเพื่อนำไขมันถุงใต้ตาที่เป็นส่วนเกินออกนั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคเฉพาะของแพทย์แต่ละท่าน เมื่อผ่าตัดเอาไขมันถุงใต้ตาออกแล้วแพทย์จะเย็บแผล ซึ่งจะใช้เทคนิคการเย็บแบบซ่อนรอยแผล เมื่อแผลหายและเข้าที่แล้วจะมองไม่เห็นรอยแผล เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วรอให้ยาชาหมดฤทธิ์ แพทย์จะอนุญาตให้คนไข้สามารถกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้ทันที

หลังการผ่าตัดถุงใต้ตาควรดูแลอย่างไร

หลังการผ่าตัดคนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานตามแพทย์สั่ง รวมไปถึงควรเข้าพบแพทย์ตามกำหนด เพื่อประมาณหลังการผ่าตัดถุงใต้ตา ซึ่งหลังการผ่าตัดถุงใต้ตาคนไข้ควรปฏิบัติดังนี้

  1. สองวันแรกหลังการผ่าตัดถุงใต้ตา หรือการผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา คนไข้ควรประคบเย็นรอบดวงตาและหน้าผาก เพื่อช่วยลดอาการบวม
  2. สองวันแรกหลังการผ่าตัดไม่ควรให้แผลโดนน้ำ หากต้องการทำความสะอาดควรใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดแล้วเช็ดเบาๆ
  3. หลังการผ่าตัดถุงใต้ตาควรนอนยกศีรษะสูง จะช่วยลดอาการบวมได้ดียิ่งขึ้น
  4. หลังผ่าตัดถุงใต้ตาไม่ควรใช้สายตามาก ควรพักสายตามากๆ ในช่วงสามวันแรกหลังการผ่าตัด
  5. สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดถุงใต้ตาควรงดใส่คอนแทคเลนส์ และสวมแว่นแทน

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

หลายๆ ครั้งมักพบคำว่าถามว่า หลังจากผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาแล้วหนังตาจะปลิ้นหรือไม่ ? เป็นคำถามที่หลายๆ คนกังวล ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำตอบสำหรับคำถามนี้ว่า ความเสี่ยงนี้อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีอายุมาก หรือผู้ที่มีหนังตาหรือเปลือกตาที่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ก่อนแล้ว หากการผ่าตัดนั้นมีการตัดแต่งหนังตาล่างมากเกินไปก็จะมีโอกาสที่ทำให้หนังตาปลิ้นได้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งว่าควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจะเกิดขึ้นหลังผ่าตัด

สิ้นสุดการรอคอย กับเทศกาลงานบุญประจำปี ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ พระบาทพลวง จันทบุรี ประเพณีสำคัญของพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาแสวงบุญ เราขอแจ้งข่าวดีว่า ทริปสายบุญของผู้มีจิตศรัทธากลับมาแล้ว โดยทางเขาคิชฌกูฏจะมีการเปิดให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงได้แล้วในปี 2566 เริ่มเข้าสู่ศักราชใหม่ ก็มีข่าวดีให้สายบุญได้เฮกันตั้งแต่ต้นปีแล้ว  

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี 66 เปิดวันไหน 

ในปี 2566 นี้ ประชาชนสามารถขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง ได้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม – 22 มีนาคม 2566 โดยจะมีพิธีปิดป่าและเปิดงาน ในวันที่ 20 มกราคม 2566 

ขอบคุณภาพจาก : https://en.wikipedia.org/

วิธีการเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ 

  1. รถยนต์ส่วนตัว : สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลไปเขาคิชฌกูฏ เส้นทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (Motorway) โดยเริ่มต้นที่สนนศรีนครินทร์ กรุงเทพ ผ่านอำเภอบ้านบึง มุ่งสูอำเภอแกลง เมื่อเจอสามแยกแกลงให้เลี้ยวซ้าย ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 จนถึงจันทรบุรี รวมระยะทางประมาณ 230-250 กิโลเมตร เมื่อถึงพระบาทพลวงต้องจอดรถไว้ที่บริเวณลานจอดด้านล่าง จากนั้นจะมีรถให้บริการขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏจันทบุรี ด้วยทางขึ้นลาดชันและเป็นถนนลูกนรังตลอดทาง เพื่อความปลอดภัยของผู้มาแสวงบุญ อีกทั้งเขาพระบาทเป็นพื้นที่อุทยานจึงไม่สามารถนำรถส่วนบุคคลขึ้นไปข้างบนได้
  2. รถโดยสาร : รถโดยสารที่ทาง ขสมก.จัดไว้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเขาคิชณกูฏโดยเฉพาะ ซึ่งเดินทางกรุงเทพ ถึง วัดกระทิง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
  3. รถตู้รับส่ง บริษัทเอกชน
ขอบคุณภาพจาก : https://www.bangkokpost.com/

วิธีขึ้นไปบนยอดเขาพระบาท 

เนื่องจากไม่สามารถนำส่วนบุคคลขึ้นไปได้ ทำให้การขึ้นไปถึงยอดเขาพระบาท มี 2 วิธี ได้แก่ 

  1. ใช้บริการรถรับส่ง มี 2 จุดขึ้นรถ ได้แก่ วัดพลวง และ วัดกะทิง 
  2. การเดินเท้า 

 

ระยะเวลาในการเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏจันทบุรีกี่ชั่วโมง 

สำหรับใครที่มีจิตศรัทธาแรงกล้า ต้องการจะไปสักการะรอยพระพุทธบาทด้วยการเดินเท้าขึ้นไป จะใช้เวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง ซึ่งนับว่ามีคนจำนวนมากเลยทีเดียวที่เลือกจะเดินเท้าขึ้นไปถึงยอดเขา ซึ่งรวมไปถึงผู้ที่เคยมาทำการสักการะแล้วมีการบนบานไว้ จะกลับมาสักการะอีกครั้งด้วยการเดินเท้าขึ้นไปถึงยอดเขาพระบาท แต่สำหรับใครที่ต้องการใช้บริการรถรับส่ง จะมีคิวรถที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลานั่งรถประมาณ 15 นาที เท่านั้น 

 

 

การลงทะเบียนขึ้นเขาคิชฌกูฏจันบุรี 2566 

ตั้งแต่เกิดการระบาดโรคโควิด-19 ทำให้การขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชฌกูจต้องมีการลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ที่แอป KCKQue เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของผู้คน ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของโรค ซึ่งปีนี้ ทางแอปพลิเคชั่นก็ยังคงเปิดให้ทำการลงทะเบียน แต่สำหรับใครที่ไม่ได้จองคิวมาก่อนล้วงหน้า ก็สามารถไปลงทะเบียนที่หน้างานได้เช่นกัน 

 

ขั้นตอนการจองคิว เขาคิชฌกูฏ 

  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน KCKQue 
  2. กดเลือกเมนู ข้อมูลการจองคิว 
  3. เลือก เพิ่มข้อมูลการจอง 
  4. เลือกรูปแบบในการขึ้นเขา เดินเท้า หรือ จองคิวรถบริการตามจุดที่ต้องการ 
  5. เลือกวัน เวลาที่ต้องการขึ้นเขาคิชฌกูฏ 
  6. เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วน จะได้ QR Code ซึ่งเป็นบัตรจองคิวขึ้นเขาคิชฌกูฏ โดยให้นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่เดินทางขึ้นเขาพระบาท 

 

การจองคิวลงทะเบียนสามารถทำได้วันละไม่เกิน 5 ใบจอง และมีผู้ติดตามไม่เกิน 50 คน / ใบจอง ซึ่งจะต้องเดินทางในวันและเวลาตามที่ได้ทำการจองไว้ 

สำหรับใครที่ปลูกต้นไม้ไว้ที่บ้านหรือในคอนโด แล้วจำเป็นต้องทิ้งบ้านหลายวัน ไม่มีใครคอยรดนำและดูแลต้นไม้ให้ หรือแม้แต่ช่วงสัปดาห์ที่งานยุ่ง จนไม่มีเวลาปลีกตัวมาดูแลต้นไม้แสนรักได้ ทำอย่างไรให้ต้นไม้ไม่ยืนต้นตาย หรือแห้งเหี่ยวเพราะขาดการดูแล เรามีวิธีการดูแลต้นไม้แบบไม่รดน้ำต้นไม้ 2 อาทิตย์ ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย สำหรับใครที่กำลังจะต้องทิ้งบ้านไปทำธุระ หรือเดินทางไปฉลองเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ทำอย่างไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ  

ต้นไม้ขนาดเล็ก / ต้นไม้กระถาง

ต้นไม้ขนาดเล็ก / ต้นไม้กระถาง

ไม้พันธุ์เล็ก หรือไม้กระถาง เช่น บอนไซ ไม้ดัด ไม้พุ่มเตี้ยต่าง ๆ หลังจากรดน้ำจนชุ่มแล้ว ให้นำถาดหรือจานรองมาวางใต้กระถาง แล้วใส่น้ำลงบนถาดให้เต็ม แล้วนำแก้วหรือภาชนะโปร่งแสงมาครอบไว้ เพื่อรักษาน้ำไว้ภายใน และนำไปวางไว้ในที่แสงแดดส่องถึง หรือใต้ร่มเงาที่แสงแดดส่องรำไร เช่น ข้างหน้าต่าง เป็นต้น 

ต้นไม้ขนาดใหญ่ / ไม้ในสวน 

ต้นไม้ขนาดใหญ่ / ไม้ในสวน 

สำหรับบ้านที่มีพื้นที่สวน หรือสนามหญ้า มีการปลูกต้นไม้ยืนต้น ไม้พุ่มต่าง ๆ ควรติดตั้งระบบให้น้ำอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งเวลา และกำหนดปริมาณน้ำได้ หรือถ้ามีทุนทรัพย์มากพอ อาจเลือกระบบที่สามารถกดสั่งรีโมททางโทรศัพท์ได้ยิ่งดี การใช้วิธีนี้จ่วยให้การดูแลต้นในสวนของเราอยู่ได้นาน แม้จะไม่อยู่บ้านเป็นเดือน ๆ ก็ตาม 

กักเก็บน้ำด้วยขวดน้ำพลาสติก / กะละมัง 

นำขวดน้ำพลาสติกขนาดใหญ่กว่ากระถาง (ประมาณ 5 ลิตร) ตัดผ่าครึ่ง นำส่วนก้นใส่น้ำในปริมาณที่กะไว้ว่าน่าจะพอดีตามจำนวนวันที่เราไม่อยู่บ้าน แล้วนำกระถางต้นไม้ซ้อนลงข้างในขวดน้ำ หรือซ้อนลงในกะละมัง เพื่อให้รากต้นไม้สามารถดูดซึมน้ำได้ตลอดวัน แต่ต้องระวังอย่าใส่น้ำจนมากเกินไป หรือใสน้ำสูงเกินไปจนท่วมราก เพราะอาจทำให้เป็นเชื้อราหรือรากเน่าและตายได้ 

ใช้ขวดใส่น้ำปักกระถาง เป็นเครื่องให้น้ำต้นไม้อัตโนมัติ 

นำขวดพลาสติกเจาะรูที่ฝา หรือนำฝาขวดออกแล้วติดกรวยน้ำแบบหยด จากนั้นคว่ำปากขวดลงในกระถางไม่ให้ใกล้รากเกินไป ปักลงให้แน่นเพื่อป้องกันขวดน้ำหลุดและหล่นออกนอกกระถาง สังเกตให้น้ำค่อย ๆ ไหลออกจากขวดช้า ๆ อย่าให้น้ำไหลออกเร็วเกินไป วิธีนี้เหมาะสำหรับการให้น้ำกับไม้กระถาง ทั้งที่ปลูกในอาคารและนอกอาคาร ส่วนการดูดซึมน้ำจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปริมาณแดดที่ส่องถึง

ใช้เชือกคายน้ำ / ผ้าคายน้ำ

ใช้เชือกคายน้ำ ผ้าคายน้ำ

การใช้เชือกคายน้ำทำได้โดย วางขวดน้ำให้อยู่สูงกว่าระดับกระถางเล็กน้อย แล้วนำปลายเชือก หรือปลายผ้าด้านหนึ่งใส่ไว้ในขวดน้ำ ส่วนอีกด้านให้ฝังลงในกระถาง เมื่อดินเริ่มแห้ง น้ำในขวดจะค่อย ๆ ซึมผ่านเชือกหรือผ้าลงสู่ดิน และอย่าลืมคำนวณปริมาณให้พอเพียงต่อจำนวนวันที่ไม่อยู่บ้าน

ทริคในการช่วยให้น้ำในขวดไม่หมดเร็วก่อนวันที่จะกลับบ้านคือ รดน้ำในกระถางต้นไม้ให้ชุ่ม ก่อนวันออกเดินทาง จะช่วยประหยัดน้ำในขวด และรักษาระยะเวลาในการให้น้ำต้นไม้ได้ โดยไม่ขาดน้ำจนกว่าวันที่เรากลับมาบ้านค่ะ เพียงเท่านี้เราก็ไปธุระ หรือไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องห่วงต้นไม้แสนรักยืนต้นตาย หรือเหี่ยวแห้งจากลาเราไปแล้วค่ะ

ลมหนาวมาเยือน อาจทำให้ใครหลายคนดีใจที่ไม่ต้องรู้สึกร้อน แต่อากาศหนาว ๆ แบบนี้อาจส่งผลให้บางคนป่วยได้ง่าย รวมไปถึงฝุ่นละอองที่อาจหนาแน่นกว่าปกติ จนต้องหายาหรือสมุนไพรบำรุงปอด แต่อีกสิ่งที่มักจะมาด้วยเสมอเมื่ออากาศเย็น คือ ปัญหาผิวหน้าหนาว หรือเมื่อต้องอยู่ที่มีอากาศแห้งสูง อย่างในห้องแอร์ ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงผิวถูกดึงออกไป โดยเฉพาะหน้าหนาว ผิวแห้ง คัน แตกเป็นขุย ผิวอักเสบ และปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมาได้ง่าย เรามีวิธีทำให้หน้าชุ่มชื้น ไม่แห้ง และการดูแลผิวหน้าช่วงหน้าหนาวสำหรับผู้ชายและผู้หญิงมาฝากในบทความนี้แล้ว ทำตามได้ไม่ยาก ไปดูกันเลยค่ะ 

อาบน้ำด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม 

ควรอาบน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ควรอาบน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นมากเกินไป เพราะน้ำอุ่นจะยิ่งดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งมากขึ้น และไม่ควรอาบน้ำนานเกิน 5-10 นาที เพราะการอาบน้ำนาน ๆ จะไปลดน้ำมันธรรมบนผิว ทำให้ผิวแห้ง กระด้าง และลอกเป็นขุยได้ อีกทั้งควรงดการสครับหรือขัดผิวช่วงอากาศหนาว หรืออาจสครับผิว 2 สัปดาห์ / ครั้ง หากต้องการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่ไม่ควรทำบ่อยเพราะการขัดผิวจะดึงเอาความชุ่มชื้นออกไปจากผิวด้วยเช่นกัน 

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว 

แม้ว่าน้ำจะยิ่งทำให้ผิวเราแห้งมากขึ้น แถมอากาศหนาว ๆ ก็ทำให้ไม่อยากโดนน้ำเลย แต่เพราะจำเป็นต้องอาบน้ำ ก็ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่จะไม่พรากน้ำหล่อเลี้ยงผิวไปมากกว่าเดิม และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย เช่น หากเป็นสบู่ก้อน ให้เลือกใช้เป็น สบู่กลีเซอรีน สบู่น้ำมันธรรมชาติ เพราะน้ำมันธรรมชาติและกลีเซอรีนมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นกับผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน หรือใช้ครีมอาบน้ำ เลี่ยงการใช้สบู่เคมีอัดก้อนทั่ว เพราะมีสารทำความสะอาที่จะไปชะล้างเอาน้ำมันธรรมชาติบนผิวออกไปด้วย   

ทาครีมบำรุงหลังอาบน้ำทันที

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ซับน้ำด้วยผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม ๆ พอหมาด ๆ เท่านั้น แล้วรีบลงครีมบำรุงที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้เคลือบผิวและกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวให้มากที่สุด โดยเลือกใช้เป็นครีมที่มีส่วนผสมจากน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอด น้ำมันละหุ่ง หรือ เชียร์บัตเตอร์ เป็นต้น เพราะน้ำมันสกัดจากธรรมชาติจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการทาบำรุงในช่วงเช้าและก่อนนอน 

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมเท่านั้น 

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมเท่านั้น เนื่องจากเนื้อครีมจะมีมอยเจอร์ไรเซอร์มากกว่าเจลหรือเซรั่ม ที่จะช่วยเคลือบผิวทำให้น้ำหล่อเลี้ยงไม่ถูกดึงออกไปได้ง่าย ผิวจึงยังคงรักษาความชุ่มชื้นอยู่ได้ตลอดวัน และควรเลือกครีมที่ปราศจากน้ำหอม เพราะแอลกอฮอล์ในน้ำหอมอาจส่งผลให้ผิวเกิดอาการแพ้ และมีอาการอักเสบได้  

พกลิปบาล์มและแฮนด์ครีม 

ริมฝีปากและมือก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องดูแล เพราะเป็นส่วนอวัยวะที่ต้องเผชิญกับอากาศหนาว โดยเฉพาะส่วนบริเวณริมฝีปากที่ไม่มีสิ่งใดปกปิดตลอดเวลาเช่นร่างกาย ทำให้ริมฝีปากแตกแห้งได้ง่าย ทำให้ปากลอกเป็นขุย และอาจรุนแรงจนแสบและไม่สามารถกินอาหารได้ปกติ ดังนั้นจึงไม่ควรลืมใส่ใจดูแลริมฝีปากด้วยการหมั่นทาลิปบาล์มบ่อย ๆ ไม่ควรเลียริมฝีปาก เพราะจะยิ่งทำให้ริมฝีปากแห้งแตกมากขึ้น และการดูแลมือ ควรทาแฮนด์ครีมทันทีหลังล้างมือ เพื่อป้องกันริมฝีปากแตกและมือลอกเป็นขุย แนะนำให้พกลิปบาล์มและแฮนด์ครีมอยู่เสมอ 

เลือกทานอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว 

การเลือกทานอาหารบำรุงผิวก็เป็นอีกสิ่งสำคัญ และช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้ตลอดหน้าหนาว หรือเมื่อต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ ควรเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ โดยเน้นทานผักและผลไม้ เช่น มะเขือเทศ แตงโม บลอกโคลี วอลนัท อโวคาโด้ รวมถึงอาหารที่มีไขมันดี เช่น เต้าหู้ น้ำมันมะกอก ปลาแซลมอน เป็นต้น เพราะเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันธรรมชาติชนิดดีต่อร่างกาย  

ไม่อยู่แต่ในห้องแอร์ 

หากจำเป็นต้องอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ หรือต้องอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ เนื่องมาจากการทำงาน ให้หาโอกาสออกไปสัมผัสกับแสงแดดยามเช้า หรือแสงแดดยามสาย ๆ บ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสัมผัสกับอากาศแห้งมากเกินไป และยังช่วยให้ได้รับวิตามินดีจากแสงแดดเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่ถ้าหากเลี่ยงการอยู่ห้องแอร์นาน ๆ ไม่ได้ ควรพกครีมบำรุงที่อุดมไปด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารให้ความชุ่มชื้น เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก ทาผิวบ่อย ๆ  

เลือกสวมเสื้อผ้าที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง 

ช่วงหน้าหนาวหรือมีอากาศหนาว จะมีความแห้งและเย็นอยู่ในมวลอากาศ การเลือกเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายเป็นสิ่งอันดับแรก ๆ ที่ทุกคนจะคำนึงเพื่อหามาใส่เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่ควรใส่ใจในการเลือกเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย หรือไม่ทำให้ผิวระคายเคือง โดยอาจเลือกใช้เนื้อผ้าจากธรรมชาติ หรือเนื้อผ้าที่ให้ความสัมผัสนุ่ม ไม่บาดผิว เช่น ผ้าคอตตอน

ในปัจจุบัน มีความนิยมใช้สบู่เหลวมากขึ้น เพราะข้อดีของสบู่เหลวที่สามารถพกพาได้สะดวก ไม่เลอะเทอะ ล้างออกง่าย และยังมีการผสมสารต่าง ๆ เพื่อบำรุงผิว แต่รู้ไหมว่า สบู่ก้อน เป็นได้มากกว่าการใช้ฟอกทำความสะอาด หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า สบู่ก้อน สามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย ดังนั้น เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของสบู่อาบน้ำชนิดก้อนนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง 

ใช้ทำความสะอาด

แน่นอนข้อแรกก็ต้องพูดถึงคุณสมบัติของสบู่ ซึ่งการใช้ทำความสะอาด เป็นหน้าที่หลักสบู่ก้อนมาหลายยุคหลายสมัย ก่อนจะมีการพัฒนาและผลิตสบู่เหลวมาใช้จนได้รับความนิยมเป็นวงกว้างในปัจจุบัน เมื่อใช้สบู่ก้อนไปสักระยะหนึ่ง จะเหลือสบู่ก้อนเล็ก ๆ ที่อาจแข็งเกินไปจนอาจนำไปใช้ต่อได้ยาก ให้นำสบู่ก้อนเล็ก ๆ เหล่านั้นมาหลอมให้กลายเป็นสบู่ก้อนใหม่ เป็นสบู่ก้อนใหญ่กว่าเดิม ด้วยการเก็บรวบรวมสบู่ก้อนเล็ก ๆ จิ๋ว ๆ ทั้งหลายไปต้มจนเนื้อสบู่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเพิ่มเข้าไป แล้วจึงนำไปเทใส่ภาชนะที่ต้องการ จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น และเมื่อสบู่เซ็ตตัวดีแล้วค่อยนำออกมาแกะใช้งาน 

บรรเทาอาการคันจากแมลงกัดต่อย

เมื่อมีอาการคันจากแมลงกัดหรือต่อย ให้นำสบู่ก้อนจุ่มน้ำ แล้วถูให้ทั่วบริเวณที่แมลงกัด หรือบริเวณที่คัน สบู่จะช่วยเคลือบบริเวณผิวหนังที่โดนแมลงกัดให้เป็นชั้นบาง ๆ ช่วยบรรเทาอาการคันได้ระดับหนึ่ง 

กำจัดกลิ่นรองเท้า 

กลิ่นเหม็นอับในรองเท้าที่เป็นปัญหาของใครหลายคน สามารถช่วยได้โดยการนำสบู่ก้อนเล็ก ๆ หรือเศษสบู่ใส่เข้าไปในรองเท้าที่มีกลิ่นอับ ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อจะนำมาสวมใส่ จะพบว่ากลิ่นอับรองเท้าหายไป 

เสื้อผ้ากลิ่นหอมสดชื่น 

สบู่ก้อนมีคุณสมบัติในการช่วยดูดซับความชื้นจากตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักต่าง ๆ ได้ดี นำสบู่ก้อนเล็ก ๆ เหลือใช้ห่อใส่ถุงผ้า หรือเศษผ้า แล้วนำไปใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้า หรือใส่ในลิ้นชัก จะช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมสดชื่น และยังช่วยไล่แมลงต่าง ๆ ไม่ให้เข้าไปหลบซ่อน หรือใช้ตู้เสื้อผ้าเป็นที่อยู่อาศัย 

เปลี่ยนงานเย็บให้ง่ายขึ้น 

ผ้าบางประเภทอาจยากต่อการเย็บ แม้จะใช้เข็มเล่มใหม่ก็ตาม หากเข็มไม่สามารถใช้งานได้ปกติ อันมีสาเหตุจากเนื้อผ้า ให้นำเข็มเย็บผ้าไปปักลงบนก้อนสบู่ ความลื่นของสบู่ก้อนจะช่วยใ้หเข็มทำงานได้สะดวกและง่ายขึ้น 

ปลดซิป

บ่อยครั้งที่เรามักจะเจอปัญหาของ ซิปเสื้อผ้า ซิปฝืด ซิปรูดไม่ขึ้น นำสบู่ก้อนมารูดซิปที่ฝืด ความลื่นของสบู่ก้อนจะช่วยให้ซิปกลับมาทำงานง่ายขึ้น 

 

ช่วยเก็บเศษแก้ว 

เมื่อทำวัสดุที่เป็นแก้วแตก เศษแก้วชิ้นใหญ่ ๆ มักจะไม่มีปัญหาในการเก็บ แต่สำหรับเศษแก้วเล็ก ๆ หากเก็บไม่ระวัง อาจได้แผล เลือดออกกันบ้างแน่ ๆ  ดังนั้น เมื่อต้องการจะเก็บเศษแก้วแตกชิ้นเล็ก ๆ ให้นำก้อนสบู่ไปจุ่มน้ำให้เปียก จากนั้นกดลงไปตามพื้นที่มีเศษแก้วแตก จะช่วยให้เก็บเศษแก้วเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัยขึ้น 

แก้ปัญหาลิ้นชัก บานประตูฝืด 

 

เมื่อลิ้นชักฝืดจนดึงไม่ออก หรือบานประตูเลื่อนปิด – เปิด ลำบาก ให้นำสบู่ก้อนถูกตามขอบลิ้นชัก หรือตามขอบประตูในบริเวณที่มีความฝืดหรือติดขัด 

ซ่อนข้อบกพร่อง 

เวลาที่ต้องทำการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ หรือเปลี่ยนที่ตั้งของภายในบ้าน ทำให้เราพบเจอกับรอย ตำหนิ  หรือหลุม บนพื้น หรือตามผนังบ้าน หากเป็นรอยหรือหลุมเล็ก ๆ เราสามารถปกปิดด้วยการถูสบู่ก้อนเติมรอยหรือหลุมนั้นให้เต็ม 

ช่วยทำความสะอาดเครื่องครัว 

นำสบู่ก้อนไปถูเคลือบด้านล่างของกระทะก่อนจะนำไปใช้งานปกติ จะช่วยให้สามารถทำความสะอาดกระทะได้ง่ายขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นจากการปรุงอาหาร 

ป้องกันฝ้าบนกระจก 

หลังอาบน้ำมักจะเกิดฝ้าบนกระจกในห้องน้ำ หรือประตูกระจก สามารถใช้สบู่ก้อนมาช่วยแก้ปัญหาฝ้าไอน้ำเหล่านี้ได้ ด้วยการรอหรือใช้ผ้าเช็ดกระจกให้แห้ง แล้วจึงนำสบู่ถูลงบนกระจก และใช้ผ้าเช็ดให้แห้งอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้วิธีนี้กับการเช็ดฝ้าบนแว่นตาได้ด้วย 

ปกป้องต้นไม้ 

ปกป้องต้นไม้จากแมลงที่ชอบมารบกวนให้น่ารำคาญใจ ด้วยการนำเศษสบู่ใส่ใว้ในกระถาง โดยการวางบนดิน เพียงเท่านี้แมลงก็จะไม่มารบกวนอีกต้นไม้แสนรักอีกนาน ตราบใดที่เศษสบู่ยังคงสภาพไว้ ไม่โดนแดดหรือน้ำละลายสบู่หมดไปเสียก่อน 

 

หลังจากที่โรคโควิด-19 ได้ถูกลดสถานะลงเป็นเพียงโรคประจำถิ่น แต่กลับมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก กำลังกลับมาระบาดระลอกใหม่อีกแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามคาดการณ์ว่าจะมีการระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อีกทั้งการผ่อนคลายมาตรการ และมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมกันมากขึ้น จึงเป็นการเอื้ออำนวยให้โรคโควิดกลับมาระรื่นได้อีกครั้ง จากข้อมูลผู้เสียชีวิตที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเดิมอยู่แล้ว โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อ คือ การไม่ได้รับวัคซีน หรือ ได้รับวัคซีนไม่ครบ และ ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานเกิน 3 เดือน 

สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว ก็ยังคงต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพราะวัคซีนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ วันนี้เราจึงได้รวบรวมจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 เดือนธันวาคม 2565 ฟรีทุกเข็ม ทั้งแบบลงทะเบียน และ บริการแบบ Walk in 

 

ใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลยสักเข็ม หรือฉีดกระตุ้นเข็มสุดท้ายนานเกิน 3 เดือนแล้ว สามารถไปรับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน ลดอาการป่วยรุนแรง อาการลองโควิด (Long Covid) และลดความเสี่ยงการเสียชีวิต โดยสามารถฉีดวัคซีนโควิดฟรีที่ไหนในกทม. เราได้มัดรวมมาไว้ที่นี่แล้ว ใกล้หรือสะดวกที่ไหน รีบไปให้ทันก่อนไปฉลองกิจกรรมเทศกาลปีใหม่ (แต่ถึงจะรับวัคซีนแล้วก็ยังต้องรักษามาตรการดูแลตัวเองอยู่นะคะ จะได้เที่ยวอย่างสบายใจ ห่างไกลโควิดค่ะ) 

ศูนย์ฉีดวัคซีนกระทรวงสาธารณสุข 

เปิดให้บริการทุกวันอังคาร (9.00-14.00 น.) / เดือนธันวาคม 2565 

 

ชนิดวัคซีน : ไฟเซอร์    / ไม่มีโมเดอร์นา 

อายุผู้รับวัคซีน :  อายุ 12 ปีขึ้นไป 

 

กรุงเทพมหานคร 

ในส่วนของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้บริการวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น ฟรี! ที่โรงพยาบาลสังกัดกทม. ให้กับทุกสัญชาติ สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :  Hotline 1646 สายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ (ให้บริการตลอด 24 ชม.)

รายชื่อโรงพยาบาลและสถานที่ให้บริการวัคซีนโควิด-19 เดือนธันวาคม 2565 ฟรี 

  1. โรงพยาบาลกลาง บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-15.00 น.) ชั้น 3 ห้องตรวจส่งเสริมสุขภาพ 
  2. โรงพยาบาลตากสิน บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-14.00 น.) ศูนย์การค้าแพลตฟอร์ม วงเวียนใหญ่ 
  3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ บริการ วันจันทร์ – พฤหัสบดี (08.00-14.00 น.) คลินิกวัคซีนโควิด ห้องหัตถการ ชั้น 2 อาคาร 72 พรรษา มหาราชินี  และ วันศุกร์ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-14.00 น.) คลินิกวัคซีนโควิด เรือนวัคซีน (อาคารจอดรถ) อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู ชั้น 1 
  4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ บริการ วันจันทร์ (13.00-16.00น.) ชั้น 2 อาคารอเนกประสงค์ และ วันอังคาร (08.00-12.00 น.) ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ 
  5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมี บริการวันจันทร์ ( ๅ3.00-16.00 น.) ชั้น 2 ห้องประกันสังคม 
  6. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-15.00 น.) คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ อาคายุบวร 
  7. โรงพยาบาลลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-14.00 น.) ห้องฉีดยา 
  8. โรงพยาบาลสิรินธร บริการ วันศุกร์ 13.00-15.00 น. ชั้น 2 ห้องประชุมคุณหญิงหรั่ง กันการัติ 
  9. โรงพยาบาลคลองสามวา บริการ วันพุธ- ศุกร์ (13.00-14.00 น.) อาคารผู้ป่วยนอก 
  10. โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-11.00 น.)อาคารผู้ป่วยนอกชั้น1
  11. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (08.00-15.00 น.) คลินิกวัคซีนโควิด ห้องตรวจ 1 แผนกผู้ป่วยอายุรกรรม อาคาร OPD ชั้น 2 
  12. สถาบันโรคผิวหนัง บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ (09.00-15.00 น.) และ วันเสาร์ 17 ธันวาคม 2565 (09.00-15.00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง รับบริการวัคซีน ณ ชั้น 20 อาคารสถาบันโรคผิวหนัง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ.ราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 

 

Young Asia lady nurse giving Covid-19 or flu antivirus vaccine shot to senior male patient wear face mask protection from virus disease at health clinic or hospital office. Vaccination concept.

ทำการจองคิวล่วงหน้าได้ที่ https://covid19.iod.go.th/vaccine  (ก่อนวันฉีด 1 วัน) 

ดาวน์โหลด ระบบ Android >> https://bit.ly/3wJYsiB 

ดาวน์โหลด ระบบ IOS >>  https://apple.co/31o9FmO 

 

และสามารถทำการตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “Vaccine บางซื่อ” 

สำหรับใครที่ไม่สะดวกจองคิวล่วงหน้า สามารถเข้ารับบริการแบบ Walk in ได้ตามวันเวลาทำการที่แจ้งไว้ 

“มะเร็งปอด” เป็นโรคอันตรายอันดับต้น ๆ ในกลุ่มมะเร็ง และผู้ป่วยมีอัตรเสียชีวิตมากกว่ารักษาได้หายขาด เนื่องจากมะเร็งปอดระยะแรก ๆ มันจะไม่แสดงอาการใด ๆ ให้ผู้ป่วยได้รู้ตัวหรือรู้สึกเอะใจสักนิดเลย แต่มันจะแสดงอาการออกมาเมื่อเซลล์มะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 3-4 ไปแล้ว และมันเป็นสัญญาณเตือนเดดไลน์ ที่มักทำให้ผู้ป่วยไแทบไม่เหลือโอกาสรักษาได้ทัน 

จากการวิเคราะห์สาเหตุหลาย ๆ ปัจจัยจากวิชาชีพทางการแพทย์ มีความเห็นว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจเชื่อมโยงเป็นต้นตอของการป่วยโรคมะเร็งปอดนั้น คือ ละอองฝุ่นพิษ PM 2.5 เนื่องจากสภาพแวดล้อมในเมืองไทยปัจจุบันเต็มไปด้วยมลพิษ ฝุ่นละออง และควันเขม่า สะสมอยู่ในอากาศทุกแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่มีจราจรหนาแน่น เช่น กรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่ทางภาคเหนือ อย่าง เชียงใหม่ เชียงราย ซึ่งมีค่าฝุ่น PM 2.5 ติดอันดับต้น ๆ ของโลก 

ยิ่งไปกว่านั้น มะเร็งปอด คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ ในการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเป็นพิษที่มีมานาน ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพโรคระบบทางเดินหายใจในระยะยาว ดังนั้นเราจึงต้องดูแลสุขภาพ ดูแลระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อรับมือและป้องกันตนเองจากภาวะเจ็บป่วยอันเกิดจาก PM 2.5 จากการศึกษาข้อมูลพบว่า สมุนไพรไทยใกล้ตัว ที่เราใช้เป็นอาหารและยามาตั้งแต่บรรพบุรุษ สามารถนำมาช่วยดูแลสุขภาพเพื่อรับมือกับปัญหาฝุ่นพิษได้ สมุนไพรช่วยบำรุงปอด ในสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ระบาด ทั้ง 5 ชนิด มีดังนี้ 

  1. รางจืด

รางจืด

สมุนไพรที่โดดเด่นด้านล้างพิษได้หลายชนิด หมอสมุนไพรนิยมใช้แก้พิษสัตว์บางชนิด หรือแม้แต่พิษสารเคมีในยาเบื่อหนู และปัจจุบันก็ได้มีงานวิจัยยืนยันแล้วว่า รางจืด ช่วยปกป้องอวัยวะจากสารพิษชนิดโลหะหนักได้ รวมไปถึงสารพิษที่พบได้ใน PM 2.5 โดยมีวิธีทานรางจืดล้างพิษ คือ ทานครั้งละ 2 แคปซูล 3 เวลา ก่อนอาหาร / วัน หรือ ชงผงรางจืดชนิดซอง 1-2 ซอง ในน้ำร้อน 120-200 มิลลิลิตร ดื่มวันละ 3 เวลาก่อนอาหาร เนื่องจากรางจืดเป็นยาฤทธิ์เย็น จึงควรเว้นระยะในการทานให้ห่างจากยารักษาโรคประจำตัว และไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 1 เดือน โดยเฉพาะคนที่เป็นความดันต่ำ มือเย็น เท้าเย็น ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน 

  1. หญ้าดอกขาว หรือ หญ้าหมอน้อย 

หญ้าดอกขาว หรือ หญ้าหมอน้อย photo from samunpri.com

จากองค์ความรู้ของหมอพื้นบ้าน รวมกับผลการวิจัยในปัจจุบัน ที่รองรับว่า หญ้าดอกขาวเป็นสมุนไพรที่ถูกบรรจุให้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ.2554 จึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยสูงต่อการใช้หญ้าดอกขาวในทางยา และยังมีการแนะนำให้เลือกใช้หญ้าดอกขาวในกรณีที่มีความเสี่ยงหรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงฝุ่น PM 2.5 ได้ โดยในงานวิจัยได้พบว่า สารสกัดดอกหญ้าขาว มีฤทธิ์ลดการอักเสบในหนูที่ได้รับนิโคตินเป็นระยะเวลานานกว่า 6 เดือน และยังช่วยฟื้นฟูพยาธิสภาพของปอดให้กลับมาเป็นปกติได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือ ช่วยลดคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่สะสมในปอด แถมยังลดการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งปอดได้อีกด้วย จึงนับว่าหญ้าดอกขาวเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากในสถานการณ์ที่ต้องอยู่ท่ามกลางมลภาวะ PM 2.5 เช่นนี้ ซึ่งหญ้าดอกขาวเป็นสมุนไพรที่หาง่ายและมีความปลอดภัย 

  1. ขมิ้นชัน  

ขมิ้นชัน

สมุนไพรเด่นดีด้านการลดอักเสบ และเราก็ใช้ปรุงอาหารไทยหลายเมนู จึงเป็นสมุนไพรที่คุ้นเคยกันดีสำหรับคนไทย ขมิ้นชันมีผลวิจัยยืนยันมานานแล้วในเรื่องช่วยลดการอักเสบต่าง ๆ ปกป้องระบบหัวใจ หลอดเลือด และ ปอด โดยขมิ้นชันนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอี 80 เท่า ช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง ผู้ที่นิยมกินอาหารที่มีส่วนผสมของขมิ้นชัน ช่วยบำรุงปอดได้ดีในคนทั่วไป  รวมถึงปกป้องไม่ให้ระบบการทำงานของปอดลดลงในผู้สูบบุหรี่ เรียกได้ว่า ขมิ้นชัน สมุนไพรบำรุงปอดอย่างดี และปอดก็เป็นเป้าหมายของฝุ่น PM 2.5 ดังนั้น การทานอาหารที่มีขมิ้นชัน จึงเป็นการดูแลปอดที่ง่ายและควรทำอย่างยิ่งในยุคนี้ 

  1. มะขามป้อม 

มะขามป้อม

มะขามป้อม สมุนไพรทางยาช่วยละลายเสมหะและบำรุงเสียง ในด้านอายุรเวทใช้มะขามป้อมเป็นยาแก้ไอ แก้หอบ รักษาระบบหลอดลมไม่ให้อักเสบหรือถูกทำลาย แต่จากงานวิจัยค้นพบว่า มะขามป้อม มีฤทธิ์ช่วยลดภาวะความเป็นพิษจากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 หากกินมะขามป้อมเป็นประจำ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ปกป้องระบบทางเดินหายใจช่วงบน ลดการเกิดอนุมูลอิสระ ด้วยมะขามป้อมนั้นประกอบไปด้วยวิตามินซีสูง แทนนิน โพลีฟีนอล และอันคาลอยด์ โดยเฉพาะมะขามป้อมพันธุ์ไทย ที่ประกอบไปด้วยสารโพลีฟีนอลสุงมาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี โดยอาจทานมะขามป้อมโดยตรง หรือดื่มน้ำมะขามป้อมสกัดวันละ 250 – 500 มิลลิกรัม / วัน ก็ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี 

  1. ฟ้าทะลายโจร 

ฟ้าทะลายโจร 

สมุนไพรไพรลดไข้ แก้หวัด และได้รับความนิยมในการใช้เป็นยารักษาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทีผ่านมา เพราะฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ช่วยแก้ไข้ แก้ไอ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงยังช่วยในเรื่องไซนัสอักเสบชนิดไม่รุนแรง คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ทอนซิลอักเสบ และยังใช้กินเพื่อเสริมภูฒิคุ้มกันได้อีกด้วย โดยวิธีการทานฟ้าทะลายโจรจะต้องอยู่ในความระมัดระวัง โดยทานวันละ 1 แคปซูล ใน 5 วัน / สัปดาห์ ไม่ควรกินฟ้าทะลายโจรติดต่อกันเกิน 3 เดือน หากกินฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรหยุดทานและปรึกษาแพทย์ 

บุคคลที่ไม่ควรกินฟ้าทะลายโจร : สตรีมีครรภ์ และ สตรีที่กำลังให้นมบุตร

สายมูไม่ควรพลาดกับปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง เหนือฟ้าเมืองไทย ลอยกระทงแล้วยังได้ชมความสวยงามจันทรุปราคาที่ตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ตรงกับวันลอยกระทงพอดิบพอดี โดยที่คนไทยทั้งประเทศจะได้ชมดวงจันร์เต็มดวงสีแดงอิฐด้วยตาเปล่า และถ้าได้แต่งชุดไทยไปร่วมลอยกระทง และถ่ายรูปท่ามกลางจันทร์สีแดงอิฐ รูปจะออกมาสวยเก๋แค่ไหน โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ บอกเลย โดยโดยจันทรุปราคาวันนี้จะเริ่มให้เราได้เห็นตั้งแต่เวลาที่เกิดคราสเต็มดวง ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทยช่วงประมาณ 17.44 – 18.41 น. จากนั้นดวงจันทร์จะเคลื่อนออกจากเงามืดเข้าสู่เงามัวของโลก และเมื่อสิ้นสุดคืนนี้แล้ว ก็จะสามารถชมได้อีกครั้งอีก 3 ปีข้างหน้า ช่วงวันที่ 8 กันยายน 2568 เพราะฉะนั้นเราจะมากล่าวถึงเรื่อง จันทรุปราคา กันในบทความนี้กันหน่อย 

จันทรุปราคาเกิดตอนไหน 

จันทรุปราคาเกิดตอนไหน

การเกิดจันทรุปราคา เกิดจากที่ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และ โลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง ระหว่างดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงาของโลก ทำให้เราเห็นดวงจันทร์ค่อย ๆ แหว่งมากขึ้น จนกระทั่งหมดดวงและโผล่กลับขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเหตุผลที่ทำให้คนโบราณเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ราหูอมจันทร์  ซึ่งจะเกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ หรือคืนวันพระจันทร์เต็มดวง และจะมีเพียงประมาณปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น หรืออาจห่างกัน 2-3 ปี จึงจะสามารถเห็นได้อีก

ขณะที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะไม่ได้หายหรือมืดทั้งดวง แต่เราจะเห็นเป็นสีแดงอิฐแทน เนื่องมาจากการหักเหของแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านชั้นบรรยากาศโลก และสีของดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาอาจมีความแตกต่างกันไป โดยจะไม่เหมือนเดิมทุกครั้ง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ 5 ระดับด้วยกัน 

  • ระดับ 0 คือ ดวงจันทร์มืดจนแทยมองไม่เห็นเลย 
  • ระดับ 1 คือ ดวงจันทร์มืดแต่ยังคงเห็นเป็นสีเทาหรือสีน้ำตาล แต่ไม่สามารถมองเห็นลักษณะของดวงจันทร์ได้อย่างละเอียด 
  • ระดับ 2 คือ ด้านในดวงจันทร์บริเวณเงามืดจะมีสีแดงเข้ม แต่จะมีสีเหลืองสว่างด้านนอกของเงามืด 
  • ระดับ 3 คือ ดวงจันทร์จะมีสีแดงอิฐและมีสีเหลืองสว่างบริเวณขอบเงามืด 
  • ระดับ 4 คือ ด้านของของเงาดวงจันทร์จะสว่างมากมองเห็นเป็นสีทองแดงหรือสีส้ม 

จันทรุปราคากับความเชื่อ 

จันทรุปราคากับความเชื่อ

คนโบราณมักจะมีความเชื่อว่า ในช่วงที่เกิดจันทรุปราคา เป็นช่วงเวลาแห่งอาเพศ จะมีสิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้น และมีความอาถรรพณ์ ห้ามอยู่ในที่แจ้งขณะที่ ราหูอมจันทร์ และผู้ที่มีวิชาอาคมจะหลีกเลี่ยงการโดนแสงจันทร์ในช่วงเวลานั้น เพราะเชื่อว่าจะมีผลต่อวิชาอาคมที่มี ทำให้ของเสื่อม ของหายขลัง มนต์อาคมเสื่อม หรือวิชาอาคมที่มีจะย้อนทำร้ายตนเอง เป็นต้น  

นอกจากนี้ยังมีความเชื้อในด้านการเสี่ยงโชค สายมูเตลู นักเสี่ยงโชคต่าง ๆ จะต่างออกไปตรงที่ สายมูทั้งหลายเชื่อว่าราหูคือเทพ ดังนั้นจะหาวิธีขอโชคลาภจากพระราหูหลากหลายกันไป แต่ที่เห็นกันได้บ่อยในปัจจุบัน คือ การเรียกทรัพย์เข้ากระเป๋าสตางค์ โดยเริ่มจากการจุดธูปดำ 8 ดอก จากนั้นหยิบกระเป๋าสตางค์ที่ใช้ประจำขึ้นมา พร้อมกับพูดว่า “ข้าพเจ้า (ชื่อ – นามสกุล และ วัน-เดือน-ปี เกิด) ขอสักการะแด่องค์เทพราหู ผู้ได้ดื่มน้ำอมฤต ขอนอบน้อมสักการะต่อองค์ท่าน ขอให้ข้าพเจ้ามีทรัพย์ มีสิน มีกิน มีโชค” แล้วลูบกระเป๋าสตางค์เข้าหาตัว โดยไม่ต้องท่องคาถาใด ๆ เพียงเท่านี้ก็เป็นเสร็จสรรพสำหรับการขอโชคลาภจากพระราหูของชาวมูเตลู 

บอกเลยว่า หากพลาดการชมจันทรุปราคาครั้งนี้ จะได้ชมอีกทีรอไปอีก 3 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว 

จันทรุปราคา